หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > กทม.ทุ่มหมื่นล.ผุดอุโมงค์โบ๊เบ๊ ตลอดคลองผดุงฯ 5 พันเมตร/ดึง1 พันผู้ค้าลงใต้ดิน หลบจราจร
กทม.ทุ่มหมื่นล.ผุดอุโมงค์โบ๊เบ๊ ตลอดคลองผดุงฯ 5 พันเมตร/ดึง1 พันผู้ค้าลงใต้ดิน หลบจราจร
กทม.ผนึกสมาคมวิศวกรรมสถานศึกษา ฟื้นแผนเจาะอุโมงค์ใต้ดินย่านโบ๊เบ๊พัฒนาเป็นแหล่งธุรกิจใหม่ เผยใช้งบไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท หวังแก้ปัญหาจราจรระยะยาวโดยจะเปิดทางให้เอกชนลงทุน ภายใต้คอนเซ็ปต์ท่องเที่ยวใหม่สไตล์ เวนิซ ดึงผู้ประกอบการ 1,000 รายลงใต้ดิน ด้าน สวท.แจงใช้พื้นที่ตลอดแนวถนนเลียบคลองและใต้คลองผดุงกรุงเกษมยาว 5,000 เมตรลึก 20 เมตร ระบุไทยมีความพร้อม และเกิดผลดีระยะยาว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม.เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่าได้รับการร้องเรียนถึงปัญหาการจราจรติดขัดเนื่องมาจากการค้าขายในพื้นที่ย่านโบ๊เบ๊ในช่วงกลางคืนเป็นประจำทุกวันนั้น กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจและหาแนวทางในการแก้ไขมาตลอด ล่าสุดได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ให้ทำการออกแบบและศึกษาการใช้พื้นที่ใต้ดินย่านโบ๊เบ๊เพื่อจัดให้เป็นแหล่งการค้าเสื้อผ้าแห่งใหม่สำหรับการย้ายผู้ค้าบนดินลงใต้ดินทั้งหมด
แต่เนื่องจากกระบวนการก่อสร้างต้องได้รับความร่วมมือจากหลาย ๆ หน่วยงาน อีกทั้งยังต้องใช้งบประมาณจำนวนมากกว่า 10,000 ล้านบาท กทม.จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังหลาย ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรมที่ดิน และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอความเห็นชอบในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
กทม.ต้องการใช้พื้นที่ใต้ดินทำเป็นแหล่งการค้าแห่งใหม่เช่นเดียวกับการใช้พื้นที่ใต้ดินของรถไฟฟ้าใต้ดินในปัจจุบัน ด้วยการเปิดหน้าดิน 1-2 จุดกว้างไม่ถึง 10 เมตรแล้วขุดตลอดแนวถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมและใต้คลองผดุงกรุงเกษมช่วงตลาดโบ๊เบ๊เพื่อรองรับผู้ค้าได้ครบทั้งหมด อีกทั้งยังจะเปิดเป็นแหล่งธุรกิจการค้าเสื้อผ้าแห่งใหม่ของกทม.ให้สามารถดึงดูดนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวได้อย่างมีมาตรฐาน มีความปลอดภัยจริง ๆ
นอกจากนั้น กทม.ยังมีนโยบายปรับภูมิทัศน์ตลอดสองฝั่งคลองผดุงกรุงเกษมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยบรรยากาศสไตล์เมืองเวนิซ ที่ประเทศ อิตาลี ภายหลังจากปรับพื้นที่ในส่วนตลาดเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับการจัดระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำใสด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้เป็นต้นแบบสำหรับนำไปปฏิบัติในคลองอื่น ๆ ต่อไป คาดว่าผลการศึกษาทั้ง 2 ส่วนจะแล้วเสร็จไม่เกินต้นปี 2553 ก่อนที่จะนำเสนอหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวอีกว่า เนื่องจากโครงการนี้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก กทม.จึงจะประกาศเชิญชวนเอกชนผู้สนใจมาลงทุนต่อไป ปัจจุบันตลาดโบ๊เบ๊มีผู้ประกอบการมากกว่า 1,000 ราย ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ค้าขายในอาคารพาณิชย์ ส่วนที่เหลือจะเป็นการตั้งแผงค้าตามที่พื้นที่ต่าง ๆ ทั้งพื้นที่ของเอกชนและพื้นที่ที่กทม.จัดไว้ให้ แต่เนื่องจากมีลูกค้ามาซื้อสินค้าจำนวนมากทั้งกลางวันและกลางคืนจึงลุกล้ำทางเดินลงมายังพื้นที่ผิวการจราจร
ทางด้าน รศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้ช่วยคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ในนามประธานคณะทำงานกลุ่มงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สวท.)เปิดเผยว่า เรื่องนี้ในยุคนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นผู้ว่าฯกทม. ได้ส่งผู้แทนเข้าหารือ สวท.เพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาจราจรย่านโบ๊เบ๊ที่นับวันจะส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มีการค้าขายเสื้อผ้าและสินค้าอื่น ๆ กันอย่างหนาแน่น จึงได้ลงพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้มาโดยตลอดนั้น
โดยทำการศึกษาจะใช้พื้นที่ใต้ดินตลอดแนวถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษมและใต้คลองเป็นหลัก เพราะไม่อยากให้กระทบต่อการทำงานและธุรกิจการค้าในพื้นที่ คาดว่าจะต้องเจาะพื้นที่ใต้ดินประมาณ 5,000 ตารางเมตร ลึกประมาณ 10-20 เมตรเพื่อรองรับผู้ค้าให้เพียงพอ ซึ่งจะต้องเปิดหน้าดินและขุดใต้ดินเช่นเดียวกับชั้นขายตั๋วของรถไฟฟ้า MRT มีปล่องระบายอากาศ มีบันไดเลื่อน ติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบความปลอดภัยมาตรฐาน โดย กทม.จะได้มีการจัดระเบียบการลุกล้ำพื้นที่ด้านบนถนนใหม่ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อปัญหาการจราจร
รศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าวต่อไปอีกว่าปัจจุบันประเทศไทยถือได้ว่ามีความพร้อมด้านการจัดสร้างอุโมงค์เพราะมีประสบการณ์ในการสร้างอุโมงค์มาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นอุโมงค์ลอดภูเขาที่ขุนตาล จังหวัดลำปาง อุโมงค์ส่งน้ำลอดเจ้าพระยาพระราม 4 อุโมงค์รถไฟใต้ดิน อุโมงค์ส่งน้ำลอดถนนวิภาวดีฯ อีกทั้งยังได้เข้าไปพัฒนาบุคลากรให้ประเทศลาว และเทรนนิ่งบุคลากรให้กับอีกหลาย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านของไทย
แม้ประเทศไทยจะมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างอุโมงค์แต่ผลงานในประเทศไทยยังถือว่าน้อยมาก น่าจะเกิดเป็นรูปธรรมได้มากกว่านี้ อาทิ การก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสายควรจะใช้ประโยชน์ใต้ดินให้มากกว่าบนดิน เพราะหากมองถึงผลกระทบระยะยาวจะเกิดความคุ้มค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมลพิษและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการทำลายภูมิทัศน์ตามจุดต่าง ๆ ถึงแม้จะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากแต่ก็จะเกิดความคุ้มค่าระยะยาว รศ.ดร.สุชัชวีร์กล่าวและว่า
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเช่นประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ได้มีการรื้อหรือสร้างรถไฟบนดินเปลี่ยนเป็นลงสู่ใต้ดินมากขึ้น เพราะเขามั่นใจเรื่องเทคโนโลยีการก่อสร้างและจะเกิดความคุ้มค่ามากกว่าในอนาคตโดยประเทศเกาหลีใต้ยังได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมอุโมงค์โลกเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อ กทม.มีนโยบายพัฒนาพื้นที่ใต้ดินย่านโบ๊เบ๊ให้เกิดประโยชน์ สวท.จึงพร้อมสนับสนุนเต็มที่และขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจในความปลอดภัยเพราะ สวท.มีประสบการณ์และมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะจำนวนมาก

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์