หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแจ้งแนวทางปฏิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลและใช้น้ำบาดาล

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแจ้งแนวทางปฏิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องขออนุญาตเจาะน้ำบาดาลและใช้น้ำบาดาล

      • 5 พ.ย. 52 11.45 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • กรมประชาสัมพันธ์ สนับสนุนเนื้อหา
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ชี้แจงข้อหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 มาตรา 4 มีความเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากประสงค์เจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมอบหมาย นายโชติ ตราชู อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า ตามที่มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 บัญญัติว่า พระราชบัญญัติน้ำบาดาลนี้ไม่ใช้บังคับแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค หรือเพื่อเกษตรกรรมในส่วนที่เกี่ยวกับการเจาะน้ำบาดาลและการใช้น้ำบาดาล เว้นแต่ในเขตท้องที่ที่รัฐมนตรี โดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนดให้เป็นเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาลที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้หารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 ในปัญหาข้อกฏหมายเกี่ยวกับสถานภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล (เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร) เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีกฏหมายจัดตั้งเป็นองค์กรของรัฐ ว่าอยู่ในข่ายได้รับการยกเว้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 หรือไม่นั้น บัดนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาข้อหารือแล้ว มีความเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่องค์กรของรัฐซึ่งอยู่ในข่ายได้รับข้อยกเว้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 เนื่องด้วยการจัดให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรเป็นเพียงหน้าที่หนึ่งในหลายพื้นที่ที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น อาจดำเนินกิจการนั้นได้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้เขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงไม่ใช่องค์การของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการจัดหาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค หรือเพื่อเกษตรกรรม ตามแนวความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบเจตนารมณ์ของการยกร่างมาตรานี้ ปรากฏว่า ไม่ประสงค์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้น หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประสงค์จะเจาะน้ำบาดาลหรือใช้น้ำบาดาล ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมอบหมาย ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520
Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้