หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > ก่อนดีเดย์ประกันราคามัน ชาวไร่-ผู้ส่งออกห่วง ส่วนต่าง ราคาอ้างอิง

ก่อนดีเดย์ประกันราคามัน ชาวไร่-ผู้ส่งออกห่วง ส่วนต่าง ราคาอ้างอิง

      • 31 ส.ค. 52 00.45 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • ประชาชาติธุรกิจ สนับสนุนเนื้อหา
โครงการประกันราคาหัวมันสำปะหลังปี2552/2553และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะเริ่มเปิดโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่29สิงหาคมนี้ที่จังหวัดนครราชสีมาโดยมีนายกอร์ปศักดิ์สภาวสุรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแม้ว่าหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการทั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันถึงความพร้อมในการเดินหน้าโครงการแต่เกษตรกรกลุ่มมันสำปะหลังกลับมองว่ารายละเอียดวิธีปฏิบัติยังไม่ชัดเจนโดยนายธีระชาติเสยกระโทกเลขาธิการสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังภาคอีสานกล่าวว่ากลุ่มเกษตรกรในบุรีรัมย์และสุรินทร์น่าจะมีจำนวนหลายแสนไร่กำลังกังวลว่าอาจจะขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ได้เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิแม้ว่าจะทำกินมา15-20ปีนอกจากนี้รัฐบาลจะเริ่มต้นโครงการประกันราคาเดือนก.ย.แต่มีผลผลิตเริ่มทยอยออกมาตั้งแต่ก.ค.มีเกษตรกรบางส่วนที่เสียโอกาสไปแล้วรัฐบาลควรเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบนอกจากนี้รัฐบาลยังลดปริมาณรับประกันราคาลงจาก250ตันต่อครอบครัวเหลือเพียง100ตันต่อครอบครัวอีกทั้งยังมีการกำหนดเกณฑ์ราคาตลาดอ้างอิงซึ่งอาจจะต่ำกว่าราคาตลาดปกติได้ดังนั้นควรพิจารณาราคาอ้างอิงเพื่อช่วยเกษตรกรให้ได้ราคาชดเชยอย่างต่ำที่10-20สตางค์ต่อก.ก.สอดคล้องกับนายทวนชัยบุญพิลาเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจากอ.วัฒนานครจ.สระแก้วเห็นด้วยที่เพิ่มปริมาณโควตาเป็น150ตันต่อครอบครัวส่วนปัญหาในทางปฏิบัติมองว่าการรับเงินประกันก่อนขุดเกษตรกรเสี่ยงอาจจะถูกกดเปอร์เซ็นต์แป้งเวลาไปขายเพราะเมื่อยังไม่ขุดหัวมันสำปะหลังขึ้นมาจะไม่รู้เปอร์เซ็นต์แป้งอีกปัญหาที่ยังเป็นห่วงมากคือการป้องกันการนำมันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิโครงการประกันราคาเพราะปัจจุบันมีรถบรรทุกจากในหลายอำเภอตามพื้นที่ชายแดนออกไปขนมันสำปะหลังจากกัมพูชาเข้ามาวันละ100คันดังนั้นในช่วงเดือนต.ค.-เม.ย.ควรปิดด่านไว้ก่อนในมุมมองของผู้ผลิตนายนิยมจุฬาเสรีกุลนายกสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยกล่าวว่าจากราคาประกัน1.70บาท/ก.ก.เมื่อถูกแปรสภาพเป็นมันสำปะหลังเส้นรวมค่าใช้จ่ายตันละ380บาทค่าขนส่งตันละ400บาทและค่าบริหารจัดการตันละ74บาทเท่ากับจะมีต้นทุนอยู่ที่ตันละ4,900บาทหรือ145เหรียญสหรัฐต่อตันสูงกว่าราคาเฉลี่ยตั้งแต่ม.ค.-ปัจจุบันที่120-130เหรียญสหรัฐต่อตันรัฐบาลจะขาดทุนแน่นอน25เหรียญสหรัฐต่อตันและรัฐบาลยังกำหนดระยะเวลาว่าจะชดเชยจนถึงพ.ค.2553แต่เกษตรกรบางพื้นที่จะขุดมันสำปะหลังออกหลังจากเดือนพ.ค.จะทำอย่างไรต้องแบกรับความเสี่ยงว่ารัฐบาลจะดำเนินโครงการต่อหรือไม่นายปรีชาเต็มพร้อมนายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังกล่าวว่ารัฐบาลควรกำหนดราคาตลาดอ้างอิงให้ห่างจากราคาประกันในช่วงแคบเช่นราคาประกัน1.70บาทราคาตลาดควรอยู่ที่1.50-1.60บาทถ้าห่างกันเกินก.ก.ละ1บาทจะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกด้วยหากราคามันสำปะหลังก.ก.ละ1.50บาทแปรสภาพเป็นแป้งมันราคาเอฟโอบีที่270เหรียญสหรัฐต่อตันหากก.ก.ละ1.70บาทราคาแป้งมันอยู่ที่290-300เหรียญสหรัฐยังสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้เพราะคาดว่าปริมาณซัพพลายแป้งมันในตลาดโลกลดลงจากอินโดนีเซียประสบภาวะภัยแล้งราคาแป้งมันจึงอยู่ที่320-340เหรียญสหรัฐสูงกว่าไทยและเวียดนามนำแป้งมันไปใช้กับโรงงานเอทานอลในประเทศกว่า4โรงส่วนที่ส่งออกโดยปกติราคาจะต่ำกว่าไทย20เหรียญสหรัฐต่อตันแต่คุณภาพต่ำกว่าเช่นกัน
Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้