หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > คิกออฟ ''เชียงใหม่'' สู่ฝันที่เป็นจริง มหานครแห่งไมซ์
คิกออฟ ‘’เชียงใหม่‘’ สู่ฝันที่เป็นจริง มหานครแห่งไมซ์
ความหวังที่จะให้อุตสาหกรรมไมซ์(คำเต็มภาษาอังกฤษและคำย่อด้วย.....)ของประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 20-25% ต่อปี มีรายได้ราว 4.5-5 หมื่นล้านบาท ต้องพังทลายลงไปด้วยพิษเศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศและสารพัดปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ทำให้ไทยในปีนี้ต้องปรับลดคาดการณ์ตลาดจะเติบโตเพียง 10% และมีรายได้ราว 4.1 หมื่นล้านบาท แต่เพื่อให้ตลาดยังขยายตัวอยู่ได้ ทางสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ก็ยังคงต้องเดินหน้าปั้น 4 เมืองหลัก คือ กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต ให้เป็นมหานครแห่งไมซ์ หรือ Mice City โดยหวังว่าโครงการนี้จะช่วยหนุนให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยเติบโตขึ้น 5% ต่อปี
++หนุนไมซ์เชียงใหม่
เชียงใหม่ นับเป็นเมืองนำร่อง สู่นครแห่งไมซ์ล่าสุด หลังจากได้มีการลงนามความร่วมมือ MOU ระหว่างกันของ สสปน. จ.เชียงใหม่ และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ทิก้า) เพื่อตกลงดำเนินโครงการส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นเป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ(ฮับ)ในภูมิภาคภาคเหนือ ด้วยมีศักยภาพความพร้อมรองรับตลาดไมซ์(ตามตาราง) อยู่แล้ว
การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อการให้บริการตลาดล่วงหน้า ก่อนที่ศูนย์การประชุมนานาชาติ จ.เชียงใหม่จะก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยจะมีพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างในเดือนพ.ย.นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ราวปี 2554 รวมทั้งศูนย์ประชุมของไนท์ซาฟารี และศูนย์ประชุมของสวนราชพฤกษ์ที่กำลังเกิดขึ้นอีกด้วย
ต่อเรื่องนี้ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)หรือสสปน. กล่าวว่า ในการลงนามความร่วมมือครั้งนี้มั่นใจว่าจะสร้างความแข็งแกร่งและก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไมซ์ของจังหวัด และของประเทศไทยได้อย่างสูงสุด สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีผู้เดินทางกลุ่มไมซ์เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชีย ยุโรป เพราะมีความพร้อมทางด้านจำนวนห้องพัก สถานที่จัดประชุมสัมมนา และแสดงสินค้า นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี แหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย และการเดินทางสะดวก เพราะมีเที่ยวบินบินตรงจากนานาประเทศสู่สนามบินนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่หลายเส้นทาง
++5 ปีดันเป็นหนึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ
ขณะที่นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คนจังหวัดเชียงใหม่ รู้สึกยินดีในความร่วมมืออันดีที่จะให้เชียงใหม่เป็น นครแห่งใหม่ และก็พร้อมจะสนับสนุนโครงการนี้ โดยได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2552 - 2556 มีแผนสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ให้เข้ามาเป็น 1 ในอุตสาหกรรมที่สำคัญ กระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ยุทธศาสตร์การตลาดเชิงรุกแบบเจาะตลาด โดยเฉพาะตลาดใหม่ เช่น จีน อินเดีย และตะวันออกกลาง โดยจะมีการยกระดับคุณภาพ สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานแก่นักท่องเที่ยว การปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเดิม การสร้างกิจกรรมทางเลือกใหม่ๆ และการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยวางเป้าหมายให้เชียงใหม่ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวระดับโลก
ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเชียงใหม่นครแห่งใหม่ ในการทำงานร่วมกับ สสปน.เพื่อส่งเสริมให้ จ.เชียงใหม่ เป็นอีกเส้นทางที่ได้รับความนิยมในการเดินทางมาจัดไมซ์อย่างจริงจัง ทั้งยังมีความร่วมมือจากส่วนอื่นๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก การขนส่งทั่วถึงและครอบคลุมมากขึ้น ดังเช่นความร่วมมือกับสายการบิน ทำให้มีสายการบินเพิ่มขึ้นเป็น 12 สายการบินในปีหน้า จากปัจจุบันมี 6 สายการบิน เช่น อิสเทิร์น ไชน่า มีแผนเปิดเที่ยวบินตรงจากสิบสองปันนา-คุน
หมิง-เชียงใหม่ เป็นต้น ทำให้เชียงใหม่สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวจากสิบสองปันนาซึ่งมีกว่า 7 ล้านคนต่อปีเข้ามาเชียงใหม่ด้วย
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นครแห่งไมซ์นี้ประสบความสำเร็จ ก็อยากให้ทางรัฐบาลไทยต้องให้ความร่วมมือด้วย ยกตัวอย่าง ความต้องการที่จะให้มีสายการบินต่างประเทศเข้าไทยเพิ่มจะต้องเสนอสิ่งกระตุ้นให้สายการบินตัดสินใจมา เช่น การเพิ่มสิทธิพิเศษ การลดค่าธรรมเนียมการบริการต่างๆ ในสนามบินให้กับสายการบิน และสามารถขายตั๋วโดยสารเดินทางเชื่อมจากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯได้ โดยไม่ต้องผูกขาดบินภายในประเทศจะต้องใช้สายการบินของไทย
++วอนรัฐหนุนบิ๊กโปรเจ็กต์
รวมถึงรัฐจะต้องให้ความร่วมมืออันดีที่จะพัฒนาเมืองเชียงใหม่ด้านอื่นๆ ด้วย อาทิ ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและรัฐบาล ในการเปิดศูนย์การแพทย์ครบวงจรในภูมิภาค ซึ่งขณะนี้เชียงใหม่ได้รับโอกาสและความช่วยเหลือเงินทุนจากรัฐบาลประเทศเนเธอร์แลนด์ 60 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,880 ล้านบาท สำหรับศึกษาและดำเนินโครงการก่อสร้าง เมดิคัล ฮับ ศูนย์การแพทย์ครบวงจร ให้บริการกับคนในภาคเหนือทั้งหมด รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย บนเนื้อที่ 20 ไร่ ของม.เชียงใหม่และกรมทางหลวงจังหวัด ซึ่งอยู่ติดกับโรงพยาบาลมหาราช อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยโครงการนี้ทางคณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เป็นผู้ดูแลประสานงาน
ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนลงทุนเพียง 35% ทางรัฐบาลเนเธอร์แลนด์เพียงออกให้บางส่วน และเสนอให้รัฐบาลไทยร่วมลงทุนในส่วนที่เหลือ 65% หรือประมาณ 5,348 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 8,200 ล้านบาท ทาง จ.เชียงใหม่ จะได้เสนอโครงการนี้ไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาโครงการดังกล่าว และหากผ่านความเห็นชอบ เชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างภายใน 2-3 เดือน เบื้องต้นคาดว่าโครงการนี้จะได้ใช้งบประมาณภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเชียงใหม่ได้รับงบ 18,000 ล้านบาท มาเพื่อดำเนินโครงการ
ศูนย์การแพทย์ที่ครบวงจร หากเกิดขึ้นได้จริงจะทำให้ธุรกิจสปาเติบโตตาม และเชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็กจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวมากขึ้น และเพิ่มถึงขีดสุดที่เคยมีคือ 6 ล้านคน เช่นในปีที่มีการจัดงานพืชสวนโลก แต่ในปีนี้ด้วยวิกฤติต่างๆ ครึ่งปีมีนักท่องเที่ยวเพียง 1 ล้านคนเศษ สิ้นปีคาดว่านักท่องเที่ยวน่ามีแค่ 3 ล้านคน
นอกจากนี้ เชียงใหม่ยังเตรียมเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาโครงการก่อสร้างสปอร์ต คอมเพล็กซ์ บริเวณ อ.กัลยาณิวัฒนา อำเภอใหม่ที่แยกจากแม่แจ่มไปทางปาย ซึ่งในหลวงทรงพระราชทานนาม และอยู่ระหว่างการรอพระราชกฤษฎีกาประกาศใช้ โดยจะสร้างสนาม อาคาร ยิม สำหรับเป็นศูนย์การฝึกซ้อมการเล่นกีฬา บนพื้นที่ที่สูง บนเนื้อที่ 100 ไร่ เพื่อให้นักกีฬาของประเทศไทยเข้าฝึกซ้อมปรับระดับของร่างกาย เมื่อเตรียมเข้าแข่งขันกีฬายังประเทศที่อยู่ในพื้นที่สูง เช่น เม็กซิโก โดยคาดว่าโครงการนี้จะใช้งบลงทุนราว 200-300 ล้านบาท
++โรดโชว์นครแห่งไมซ์
ในปีนี้เชียงใหม่มีงานใหญ่ๆ ระดับนานาชาติประมาณ 8 งาน อาทิ การประจัดการประชุมของคณะทราเวลเอเยนต์จากประเทศอินเดีย จำนวน 1,000 คน เดือนตุลาคม งานประชุมหอการค้าทั่วประเทศกว่า 3,000 คน เดือนพฤศจิกายน และงานของมูลนิธิสร้างบ้านให้คนไร้ที่อยู่ที่มีตัวแทนจากทั่วโลก และเป็นคนมีชื่อเสียง รวมกว่า 2,500 คน ที่จะมาสร้างบ้านจำนวน 82 หลัง ในเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงการจัดประชุมของกลุ่มไลอ้อน งานอะเมซิ่งล้านนาเจ้า งานล้านนาราชพฤกษ์ เป็นต้น
ดังนั้นเพื่อให้เชียงใหม่มีงานประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจัดนิทรรศการ งานแสดงสินค้า หรือไมซ์ เพิ่มขึ้นสมกับเป็นนครแห่งไมซ์ ทางจังหวัดก็ได้วางแผนงานนับจากนี้โดยมุ่งการพัฒนาศักยภาพของคนที่อยู่ในแวดวงให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ รองรับการแข่งขันในอนาคต และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เช่น การเดินทางเข้าร่วมโรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยวและไมซ์ร่วมกับสสปน.ที่คุนหมิง ประเทศจีน เร็วๆ นี้ และการเปิดตัวไมซ์ซิตี ที่เฉินตู มณฑลเสฉวน ในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้มากขึ้นด้วย รวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรในตลาด ผ่านโครงการMice 4 Youth ซึ่งเป็นการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในธุรกิจไมซ์ กระตุ้นให้เกิดการเลือกเรียนและเกิดกระแสนิยมที่อยากทำงานในอุตสาหกรรมไมซ์ในกลุ่มนิสิต นักศึกษา เยาวชนใน จ.เชียงใหม่ จาก 9 สถาบัน พร้อมกันนี้จะจัดฝึกอบรมบุคลากรผู้สอนให้มีความรู้และเชี่ยวชาญในการบริการด้านนี้ และมีแผนจะเชิญหรือจัดการดูงานการสอนของคณะอาจารย์ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นแหล่งมีชื่อเสียงด้านธุรกิจไมซ์ในเวทีระดับโลก ทั้งนี้ เพื่อร่วมพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาเรื่องไมซ์ในระดับภูมิภาคอาเซียน
ทั้งหมดเป็นความมุ่งมั่นที่จะปั้น ให้เชียงใหม่เป็นนครแห่งไมซ์อย่างแท้จริง เพื่อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไมซ์ไทย และการดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์