หน้าแรกข่าว > ภูมิภาค > ตรังประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินใน4อำเภอ

ตรังประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินใน4อำเภอ

      • 7 พ.ย. 52 21.43 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • เดลินิวส์ สนับสนุนเนื้อหา

ตรังประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินใน4อำเภอ
ตรังประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินใน4อำเภอ

น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่ จ.ตรัง จนต้องประกาศ 4 อำเภอ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

วันนี้ (7 พ.ย.) นายโส เหมกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่ จ.ตรัง อันเนื่องมาจากผลกระทบจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในจังหวัดต่าง ๆ ฝั่งทะเลอ่าวไทย รวมทั้งในพื้นที่ จ.ตรัง ซึ่งล่าสุดทาง จ.ตรัง ได้ประกาศให้พื้นที่ทั้งหมด 4 อำเภอ เป็นพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว ประกอบด้วย อำเภอรัษฎา อำเภอวังวิเศษ อำเภอปะเหลียน และอำเภอนาโยง ส่วนน้ำจากเทือกเขาบรรทัดซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ส่งผลให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ราบลุ่ม 3 ตำบล ใน อ.ปะเหลียน ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ ได้แก่ ต.แหลมสอม จำนวน 11 หมู่บ้าน ต.ปะเหลียน จำนวน 15 หมู่บ้าน และ ต.บางด้วน จำนวน 7 หมู่บ้าน รวม 33 หมู่บ้าน ขณะที่ 3 โรงเรียนใน อ.ปะเหลียน ได้ประกาศปิดเรียนจนกว่าน้ำจะลดลงสู่สภาวะปกติ ชาวบ้านต้องกางเต้นท์นอนนอกบ้าน บางส่วนน้ำท่วมถนนตัดขาดเส้นทางจราจร

ทั้งนี้ จากการสรุปตัวเลขล่าสุดของสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ตรัง พบว่า ได้ขยายวงกว้างออกไปเป็น 6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.รัษฎา มีพื้นที่ประสบภัย 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน อ.วังวิเศษ จำนวน 5 ตำบล 33 หมู่บ้าน อ.ห้วยยอด จำนวน 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน อ.นาโยง 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน อ.เมืองตรัง จำนวน 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน และ อ.ปะเหลีบน จำนวน 3 ตำบล 33 หมู่บ้าน คาดว่า น่าจะมีประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแล้วกว่า 5,000 ครัวเรือน

ในส่วนของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตรัง ได้สั่งการให้มิสเตอร์เตือนภัยในทุกอำเภอเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ของน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขาแนวเทือกเขาบรรทัดใน 5 อำเภอ คือ อ.วังวิเศษ อ.นาโยง อ.ย่านตาขาว อ.ประเหลียน และ อ.ห้วยยอด เพราะหวั่นว่า จะเกิดเหตุดินถล่ม หรือดินสไลด์ตัว ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่ก็ต้องระมัดระวัง และหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสีน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา ถ้าหากผิดสังเกตก็ต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันที

Tags:
  1. น้ำท่วม
  2. ตรัง
  3. พื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน
 
  1. ฝนตกหนัก น้ำท่วมขยายวงกว้าง ผู้ว่าฯ เร่งสร้างแนวกันคลื่นฝนตกหนัก น้ำท่วมขยายวงกว้าง ผู้ว่าฯ เร่งสร้างแนวกันคลื่น

    นายกรัฐมนตรี เตรียมเรียกประชุมก.ต.ช. โดยตำแหน่ง ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ และยังไม่มีวาระการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่

    21 พ.ย. 52 13.23 น.   3429 ผู้ชม   8 ความคิดเห็น

    Tags: น้ำท่วม , ภัยธรรมชาติ , สงขลา , อุทกภัย , ภาคใต้ ,

  2. อังกฤษอพยพคนหนีน้ำท่วมอังกฤษอพยพคนหนีน้ำท่วม

    ลอนดอน - หน่วยกู้ภัยอังกฤษใช้เฮลิคอปเตอร์อพยพประชาชนราว 200 คน ออกจากเมือง หลังโดนพายุถล่มจนทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในบางพื้นที่ของประเทศ

    20 พ.ย. 52 14.16 น.   5347 ผู้ชม   12 ความคิดเห็น

    Tags: น้ำท่วม , พายุ , หน่วยกู้ภัยอังกฤษ ,

  3. น้ำป่าท่วมหาดใหญ่ระลอกสองน้ำป่าท่วมหาดใหญ่ระลอกสอง

    น้ำป่าไหลท่วมหมู่บ้านในหาดใหญ่ระลอกสอง หลังฝนตกอย่างหนักติดต่อกันนานถึง 2 วัน จนท.เร่งช่วยเหลือ

    20 พ.ย. 52 14.09 น.   3439 ผู้ชม   11 ความคิดเห็น

    Tags: น้ำท่วม , น้ำป่า , ฝนตก , หาดใหญ่ ,

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ตรังประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินใน4อำเภอ

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 1

  1. Re: ตรังประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินใน4อำเภอ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้