หน้าแรกข่าว > สังคม > เทคโนโลยี > ทวิตเตอร์...ทวีตบุญ...ในทวีตภพ?!
ทวิตเตอร์...ทวีตบุญ...ในทวีตภพ?!
ทวิตเตอร์ (www.twitter.com) เว็บไซต์เครือข่ายสังคมประเภทบล็อกสั้นที่ให้สมาชิกเขียนข้อความบอกผู้อื่นและผู้สนใจติดตามเรา (ฟอลโลว์อิ้ง) หรือคนที่เราตาม (ฟอล โลว์เออร์) ทราบว่ากำลังทำอะไร ด้วยความยาว 140 ตัวอักษรดิจิทัล ที่แพร่หลายเป็นเครื่องมือสื่อสาร (โซเชียล มีเดีย) ที่ผู้ประกอบการต่าง ๆ ใช้ประโยชน์ทางธุรกิจอย่างแพร่หลาย แต่สำหรับดนัย จันทร์เจ้าฉาย (http://twitter.com/dc_danai) หนุ่มนักธุรกิจผู้ใฝ่ใจในพุทธศาสนา ใช้เพื่อเผยแพร่สาระธรรม
เปิดใช้แค่สองเดือนก็มีผู้ตามกว่า 2,000 ราย
เทียบกับทวิตเตอร์ของบริษัทของเขาเอง มีคนตามเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์
ดนัย เล่าให้ฟังที่สำนักงานบนชั้นที่ 22 อัมรินทร์พลาซ่า ย่านราชประสงค์ ซึ่งแบ่งเนื้อที่เกือบครึ่งเป็นห้องประชุมที่ใช้แสดงธรรมแก่ผู้สนใจว่า เพิ่งเริ่มใช้ หลังจากได้เห็นเพื่อนนักธุรกิจคนสำคัญใช้ และเมื่อนำมาใช้เองก็ชอบเทคโนโลยีนี้ ที่ใช้ถ้อยคำสั้น ๆ จะเรียกคำสั้นบันลือโลกก็ได้ เพราะเหมือนเอสเอ็มเอส (ระบบรับส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ) สอดคล้องกับวิถีของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบอ่านข้อความเยอะ ๆ การเขียนจึงสรุปเอาแต่เนื้อ ๆ คล้ายพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ใช้ไปก็เข้าใจมากขึ้นว่า การเขียนข้อความสั้นทำยาก เพราะต้องระวังการสื่อสารให้เข้าใจผิดน้อยที่สุด คำลงท้ายว่าครับ อาจไม่มี แต่ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ซึ่งก็สอดรับกับวิธีใช้งานของดนัย ที่ไม่นิยมเขียนตอบข้อความหรืออีเมลยาว ๆ
ดนัยอธิบายว่า ทวิตเตอร์ (twitter) เป็นการสื่อข้อความบอกตัวตนของเรา ให้มีเวทีแสดงตัวตน ผู้ที่เข้ามาใช้ซึ่งมีหลากหลาย เพื่อประโยชน์ในการคุยกันเอง มีความเป็นส่วนตัว สามารถผ่านด่านเลขานุการถึงตรงตัวได้เิจ หรือคนสำคัญที่เข้าถึงได้ยาก
ผมใช้ทวีต (tweet) บุญ
ดนัยขยายความว่า ใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือเพื่อบอกว่า กำลังทำกิจกรรมงานบุญอะไร เผื่อจะมีผู้สนใจเข้าร่วม ซึ่งก็ มีคนมาร่วมอนุโมทนาบุญมากมาย คนที่มี ข้อสงสัยหลักธรรม หรืออาจมีปัญหาชีวิต ทำอะไรสักอย่างแล้วเกรงผิดบาป มีความวิตกอย่างใดอย่างหนึ่ง แฟนทิ้ง ทำใจไม่ได้ ก็ถามเข้ามา ก็ช่วยตอบไปตามหลักธรรม
เปรียบก็คงเหมือนแสงเทียนใน ทวีตภพ เขาว่า ซึ่งเมื่อเข้าไปอ่านดู จะพบ ว่า เนื้อหาธรรมะขนาดสั้นบนทวิตเตอร์ของ เขา เข้าใจง่าย นำไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริง เช่น เมื่อรู้จักตัวเอง ก็รู้จักทุกข์ เมื่อรู้จักทุกข์ ก็รู้จักวิธีดับทุกข์
เว็บเครือข่ายสังคม อย่างทวิตเตอร์ ซึ่งผู้ใช้พัฒนามาเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ เผยแพร่ข่าวสารใกล้ชิดกับผู้บริโภค ครั้นเมื่อมาเป็นเครือข่ายสายธรรมะ ก็จะต้องปรับให้ทันกับ กระแส โดยระวังไม่ให้ผู้ส่งข้อความสอบถามเข้ามาต้องรอนาน ภายใน 1-2 ชั่วโมง ก็จะตอบ เพื่อช่วยให้คลายข้อวิตกที่มี ซึ่งไม่กระทบกับ ชีวิตนักธุรกิจงานเต็มมือ เนื่องจากเป็นคนพิมพ์คอมพิวเตอร์เร็ว
ถ้าอยู่นอกสำนักงานก็ใช้บีบี หรือโทรศัพท์แบล็กเบอรี่ส่งข้อความ แต่ตอนนี้ยังใช้ความเร็วได้ไม่มากเพราะไม่ค่อยคุ้น
มีคำถามว่า หากจำนวนผู้ตามมีมาก กว่านี้ จะตอบกันอย่างไร ดนัยบอกตอบแบบกลาง ๆ และจะหลีกเลี่ยงการส่งข้อความที่นำไปสู่ความแตกแยก มีข้อความถามแย้งมา ก็ไม่ตอบหรือเลี่ยง ๆ ไป
การเข้าสู่ระบบโซเชียล เน็ตเวิร์ก มักทำให้ความเป็นส่วนตัวลดลงไป ดนัยบอกว่า เขาเป็นคนที่หวงความเป็นส่วนตัว ดังนั้น ถ้ามีคำถามที่ลึกเข้ามาถึงความเป็นส่วนตัว เ่น ออกกำลังกายที่ไหนก็จะไม่บอก หรือให้เฉไปเรื่องอื่น ซึ่งไม่เสียน้ำใจ แก่กัน
ถามว่าเป็นนักธุรกิจระดับนี้ มีวิธีบริหารเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างไร คำตอบก็คือ ทวิตเตอร์จะทำเอง ส่วนเฟซบุ๊ก (www.facebook.com) มอบให้ทีมงาน นักพัฒนาทำหน้าที่จัดการ และยืนยันว่าโซ เชียลมีเดีย นำมาใช้ประโยชน์ได้ เพราะเมื่อ ติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลรู้จักกันแล้ว การติดต่อขอความช่วยเหลือใด ๆ ก็ทำได้ บางครั้งการขอให้คนมีชื่อเสียงมาร่วมงานเช่นเป็นพิธีกร อาจติดต่อยาก แต่เมื่อเป็นเครือข่ายเดียวกัน ก็ตกลงกันได้
บทสรุปของนักธุรกิจที่ใช้ทวิตเตอร์เป็นแหล่งเผยแพร่ข้อธรรม บอกว่า ทุกอย่างมี 2 มุม ทั้งข้อดีและข้อเสีย พิจารณาแล้วเห็นว่ามีประโยชน์มากกว่า แต่ผู้เล่นต้อง เข้มแข็ง ไม่ติด เพราะถ้าใช้มากอาจเป็นคนสมาธิสั้น ที่สำคัญมันเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง การใช้จึงไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องรุ่นท็อป (สูงสุด) เพื่ออวดกัน เอาแค่ที่พอใช้ได้
มองที่ประโยชน์และทำตัวอยู่เหนือเครื่องมือเป็นสำคัญ
...วันนี้ทวีตบอกเรื่องราวให้ใครรู้ หรือยัง.
วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Gmail.com

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์