หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > บวท.เล็งเพิ่มทุน5พันล.พ่วงไทยเข้มแข็ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนส่งทางอากาศ/ดันรายได้ส่วนเกี่ยวเนื่องกา

บวท.เล็งเพิ่มทุน5พันล.พ่วงไทยเข้มแข็ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนส่งทางอากาศ/ดันรายได้ส่วนเกี่ยวเนื่องกา

      • 28 ก.ย. 52 10.45 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • ฐานเศรษฐกิจ สนับสนุนเนื้อหา
บวท.ดันรายได้ปี 53 พุ่ง 5 พันล้านบาท เน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้ ที่เกี่ยวเนื่องการบินเป็น 20% พร้อมกางแผนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางอากาศ มูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท ภายใต้งบไทย เข้มแข็ง ทั้งเพิ่มออพชันให้นำงบมาเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทบวกกับการเพิ่มทุนของ 90 สายการบินผู้ถือหุ้น ดันทุนจดทะเบียน

จาก 660 ล้านบาท เป็น 5 พันล้านบาท

พล.อ.อ.สมชาย เธียรอนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือ บวท. เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ในขณะนี้บวท.ได้ประเมินภาพรวมการดำเนินธุรกิจ ในปีหน้า โดยคาดการณ์ว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่คาดว่ารายได้จะอยู่ที่ราว 4,000 ล้านบาท (ปีนี้มีเที่ยวบินเข้าไทยลดลงราว 9 % จากเหตุชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิช่วงปลาย ปี 2551 วิกฤติเศรษฐกิจโลก การเมืองในประเทศ รวมถึงการระบาดของเชื้อไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009)

ทั้งนี้มีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ สถานการณ์การบินจะกลับมาดีขึ้น ดังเห็นได้จากมีสายการบินต่างประเทศคือ คิงฟิชเชอร์ ของประเทศอินเดีย และสายการบินโลว์คอสต์ของจีนที่จะเปิดบินเข้าไทยเร็วๆ นี้ รวมไปถึงการประเมินภาพรวมการบินในการประชุมเอเปก (ด้านการบิน) เมื่อไม่นานมานี้ พบว่าสายการบินในเอเชียยังมีการเติบโตเป็นบวก 5.5% ในขณะที่ทั่วโลกเป็นบวก 3.9% น่าจะสร้างความเชื่อมั่นและส่งผลทำให้ธุรกิจของบวท.ในปี 2553 มีการเติบโต และมีรายได้สูงถึง

5,000 ล้านบาท

บวท.เตรียมจัดทำแผนธุรกิจปี 2553 ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มรายได้ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน (เช่น รายได้จากบริการบินทดสอบเครื่องช่วยการเดินอากาศยาน การให้บริการติดตั้งระบบวิทยุสื่อสารในเขตท่าอากาศยานต่างประเทศ เป็นต้น) จาก

7% เป็น 20% และลดรายได้จากธุรกิจการบิน (ค่าธรรมเนียมการจัดการจราจรทางอากาศที่เรียกเก็บกับสายการบิน)

จาก 93% ให้อยู่ในระดับ 80% เพื่อทำ ให้ธุรกิจอยู่ได้ เพราะจะได้ไม่ต้องคำนึงถึงปัจจัยลบต่างๆ ที่จะทำให้เที่ยวบินเข้า-ออกไทยลดลง อันส่งผลกระทบกับรายได้หลักของบวท.

รวมถึงการลดรายจ่ายในองค์กร

โดยขอความร่วมมือกับพนักงานช่วยกันประหยัดรายจ่ายในองค์กรให้ได้ตามเป้า 120 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปีนี้เริ่มดำเนิน

การแล้วและเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ลดรายจ่ายได้แล้ว 102 ล้านบาท

พล.อ.อ.สมชาย กล่าวอีกว่า เพื่อรองรับการบริการที่มากขึ้น บวท.จึงได้จัดทำรายละเอียดโครงการลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางอากาศ (ตารางประกอบ) ใช้งบมูลค่า 4,000 ล้านบาท (ภายใต้งบไทยเข้มแข็งเพิ่มเติมจำนวน 2.57 หมื่นล้านบาทปี

2553-2555) สำหรับดำเนินการระบบ

ควบคุมและให้บริการจราจรทางอากาศ เพื่อเชื่อมโยงการสื่อสารเดินอากาศของประเทศ ให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน ให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น รองรับเที่ยวบินที่มากขึ้น โดยทำให้สายการบินขึ้น-ลงได้เร็วขึ้นช่วงที่จราจรหนาแน่น ส่งผลให้สาย การบินประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง ไม่เสีย เวลาบินวนรอนำเครื่องลง

ในเบื้องต้นการลงทุนโครงการนี้บวท.ได้หารือกับนายโสภณ ซารัมย์ รัฐ- มนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีก็เห็นด้วย และเตรียมเสนอเรื่องต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาและนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ทันกับการพิจารณาใช้งบประมาณปี 2553 โดยบรรจุลงในโครง การแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เนื่องจากระบบให้บริการและควบคุมจราจรทางอากาศ เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลควรสนับสนุน

โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวที่ต้องการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งบวท.ถือเป็นหนึ่งหน่วย งานที่ต้องมีแผนรองรับในการสื่อสารกับเที่ยวบินที่จะบินเข้ามา รองจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ที่ต้องดำเนินโครงการสร้างรันเวย์

ที่ 3 และอาคารผู้โดยสารโดเมสติก ในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับจำนวนผู้เดินทางเข้าออกมากกว่า 80 ล้านคนต่อปีในอนาคต

นอกจากนี้บวท.ยังมีแผนจะลงทุนติดตั้งระบบใหม่ ที่หอบังคับการบินในอีก

35 ท่าอากาศยาน (ท่าอากาศยานของกรมการขนส่งทางอากาศ 30 แห่ง และของทอท.อีก 5 แห่ง) เหมือนกับระบบที่ติดตั้งแล้ว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาระบบโครง สร้างพื้นฐานการขนส่งทางอากาศ เนื่อง จากท่าอากาศยานเหล่านี้ยังไม่มีการลง ทุนติดตั้งระบบใหม่นี้ แต่เมื่อพัฒนาให้เป็นระบบเดียวกันจะเชื่อมโยงการจราจรทางอากาศในภาพรวมของทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี จากเดิมที่มีจุดห้ามผ่านกว่า 48% กินเนื้อที่ 373 ล้านตร.กม.ทำให้การบินไม่สะดวกต้องอ้อม

อย่างไรก็ตามจากการลงทุนต่างๆจากงบไทยเข้มแข็ง ที่บวท.จะใช้งบกว่า 4,000 ล้านบาท ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เนื่องจากบวท.มีข้อจำกัดทางการเงิน กอปรกับในปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้สินสะสมกว่า 6,000 ล้านบาท อันเป็นผล มาจากการลงทุนจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ รวมทั้งการก่อสร้างอาคารในท่าอากาศ-ยานสุวรรณภูมิประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในอดีต

การขอสนับสนุนงบในส่วนนี้กว่า 4,000 ล้านบาท บวท.ยังได้เสนอด้วยว่าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น บวท.ก็จะนำงบในส่วนนี้มาใช้ในการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท เพราะขณะนี้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเพียง 660 ล้านบาทเท่านั้น และไม่เคยเพิ่มทุนนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2491 (เป็นการลงทุนของรัฐบาลในนามของกระทรวงการคลัง 600 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 91% และอีก 60 ล้านบาท มาจาก 90 สายการบินซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9%)

การเพิ่มทุนในส่วนนี้เมื่อรัฐบาลให้งบมา 4,000 ล้านบาท จะทำให้ทุนจดทะ- เบียนในส่วนของรัฐเพิ่มเป็น 4,600 ล้านบาท และสายการบินกว่า 90 สายการบิน ที่เป็นผู้ถือหุ้นของบวท.ก็จะเพิ่มทุนจดทะเบียนตามสัดส่วนหรืออยู่ที่ประมาณ

400 ล้านบาท รวมแล้วจะมีทุนจดทะเบียน ของสายการบินต่างๆ อยู่ที่ 460 ล้านบาท ซึ่งเป็นแนวทางที่สายการบินให้ความเห็นชอบในเบื้องต้นแล้ว เพราะเห็นว่ามีความเหมาะสมมากกว่าที่บวท.จะปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมการให้บริการ ซึ่งจะทำให้บวท. มีงบในการพัฒนาระบบการบริการและมีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 5,060 ล้าน

บาท ทำให้บริษัทมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น

Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้