หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > ประธานบอร์ด''อีลิท การ์ด'' หวังครม.ให้โอกาส ย้ำดาวน์ไซซ์ต่อลมหายใจ

ประธานบอร์ด‘’อีลิท การ์ด‘’ หวังครม.ให้โอกาส ย้ำดาวน์ไซซ์ต่อลมหายใจ

      • 31 ส.ค. 52 11.45 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • ฐานเศรษฐกิจ สนับสนุนเนื้อหา
สารพัดรากเหง้าปัญหาของอีลิทการ์ด คงหนีไม่พ้นการทุจริตที่มีมาอย่างต่อเนื่องนับจากเริ่มตั้งโครงการเมื่อปี 2546 เปลี่ยนผู้บริหารกี่ครั้งก็มีเรื่องทุจริตผุดตามมาทุกยุคทุกสมัย มาจนถึงการก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 และยุคพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ใจก็อยากจะล้มโครงการนี้ใจแทบขาด ทำให้การแก้ปัญหาของอีลิทการ์ดเริ่มมีความจริงจังมากขึ้น อ่านได้จากสัมภาษณ์นายธงชัย ศรีดามา ประธานกรรมการ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด หรือทีพีซี

++เชื่อครม.ไม่ยุติโครงการ

สำหรับทิศทางในการดำเนินธุรกิจของอีลิทการ์ด ทางผู้บริหารทีพีซี ทราบว่าในเร็วๆ นี้ นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมจะนำเสนอแนวทางการดำเนินโครงการอีลิทการ์ด เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา ซึ่งจะเป็นการพิจารณาหาทางออกของโครงการนี้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริหารทีพีซีและบอร์ดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท.ได้สรุปผลไว้ชัดเจน ภายใต้ 4 แนวทางหลักที่วางไว้

ได้แก่ การยุติหรือล้มเลิกโครงการ การปรับโครงสร้างแล้วดำเนินการต่อ การดำเนินการต่อภายใต้การดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท. และสุดท้ายการให้เอกชนเข้าร่วมทุน ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่าการยุติโครงการเป็นไปไม่ได้ เพราะจะส่งผลกระทบมาก แต่น่าจะเป็นการดำเนินโครงการภายใต้ 3 แนวทางหลัก ทั้งให้เอกชนร่วมบริหาร หรือการอยู่ภายใต้การกำกับของททท. หรือไม่ก็เป็นการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อให้สอดรับกับสภาพธุรกิจขณะนี้แล้วดำเนินการต่อมากกว่าการยุติโครงการ

เนื่องจากโครงการอีลิทการ์ดยังมีโอกาสที่จะไปได้ เห็นได้จากการปรับลดสิทธิประโยชน์ของผู้ถือบัตรสมาชิกแล้ว ส่งผลให้บริษัทลดรายจ่ายได้ถึง 20 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งตัวเลขรายได้ก็มีแนวโน้มดีขึ้น แม้จะยังมียอดรายได้ติดลบสะสมก็ตาม โดยจากตัวเลขรายงานเดือนกรกฎาคมเป็นบวก มีรายได้เข้ามากว่า 200 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 367 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าการปรับลดสิทธิประโยชน์ต่างๆและการลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น (ตารางประกอบ)เห็นผลดี ซึ่งก็ต้องเดินหน้าทำต่อ

++ดาวน์ไซซ์โครงสร้างองค์กร

รวมถึงเพื่อให้สอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ต้องการประหยัดรายจ่ายขององค์กร ก็จะมีการปรับโครงสร้างองค์กร ภายใต้โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดหรือเออร์ลี่ รีไทร์ โดยบริษัทจะจ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย เพื่อให้มีการปรับลดตำแหน่งงานที่ไม่จำเป็น เพื่อให้บริษัทประหยัดรายจ่ายที่จะต้องจ่ายให้กับพนักงานกว่า 5 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับพนักงานและลูกจ้างรวม 140 คน โดยมีเป้าหมายจะให้สมัครใจออกอีก 15 ราย หลังจากที่เคยให้ออกไปแล้ว 15 ราย รวมเงินจ่ายชดเชย 10 ล้านบาท

โดยในเบื้องต้นในส่วนของบอร์ดทีพีซีเองก็ได้เห็นชอบให้ระดับรองผู้จัดการ 2 ราย คือ นายณัฐพล เลขวิทักษ์ รองผู้จัดการใหญ่ สายงานการจัดจำหน่ายและการตลาด และนายยอดชาย แก้วเพ็ญศรี รองผู้จัดการใหญ่ สายงานสิทธิประโยชน์และสมาชิกสัมพันธ์ ให้ร่วมโครงการนี้ เนื่องจากเป็นตำแหน่งงานที่มีเงินเดือนถึง 1.8 แสนบาทต่อเดือนซึ่งถือเป็นเงินเดือนที่สูงมาก

ส่วนระดับพนักงานคาดว่าฝ่ายขาย ซึ่งขณะนี้ไม่ต้องขายแล้วจะให้เข้าร่วมโครงการมากที่สุด แต่ทั้งนี้การเข้าร่วมโครงการนี้พนักงานทุกคนมีสิทธิ์แต่จะมีคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง ก่อนจะนำเสนอชื่อต่อบอร์ดและแจ้งต่อพนักงานให้ทราบล่วงหน้า 1 เดือน

++ลดวงเงินจัดซื้อกันรั่วไหล

นอกจากนี้เพื่อให้การดำเนินโครงการอีลิทการ์ดสามารถดำเนินต่อไปได้ สอดรับกับสภาวะทางธุรกิจที่เป็นอยู่ ก็จะมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบของบริษัท เนื่องจากใช้ระเบียบเดิมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2547 ต่อมาถึงปี 2550 เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนไปของสภาพองค์กรในปีนี้ จึงได้มีการปรับระเบียบและอำนาจของฝ่ายบริหารในการอนุมัติเบิกจ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเดิมให้อำนาจโดยไม่มีจำกัด ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของเงินและบางส่วนเป็นการใช้ไปโดยสูญเปล่าหรือเสียประโยชน์

ทั้งนี้ระเบียบและอำนาจการอนุมัติงบประมาณของผู้บริหารระดับผู้จัดการจะเหลือเพียง 3 ล้านบาท ส่วนประธานกรรมการ อนุมัติได้ 10 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมผู้จัดการมีอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างวงเงินสูงถึง 25 ล้านบาท และประธานต้อง 50 ล้านบาทขึ้นไป

++จี้ตรวจสัญญาย้อนหลัง

ส่วนการยกเลิกสัญญากับบริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอที ผู้จัดวางระบบคอมพิวเตอร์ 2 ระบบให้กับบริษัท คือ ระบบสำนักงานการสำรองผ่านระบบออนไลน์ และระบบบริหารสมาชิกสัมพันธ์และการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ หรือ ซีอาร์เอ็ม และถูกเอไอทีเรียกร้องค่าเสียหายจากการยกเลิกสัญญาจำนวน 38 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเตรียมการประมูล 4 รายการเป็นวงเงิน 6 แสนบาท ค่าเตรียมเจ้าหน้าที่โครงการทำงาน 10 เดือน เป็นเงิน 11 ล้านบาท ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ 18 ล้านบาท และค่าปรับจากการยกเลิกสัญญา 9 ล้านบาท

แม้เอไอที จะเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ทางทีพีซีจะไม่จ่ายค่าเสียหายตามที่มีการเรียกร้องมา พร้อมทั้งได้คณะกรรมการตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าเอกสารและรายละเอียดของโครงการยังไม่พร้อม และเป็นสัญญาที่เสียเปรียบมาก มูลค่าของสัญญาก็สูงมากถึง 77.3 ล้านบาท ที่มีการทำกันในช่วงผู้บริหารยุคก่อน ซึ่งทีพีซีได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ

พร้อมมอบหมายให้ นายยอดชาย แก้วเพ็ญศรี รองผู้จัดการใหญ่ สายงานสิทธิประโยชน์และสมาชิกสัมพันธ์ ทีพีซี ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนรับรู้กับโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มแรกได้เข้าไปเจรจา ภายใต้ครรลองทางธุรกิจหรือการเจรจาต่อรองเพื่อให้บริษัทเสียหายน้อยที่สุด ในระยะเวลา 7 วัน คาดว่าจะสามารถเจรจาได้ แต่หากไม่สามารถเจรจาได้และจะต้องเอาผิดกับตัวบุคคล ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายร่วมกระทำผิดทำให้บริษัทเกิดความเสียหาย ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าจะสามารถเอาผิดย้อนหลังได้หรือไม่

ยกตัวอย่าง นายยอดชาย แก้วเพ็ญศรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่รับรู้ในการดำเนินการมาต่อเนื่อง รวมถึงอาจจะต้องมีผู้รับผิดชอบร่วมอื่นๆด้วย และแม้บอร์ดทีพีซีจะเห็นชอบให้นายยอดชาย ออกจากตำแหน่งตามโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ ก็ไม่ใช่เป็นการตัดตอนเพื่อให้พ้นผิด อีกทั้งการตรวจสอบหาความผิดก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากตรวจสอบแล้วไม่ได้กระทำผิดหรือไม่ได้ผิดเพียงคนเดียว ยังมีฝ่ายบริหารอื่นๆ อีก และหากตรวจสอบแล้วความเสียหายไม่มากก็คงแล้วกันไป

รวมถึงทีพีซี ยังได้ตรวจสอบการทุจริตในโครงการสัญญาเช่าพื้นที่โฆษณาภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของบริษัท เจซี เดอโกฯ หรือ เจซีดี มูลค่า 24 ล้านบาท ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งทีพีซีจะไม่ต่อสัญญาแล้ว เนื่องจากสถานะการเงินของบริษัทที่เป็นอยู่ยังมีปัญหา ทั้งสัญญาดังกล่าวยังไม่มีความเหมาะสมในเรื่องราคาที่สูงเกินไป โดยบริษัทต้องจ่ายเงินกว่า 1.7 ล้านบาทต่อเดือน สำหรับเป็นค่าเช่าป้ายโครงการ อีกทั้ง ทีพีซียังเตรียมจะตรวจสอบย้อนหลังว่ามีสิทธิ์ไปยื่นประมูลหรือไม่ และราคาที่คิงเพาเวอร์เสนอมาก็ถูกกว่า เจซีเดอโก ยื่นเหตุใดทางฝ่ายบริหารจึงไม่เลือก

ทั้งหมดล้วนเป็นความพยายามในการเข้ามาแก้ปัญหาอีลิทการ์ด ของทีมผู้บริหารชุดใหม่ ที่ก็ยังว่าทีพีซีน่าจะไปได้ หากจัดโครงการองค์กรและการทำงานให้เข้าที่เข้าทางได้อย่างแท้จริง

Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้