หน้าแรกข่าว > สังคม > การศึกษา > มหาลัยในกำกับของรัฐไม่เห็นด้วยระบบประเมินผลฯ

มหาลัยในกำกับของรัฐไม่เห็นด้วยระบบประเมินผลฯ

      • 6 ต.ค. 52 18.25 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • เดลินิวส์ สนับสนุนเนื้อหา
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ศ.ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ สั่งชะลอร่างระเบียบว่าด้วยระบบประเมินผล และการจัดสรรงบประมาณของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ในการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากเห็นว่า ร่างดังกล่าวให้อำนาจกับฝ่ายการเมืองในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิมากเกินไป อาจทำให้มหาวิทยาลัยในกำกับรัฐขาดความเป็นอิสระ ว่า เป็นเรื่องดีที่ รมช.ศึกษาธิการ ออกมาเตือนมหาวิทยาลัยให้พิจารณาร่างระเบียบดังกล่าวให้รอบคอบ เพราะหากปล่อยไปจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยไม่มีอิสระตามที่เรียกร้องกันมาตลอด ส่วนทางออกของเรื่องนี้นั้น ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ทอมก.) และสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ควรแสดงจุดยืนร่วมกัน และร่วมใจกันให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับรัฐบาลว่า ระเบียบนี้ส่งผลต่อความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ขณะเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งก็น่าจะส่งหนังสือชี้แจงต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รมว.ศึกษาธิการ และสำนักงบประมาณด้วยพร้อมกัน

ด้าน รศ.ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ ในฐานะประธาน ทอมก. กล่าวว่า ทอมก.ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นชุดหนึ่งเพื่อวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะต่อ รมว.ศึกษาธิการ และนายกฯ ซึ่งจะมีการหารือเรื่องนี้ในวันที่ 13 ต.ค.ที่จุฬาฯ และนำข้อสรุปเสนอต่อที่ประชุม ทอมก.ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ แต่ที่ผ่านมาได้มีการชี้แจงด้วยวาจาของ รศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ กพร. เกี่ยวกับร่างระเบียบว่าด้วยการประเมินผลฯ ค่อนข้างแตกต่างจากเอกสาร ขณะที่ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ไม่เห็นด้วยกับร่างระเบียบฯ ดังกล่าว

เบื้องต้นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐไม่เห็นด้วยกับร่างระเบียบฯ นี้ และเห็นว่า ควรใช้กลไกที่มีอยู่เดิมดำเนินการ คือ สำนักงบประมาณ และ สกอ. หากจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ก็ควรปรับสัดส่วนของผู้แทน เช่น ให้ สกอ.ทำหน้าที่เป็นผู้เสนอแนะอย่างแท้จริง และทดลองใช้ระบบนี้ 3 ปี หากดี หรือจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายก็แก้ไข ส่วนตัวผมเห็นว่า หากร่างดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในอนาคต งบประมาณอุดมศึกษา 3 หมื่นล้านจะตกกับคนเพียง 9 คน และ 6 ใน 9 คน ก็มาจากการแต่งตั้งของฝ่ายการเมือง แล้วการจัดสรรงบฯ จะดีกว่าเก่าได้อย่างไร รศ.ดร.ไทย กล่าว.

Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้