หน้าแรกข่าว > สังคม > ระบาดหวัด09ชะลอตัว อภ.เจอปัญหาเชื้อไว้รัสเป็นนำพัฒนาวัคซีนไม่ได้

ระบาดหวัด09ชะลอตัว อภ.เจอปัญหาเชื้อไว้รัสเป็นนำพัฒนาวัคซีนไม่ได้

      • 17 ส.ค. 52 21.29 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • มติชน สนับสนุนเนื้อหา

ระบาดหวัด09ชะลอตัว อภ.เจอปัญหาเชื้อไว้รัสเป็นนำพัฒนาวัคซีนไม่ได้
ระบาดหวัด09ชะลอตัว อภ.เจอปัญหาเชื้อไว้รัสเป็นนำพัฒนาวัคซีนไม่ได้

สธ.แจ้งสถานะการณ์การระบาดหวัด09ชะลอตัว ประเมินขาลงอีก 2-3 เดือน ก่อนกลับมาพิฆาตต่อรอบ 2 เบาหรือหนักกว่าเดิมยังระบุไม่ได้ ปธ.บอร์ดอภ.เผยเจอปัญหาเชื้อไวรัสเป็นนำไปพัฒนาเป็นวัคซีนไม่ได้เพราะไม่ได้ขนาดที่ต้องการ เตรียมเลื่อนทดสอบ-ปรับขนาด

นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะอนุกรรมการ ที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อติดตามการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อบ่ายวันที่ 17 สิงหาคม

จากนั้นเปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค สธ.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่า ขณะนี้การระบาดชะลอตัวลง ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ที่ในช่วงเดือนสิงหาคมจะเป็นขาลงของการระบาด ซึ่งจะชะลอตัวไปอีก 2-3 เดือน และจะระบาดระลอก 2 ส่วนจะเบาหรือหนักกว่าเดิมยังสรุปไม่ได้ ทั้งนี้ จากการเก็บตัวอย่างผู้ป่วยที่มีอาการปอดบวมที่เกิดจากเชื้อไวรัส เอช1 เอ็น1 มาสุ่มตรวจ 10 ราย พบว่ามีจำนวนลดลง และว่าสาเหตุที่มีการสุ่มตรวจผู้ป่วยน้อยราย เนื่องจากงบประมาณน้อย สธ.จึงควรสนับสนุนงบประมาณเพิ่มอีก

นอกจากนี้ ที่ประชุมอนุกรรมการ ยังเห็นด้วยกับการที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผลิตยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์สำหรับเด็ก ขณะเดียวกัน เตรียมที่จะจัดทำแนวทางการให้ยาต้านไวรัสซานามิเวียร์ว่าควรจะให้เมื่อใด อย่างไร เพราะแพทย์หลายคนยังสงสัยว่าจะใช้พร้อมกับยาโอเซลทามิเวียร์ได้หรือไม่ หรือไม่ควรใช้ร่วมกัน อีกทั้งยังเห็นว่าควรจะมีการวางระบบเฝ้าระวังเชื้อไวรัสดื้อยา โดยสุ่มตรวจหาเชื้อไวรัสดื้อยาเป็นระยะ หรือสุ่มตรวจในรายที่อาการหนัก

"วันนี้ตัวแทนจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ชี้แจงว่า ขณะนี้สหรัฐลดมาตรการการควบคุมลง และลดจำนวนวันหยุดงานและหยุดเรียนสำหรับผู้ป่วยจาก 7 วัน เป็น 3-5 วันเท่านั้น มาตรการนี้ควรนำมาปรับใช้ในไทย แต่ต้องมีการหารือเพื่อหาจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศ" นพ.ประเสริฐกล่าว

ขณะที่ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข (วอร์รูม) เพื่อรับมือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีมติแต่งตั้ง นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัด สธ. เป็นประธานวอร์รูม แทน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัด สธ. ทั้งนี้ นพ.ธวัช สุนทราจารย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสาเหตุปรับเปลี่ยนว่า เพราะการทำงานยังไม่เป็นเอกภาพ โดย นพ.ปราชญ์จะเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งภายใน 1-2 วันนี้


"ต่อไปวอร์รูมจะต้องทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาเพื่อออกยุทธศาสตร์และปรับแผนการดำเนินการทั้งหมด ซึ่งจะมีคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ อยู่ภายใต้วอร์รูม ทั้งด้านวิชาการ การรักษา และการควบคุมการระบาด รวมทั้งการศึกษาข้อมูลวิชาการต่างๆ ทั้งการดื้อยา เพื่อให้วอร์รูมมีข้อมูลที่รอบด้าน คล้ายๆ กับ ซีดีซีของสหรัฐ"

นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากการทดลองฉีดเชื้อไวรัสชนิดเป็นเข้าสู่ไข่ไก่ปลอดเชื้อล็อตแรก ล่าสุดเชื้อไวรัสดังกล่าวไม่ได้ในปริมาณที่กำหนด โดยได้ประมาณไวรัส 6.7 ล็อก (LOG) ต่อซีซี น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ คือ 8 ล็อก ทำให้ได้จำนวนโด๊สของวัคซีนน้อยกว่าที่คาด ไม่สามารถนำไปพัฒนาเป็นวัคซีนได้ โดยเชื้อไวรัสที่กำหนดไว้ในปริมาณ 8 ล็อกนั้น จะนำไปผลิตเป็นวัคซีน 2 ขนาด คือ 6.5 ล็อก และ 7.5 ล็อก เพื่อทดลองว่าขนาดใดจะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด และส่งผลข้างเคียงน้อยที่สุด หรือไม่ส่งผลข้างเคียงใดๆ แต่จากการทดลองที่ผ่านมากลับได้ต่ำกว่าขนาดตามที่ต้องการ จากการหารือขณะนี้จึงมี 2 ทางเลือก คือ 1.เลื่อนการทดสอบวัคซีนล็อตแรกในอาสาสมัคร 24 คน อีก 1-2 เดือน 2.ไม่เลื่อน แต่ต้องปรับขนาดของเชื้อไวรัสที่เหมาะสมต่อการทดลอง โดยอาจต้องปรับขนาดวัคซีนที่จะฉีดให้อาสาสมัคร 24 คนแรก จากเดิมจะพ่นให้กับ 12 คนแรก โดย 9 คน ได้วัคซีนจริงขนาด 6.5 ล็อก ปรับลดเป็น 6.3 ล็อก อีก 3 คน ได้วัคซีนหลอก ส่วนอีก 12 คนที่เหลือ เดิม 9 คน ได้วัคซีนขนาด 7.5 ล็อก ก็ปรับเป็น 6.4 ล็อก และอีก 3 คน ได้วัคซีนหลอก ขณะนี้ได้ส่งปัญหาที่เกิดขึ้นไปยังผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญของรัสเซีย คาดว่าจะได้รับคำตอบ 2-3 วันนี้ โดยไม่ต้องการให้เลื่อนการทดสอบ เพราะต้องการใช้วัคซีนเร็วที่สุด


ส่วนเรื่องที่ไม่ได้ตามปริมาณที่ต้องการ นพ.วิชัยกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่ามาจาก 3-4 สาเหตุ คือ อาจมาจากตัวเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ตัวของเชื้อไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดวัคซีนได้ดีตามธรรมชาติ โดยกระตุ้นได้เพียง 1 ใน 4 ของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล หรืออาจมาจากหัวเชื้อที่ผลิตขึ้นมาไม่ดีที่สุด ซึ่งอาจมาจากกระบวนการผลิต เทคนิคต่างๆ ที่สำคัญอาจมีสาเหตุจากไข่ไก่ที่นำมาฟักเชื้อจากประเทศเยอรมนี คุณภาพอาจไม่ดีพอ เนื่องจากเดินทางไกล เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความดันอากาศบนเครื่องบิน เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม นพ.วิชัยกล่าวว่า จากการใช้ไข่ไก่เยอรมนีที่ปลอดเชื้อ อาจต้องหันไปใช้ไข่สะอาดของไทย ซึ่งมีหลายแห่งที่ผลิตได้ เช่น สหฟาร์ม ซีพี และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่การจะใช้ไข่สะอาดในประเทศต้องรอความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สหรัฐอเมริกาก่อน หากให้ใช้ไข่สะอาดในไทยได้ ก็จะเป็นผลดี เพราะจะสามารถผลิตวัคซีนได้ตามต้องการ 20 ล้านโด๊ส และราคาถูก เชื่อว่าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จ.นครปฐม จะสามารถผลิตวัคซีนได้ประมาณ 10 ล้านโด๊ส ส่วนอีก 10 ล้านโด๊ส นั้น อภ.อยู่ระหว่างเจรจาหาสถานที่ผลิต แม้จะใช้เงินเพียง 100-200 ล้านบาท ในการลงทุนก็ถือว่าคุ้ม


นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (เลขาธิการ สปสช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมชี้แจงแนวทางบริหารและจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ให้แก่คลินิกชุมชนอบอุ่น และโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ว่าขณะนี้มีคลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมโครงการ 217 แห่ง แบ่งเป็นคลินิกใน กทม. 149 แห่ง คลินิกโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อผู้ป่วย 29 แห่ง และคลินิกชุมชนอบอุ่น ต่างจังหวัด 39 แห่ง ส่วนการป้องกันการดื้อยานั้น สปสช.จัดทำระบบการรายงานการใช้ยาโอเซลทามิเวียร์ โดยให้คลินิกทุกแห่งรายงานข้อมูลมายังส่วนกลางผ่านเว็บไซต์ www.healthstation.in.th และจะจัดทำรายงานสรุปผลการใช้ยาในทุกสัปดาห์ เบื้องต้นคาดว่าจะรวบรวมข้อมูลได้ในสัปดาห์หน้านี้


"จะสต๊อคไว้ที่คลินิก และโรงพยาบาลเอกชนแห่งละ 100 เม็ด หรือ 10 ชุด ซึ่งคลินิกแห่งใดมีการจ่ายยาโอเซลทามิเวียร์ออกไป สปสช.ได้มอบให้ อภ. เป็นผู้ดูแลในการจัดส่งยาไปเพิ่มเติม"นพ.วินัยกล่าว


นพ.กฤษณะ ไพโรจน์บริบูรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักบริหาร อภ. กล่าวว่า อภ.มั่นใจว่าจะสามารถผลิตยาโอเซลทามิเวียร์ในจำนวนที่เพียงพอต่อการกระจายยาไปยังสถานพยาบาลได้ ซึ่งภายในเดือนสิงหาคมนี้ มีแผนจะผลิตเพิ่มอีก 10 ล้านเม็ด และว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา มีสต๊อคยาโอเซลทามิเวียร์แล้ว 900,000 เม็ด

นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ล่าสุดยังไม่สามารถกระจายยาต้านไวรัสสำหรับเด็กให้กับคลินิกตามที่วางแผนไว้ เพราะต้องการให้ตรวจสอบคุณภาพ และขนาดที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจก่อนที่จะนำไปรักษาในเด็ก

นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วย สธ. กล่าวกรณีมีข่าวว่านักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นรายแรกของประเทศ จากการตรวจสอบประวัติพบว่าล่าสุดเดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศไทยว่า เบื้องต้น สธ.ได้มอบหมายให้สำนักระบาดวิทยา สั่งเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วตรวจสอบสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเกาหลีคนดังกล่าวไปพักอาศัยว่ามีที่ใดบ้าง หากพบว่ามีการแพร่เชื้อจะขอความร่วมมือเจ้าของสถานที่ทำความสะอาดต่อไป

Tags:
  1. กระทรวงสาธารณสุข
  2. ไข้หวัดใหญ่
  3. สายพันธุ์ใหม่
  4. วัคซีน
  5. ต้านไว้รัส
  6. โอเซลทามิเวียร์
  7. กลายพันธุ์
  8. องค์การเภสัชกรรม
  9. หวัด 09
 
  1. หวัด09 คร่าชีวิตหนุ่มเลยรายล่าสุดหวัด09 คร่าชีวิตหนุ่มเลยรายล่าสุด

    สธ.เผยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่คร่าชีวิตหนุ่มเลยวัย 32 เป็นรายล่าสุด ดีเดย์ 11 ม.ค.53 ฉีดวัคซีนเข็มแรกทั่วปท.

    20 พ.ย. 52 15.07 น.   3400 ผู้ชม   14 ความคิดเห็น

    Tags: กระทรวงสาธารณสุข , ไข้หวัดใหญ่ , ไข้หวัดใหญ่ 2009 ,

  2. อึ้ง! สธ.ผุดไอเดียทำ เครื่องมือวัดจู๋ ช่วยชายไทยซื้อถุงยางตรงไซส์อึ้ง! สธ.ผุดไอเดียทำ เครื่องมือวัดจู๋ ช่วยชายไทยซื้อถุงยางตรงไซส์

    แก้ปัญหาสวมผิดขนาด ทำให้รู้สึกไม่กระชับ-ลื่น-หลุด-อึดอัด-เสียอารมณ์ จนคนเมินสวมป้องกันโรค

  3. สธ.ลงดาบปั๊มน้ำมันที่ลักลอบขายสุราดื่มในปั๊มสธ.ลงดาบปั๊มน้ำมันที่ลักลอบขายสุราดื่มในปั๊ม

    กระทรวงสาธารณสุข ประกาศลงดาบผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันที่ลักลอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปล่อยให้คนดื่มในปั๊ม โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ 100 , 000 คนออกตรวจตราเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากพบมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10 , 000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้