หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > ราคาบ้านในสหรัฐฯมิ.ย.เพิ่ม0.5% บ้านใหม่กรุงเทพฯยังพุ่งต่อเนื่อง
ราคาบ้านในสหรัฐฯมิ.ย.เพิ่ม0.5% บ้านใหม่กรุงเทพฯยังพุ่งต่อเนื่อง
ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาดัชนีชี้วัดการเพิ่ม-ลด กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เผยสิ้นเดือนมิถุนายน ราคาขยับขึ้น 0.5 % แต่ยังผันผวน เทียบกับกรุงเทพฯบ้านใหม่ราคายังเพิ่มต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส(AREA) เปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงราคาของที่อยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2552 ราคาบ้านทุกประเภทในสหรัฐอเมริกา มีราคาเพิ่มขึ้น 0.5% หรือหากเพิ่มตามนี้ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 เดือนข้างหน้า ก็จะทำให้ราคาบ้านเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 6.17% แต่ในภาวะที่ยังผันผวนก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าอัตราการเพิ่มนี้จะคงที่ยังมีโอกาสที่จะเพิ่มหรือลดได้มากกว่านี้
การเพิ่มขึ้นของราคาบ้านดังกล่าวนี้ ถือเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาก 2 เดือนแล้ว โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม ราคาบ้านก็เพิ่มขึ้น 0.6% อาจกล่าวได้ว่านับแต่เดือนมกราคม 2552 เป็นต้นมา มีเพียงช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนเท่านั้นที่ราคาบ้านติดลบเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ถ้าเทียบกับช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (กรกฎาคม 2551 - มิถุนายน 2552) จะพบว่า ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกา ลดลง 6.13% ถ้าเทียบกับประเทศไทย นับว่าอยู่ในช่วงที่สวนกระแสกัน โดย AREA ประมาณว่า ราคาบ้านเปิดตัวใหม่ในแต่ละปี ราคาบ้านใหม่ที่ยังขายอยู่ในตลาด ราคาบ้านหลังเก่า และราคาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อาจมียกเว้นเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวบางแห่งเท่านั้น
ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 4 รัฐจาก 50 รัฐที่ราคาบ้านยังเพิ่มขึ้น ได้แก่ มลรัฐดาโกตาเหนือ (2.8% ต่อปี) รัฐดาโกตาใต้ รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ และรัฐเมนซึ่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือสุดของประเทศ ซึ่งแต่ละรัฐไม่ค่อยมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักมากนัก จึงไม่ค่อยหวือหวาในการขึ้นหรือลงของราคาบ้าน
ส่วนรัฐที่มีราคาตกต่ำลงมากเป็นพิเศษได้แก่ มลรัฐเนวาดา แอริโซนา ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย โดยลดลง 28.1%, 21.2%, 17.6% และ 15.4% ตามลำดับ มลรัฐเหล่านี้มักมีความคึกคักในการซื้อขายเก็งกำไร หรือมีความนิยมสูงในอดีต ทำให้ราคาบ้านถูก ''ปั่น'' จนสูงลิ่วเป็นพิเศษ เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาจึงตกต่ำลงมาสู่ความเป็นจริงมากขึ้น
สำหรับรายละเอียด นครที่ราคาบ้านลดลงมากเป็นพิเศษได้แก่ นครเมอร์เซด ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาลดลงไปถึง 27.1% ถ้าเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา ลดลงไปแล้วถึง 36.1% แสดงว่าราคาบ้านตกต่ำลงไปเหลือเพียง 2 ใน 3 ในช่วงที่ราคายังสูงอยู่นั่นเอง อย่างไรก็ตามหากคำนวณตามนี้ AREA เชื่อว่าราคาบ้านที่นครเมอร์เซด คงตกต่ำลงไปถึงราวครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาเฟื่องฟูสูงสุดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จึงนับว่าเป็นการตกต่ำที่น่าตกใจมาก
นครที่มีราคาตกต่ำเป็นอันดับรองลงมาได้แก่ นครลาสเวกัส มลรัฐเนวาดา ซึ่งราคาลดไป 26.2% นครแวลเลโจและแฟร์ฟิลด์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย (23.8%) นครไมอามี มลรัฐฟลอริดา (23.4%) และนครโมเดสโต มลรัฐแคลิฟอร์เนีย (22.5%) เป็นต้น นครเหล่านี้ เป็นนครที่แต่เดิมมีการซื้อขายเปลี่ยนมือและราคาพุ่งสูงขึ้นมากที่สุด จึงต่ำมากเป็นพิเศษในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ
อาจกล่าวได้ว่าราคาบ้านในขณะนี้ถอยหลังไปเทียบได้กับช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2548 หรืออีก 2 ปีที่เกิดวิกฤติ นับว่าเป็นการกลับไปสู่ความเป็นจริงมากขึ้น แต่มีแนวโน้มว่าราคาบ้านจะเพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2552 หากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาดีขึ้น

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์