หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > สนข.เร่งรถไฟทางคู่เร็วสูง4แสนล้าน
สนข.เร่งรถไฟทางคู่เร็วสูง4แสนล้าน
สนข.เร่งศึกษารถไฟทางคู่และความเร็วสูง 4 สายทางหลักมูลค่ากว่า 400,000 ล้าน เผย 2 เส้นทาง กรุงเทพฯ-โคราช และ กรุงเทพฯ-หัวหิน มีความเป็นไปได้สูง โดยเส้นทางแรก โสภณ ชารัมย์หนุนเป็นพิเศษเพื่อรองรับสินค้าเกษตรแปรรูปส่งออก กรุงเทพฯได้ 2 เด้งทั้งขนยางพาราและท่องเที่ยว ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี และ กรุงเทพฯ-นครสวรรค์ หวังใช้เชื่อมภาคเหนือและภาคตะวันออก รับการขนส่งสินค้าและท่องเที่ยวหนุนกระตุ้นเศรษฐกิจ
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่าได้มอบหมายให้คณะกรรมการเร่งศึกษาความเหมาะสมการจัดสร้างระบบรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงใน 4 เส้นทางสำคัญ ๆ คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา,กรุงเทพฯ-หัวหิน,กรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี และกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ ความเร็วตั้งแต่ 120 กม./ชม. ,160 กม./ชม.และ 250 กม./ชม. ภายใต้งบประมาณที่ตั้งไว้ประมาณ 400,000 ล้านบาท โดยขอบเขตจบการศึกษาให้สิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2553
โดยเฉพาะเส้นทาง กรุงเทพฯ-โคราช ที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคมให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ๆ เนื่องจากต้องการใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรกรรม สินค้าแปรรูปเพื่อการส่งออกซึ่งมีอยู่มากในพื้นที่ภาคอีสานไปยังท่าเรือแหลมฉบังระยะทางประมาณ 256 กม. มูลค่าโครงการประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยมีสถานีหลัก ๆ ดังนี้คือสถานีบางซื่อ อยุธยา บ้านภาชี สระบุรี แก่งคอย มาบกะเบา ปากช่องและนครราชสีมา ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีต่อความเร็วรถ 160 กม./ชม. นางสร้อยทิพย์กล่าวและว่า
ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งที่มีความเป็นไปได้สูง คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหินระยะทางประมาณ 222 กม.นั้นที่น่าจะเกิดผลดี 2 ประการ คือ ส่งเสริมธุรกิจการขนส่งยางพาราจากภาคใต้ และการท่องเที่ยวโดยจะต่อยอดจากสถานีตลิ่งชันหรือบางซื่ออีกทั้งศักยภาพทางธุรกิจจะเติบโตได้เร็วกว่าเส้นทางอื่น ๆ เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศรู้จักกันดี มีจุดขายที่โดดเด่นของแต่ละสถานที่จึงมีความเป็นไปได้สูง สถานีหลัก ๆ มีดังนี้คือ บางซื่อ นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และหัวหิน จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีต่อความเร็ว 160 กม./ชม.
นอกจากนี้พื้นที่ 2 ข้างทางเดิมยังกว้างพอที่จะก่อสร้างเส้นทางใหม่ควบคู่ไปกับเส้นทางเดิมได้ทันที จึงสามารถพัฒนารองรับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือรถไฟด่วนเฉพาะที่ใช้ขนาดทาง 1.435 เมตร เพื่อรองรับความเร็วรถสูงถึง 160-250 กม./ชม. ปัจจุบันเส้นทางรถไฟกรุงเทพฯ-หัวหินนอกจากจะใช้ขนส่งสินค้าหลากหลายประเภทแล้วยังใช้เพื่อการท่องเที่ยวอีกด้วย ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณโครงการไม่เกิน 80,000 ล้านบาท
ด้านเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี ระยะทางประมาณ 328 กม. จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาทีต่อความเร็วรถ 160 กม./ชม. เนื่องจากได้มีการก่อสร้างบางส่วนไปแล้วในพื้นที่แหลมฉบังเพื่อใช้เป็นเส้นทางการขนส่งเพื่อการส่งออกต่อไปยังแหลมฉบังแล้วขยายเส้นทางต่อไปยัง จ.จันทบุรีได้อีกด้วย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก มีสถานีสำคัญ ๆ ดังนี้คือ มักกะสัน ฉะเชิงเทรา พัทยา ระยอง และจันทบุรี
ส่วนกรณีเส้นทางกรุงเทพฯ-นครสวรรค์ ระยะทางประมาณ 251 กม.ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีต่อความเร็วรถ 160 กม./ชม. วัตถุประสงค์เพื่อใช้ขนส่งสินค้าจากภาคเหนือมายังกรุงเทพฯหรือส่งต่อไปยังแหลมฉบัง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรกรรมหลัก ๆ อาทิ ข้าว น้ำตาล มีสถานีสำคัญ ๆ ดังนี้ บางซื่อ อยุธยา ลพบุรี บ้านตาคลี และนครสวรรค์ โดยการขนส่งผู้โดยสารทุกเส้นทางสามารถรองรับได้ 250 ที่นั่งต่อขบวน และความถี่ให้บริการ 12-15 นาทีต่อขบวน ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางคาดว่าจะใช้เงินลงทุนต่อโครงการประมาณ 80,000-100,000 ล้านบาท
ขณะนี้ทุกเส้นทางอยู่ระหว่างการศึกษาของกลุ่มบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด คาดแล้วเสร็จเดือนกันยายนปี 2553 และ สนข. จะได้เร่งผลักดันต่อไป โดยเฉพาะเส้นทางสู่ภาคเหนือและภาคอีสานหากโครงการรถไฟชานเมืองช่วงบางซื่อ-รังสิตดำเนินการก็สามารถสานต่อเส้นทางได้ทันทีเช่นกัน คาดว่าแต่ละเส้นทางจะมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจประมาณ 9.0% เป็นอย่างต่ำ มีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 50,000 คน/วัน และยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเนื่องจากบางช่วงได้ตัดผ่านพื้นที่อนุรักษ์ลุ่มน้ำสายเศรษฐกิจหลักของประเทศจำเป็นต้องได้รับอนุมัติจาก ครม.ก่อนลงมือดำเนินการ

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์