หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > ส.ส.เพื่อไทยโวยคดีถือครองหุ้น ระบุกกต. ชี้มูลดับเบิลสแตนดาร์ด
ส.ส.เพื่อไทยโวยคดีถือครองหุ้น ระบุกกต. ชี้มูลดับเบิลสแตนดาร์ด
จากกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้ชี้มูลความผิดให้ 16 ส.ส. ให้สิ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส. ที่อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 48 และ 265 เพราะถือครองหุ้นสื่อและเป็นคู่สัญญาสัมปทานรัฐ ตามคำร้องของ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระนั้น
นายไพโรจน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา ซึ่งเป็น 1 ใน 16 ส.ส ที่กกต. ชี้มูลความผิด เนื่องจากถือหุ้น บริษัท โกลด์พลังงาน จำกัด(มหาชน)(บมจ.) เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่าการพิจารณาของ กกต. เข้าข่ายดับเบิลสแตนดาร์ด หรือ 2 มาตรฐาน เพราะโดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าตนเองไม่เข้าข่ายการกระทำผิดดังกล่าว
เนื่องจากตามกฎหมายก่อนที่จะบังคับใช้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 นั้น การผลิตไฟฟ้า ให้ ขอสัมปทานได้ แต่ภายหลังที่มี พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ได้เปลี่ยนจากขอสัมปทาน เป็นการขอใบอนุญาต แทน จึงเห็นว่า การถือหุ้นของตนไม่ขัดต่อกฎหมาย
ผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า ตัวเองมีหุ้นของบริษัทนี้อยู่ ซึ่งเป็นหุ้นที่ซื้อไว้ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2539 ก่อนที่ผมจะลงสมัคร ส.ส. ด้วยซ้ำ ส.ส. เพื่อไทยกล่าวและว่า
ระหว่างที่ถือหุ้น บมจ.โกลว์พลังงานอยู่นั้น ยังไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงานแห่งชาติ พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ขณะที่ตัวนายไพโรจน์นั้นได้รับการเลือกตั้งให้เป็นส.ส. หลังวันที่ 23 ธันวาคม 2550
ต่อข้อซักถามที่ว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นทางออกที่จะใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น นายไพโรจน์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มองไปถึงตรงนั้น เพราะต้องขอดูคำวินิจฉัยชี้มูลความผิดจาก กกต. ก่อนว่า เป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่า ต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าที่ข้อมูลจะมาถึงมือ
อย่างไรก็ตาม นายไพโรจน์ ยืนยันว่า ในกลุ่มที่ถูกชี้มูลความผิด ได้มีการปรึกษาหารือกัน และพร้อมจะต่อสู้ในศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
อนึ่ง สำหรับบริษัท ที่ กกต. มีมติว่า เข้าข่ายเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อ และเป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ ตามนัยมาตรา 265 (2) และ (4) สรุปรวม 22 บริษัท ประกอบด้วย 1.บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) 2.บริษัท อสมท จำกัด(มหาชน) 3.บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) 4.บริษัท โกลว์พลังงาน จำกัด(มหาชน) 5.บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) 6.บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) 7.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) 8.บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด(มหาชน) 9.บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด(มหาชน) 10.บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน)
11.บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 12.บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี ) จำกัด (มหาชน) 13.บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 14.บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) 15.บริษัท ทรูคอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) 16 .บริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) 17.บริษัท ผู้จัดการ จำกัด (มหาชน) 18.บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 19.บริษัท อีคอนนิวส์ จำกัด (มหาชน) 20. บริษัท ศิลามณีหินอ่อน จำกัด (มหาชน) 21.บริษัท ปูนซีเมนต์เอเชีย จำกัด (มหาชน) และ 22. บริษัท พีทีเอ จำกัด (มหาชน)
สำหรับ ส.ส.ที่ถูกตัดสินว่า มีความผิดฯ แยกเป็นพรรคเพื่อไทย 8 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคประชาราช 2 คน และพรรคภูมิใจไทย 2 คน เมื่อรวมมติของ กกต.ที่ตัดสินการถือหุ้นของ ส.ส. และ ส.ว. ทำให้พบว่า ทั้งรัฐสภามี ส.ส. และ ส.ว. สิ้นสมาชิกภาพลง รวมทั้งสิ้น 45 ราย เป็น ส.ว. 16 ราย และ ส.ส. 29 ราย

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์