หน้าแรกข่าว > สังคม > เทคโนโลยี > อินโดป้องกันสึนามิ
อินโดป้องกันสึนามิ
อินโดนีเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบภัยพิบัติอย่างรุนแรงโดยเฉพาะสึนามิ เมื่อปี ค.ศ. 2004 จังหวัดอาเจะห์ มีผู้คนเสียชีวิตกว่าแสนคน การเตรียมการป้องกันอุบัติภัยจึงเป็นเรื่องใหญ่
ล่าสุดก็โดนแผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริคเตอร์ นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา มีประชาชน ชาวปาดังเสียชีวิตไปกว่า 1,100 ศพ และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก บทเรียนการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน ชาวอินโดนีเซียก็จะต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นแต่ก็ยังมีอุปสรรคหลายด้าน เช่น การเตรียมการของประชาชน ความร่วมมือระหว่างประเทศและอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการเตือนภัยล่วงหน้า
ตัวอย่างล่าสุดที่เมืองปาดัง (Padang) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวสนามบินของเมืองปิดไป 12 ชั่วโมง ซึ่งทำให้หน่วยงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะเป็นทางเดียวที่ติดต่อกับโลกภายนอก ฟอซี หัวหน้าหน่วยงานแผ่นดินไหววิทยาของอินโดนีเซียได้กล่าวว่า คนงานที่สนามบินต้องทิ้งงานและรีบกลับบ้าน เพราะเป็นห่วงคนที่บ้านจะประสบภัย
เช่นเดียวกับที่จังหวัดอาเจะห์ เมื่อ 5 ปีก่อน ประชาชนได้รับสัญญาณเตือนภัยเมื่อได้เห็นคลื่นขนาดยักษ์ซึ่งวิ่งเข้าหาแล้ว แต่ไม่ทันการและระบบสัญญาณเตือนภัยที่ฝั่งมหาสมุทร อินเดียไม่มี ไม่เหมือนกับฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีเครื่องมือและระบบพร้อม
แต่กรณีที่เมืองปาดัง เรื่องคลื่นสึนามิ ตรงชายฝั่งเมืองปาดังเกาะสุมาตราได้รับสัญญาณเตือนภัยและได้มีการอพยพผู้คนที่ต่ำไปยังที่สูง จึงทำให้สึนามิไม่กระทบมาก อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งข้อมูลด้วยระบบเตือนภัยอย่างรวดเร็วเพื่อลดความสูญเสียจากภัยสึนามิ
ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคลื่นยักษ์สึนามิ เกิดขึ้นที่ชายฝั่งอินโดนีเซียและมุ่งสู่แอฟริกา ทางฝั่งทวีปแอฟริกาจะต้องมีเจ้าหน้าที่รับข้อมูลจากระบบสัญญาณเตือนภัยจากอินโดนีเซียโดยทันที เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการอพยพล่วงหน้าทันเวลาก่อนคลื่นยักษ์จะไปถึง
หลังจากเจ้าหน้าที่ชายฝั่งที่ต่าง ๆ ได้รับสัญญาณเตือนภัยแล้วการส่งสัญญาณและข่าวสารให้สาธารณชนได้รับรู้และตื่นตัวอพยพก็เป็นความท้าทายอีกเรื่องหนึ่งที่มักจะมีปัญหา
ประการสุดท้าย เรื่องอุปกรณ์การตรวจจับวัดแผ่นดินไหว ซึ่งอยู่ใต้ท้องทะเลจะต้องมีการเตือนภัยก่อนอย่างน้อยภายใน 5 นาทีก่อนที่คลื่นยักษ์จะกระทบชายฝั่งเพื่อเตรียมการอพยพ
ปรากฏว่า ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้รับการติดตั้งทุ่นลอยไปแล้ว 14 แห่ง เครื่องวัดระดับคลื่น 40 จุด และเครื่องจับวัดแผ่นดินไหวอีก 150 จุด ซึ่งยังไม่พอเพราะผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณแล้วว่าจะต้องมีทุ่นลอยอย่างน้อย 22 แห่ง เครื่องวัดคลื่น 120 จุด และเครื่องวัดแผ่นดินไหว 160 จุด ซึ่งก็จะได้ติดตั้งเสร็จในปี ค.ศ. 2010 โดยความช่วยเหลือของประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน
ที่เขียนมานี้ เพราะระบบเตือนภัยที่ประเทศไทยก็จะต้องมีความพร้อมโดยเฉพาะอุปกรณ์เครื่องมือ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเสนอต่อรัฐบาลให้ชัดเจน และโปร่งใส อย่าประมาทโดยเด็ดขาด.
รองศาสตราจารย์ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล
boonmark@rsu.ac.th

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์