หน้าแรกข่าว > สังคม > เทคโนโลยี > เทคโนโลยี้ 3จี เมื่อไหร่จะได้ใช้

เทคโนโลยี้ 3จี เมื่อไหร่จะได้ใช้

      • 19 ต.ค. 52 01.25 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • เดลินิวส์ สนับสนุนเนื้อหา
ระยะนี้ได้ยินคำว่า 3จี กันหนาหู ส่วนใหญ่เป็นข่าวขั้นตอนการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฝั่งเอกชนที่ท้วงติงถึงราคาเริ่มต้นในการประมูลซึ่งคาดการณ์กันว่าจะอยู่ที่ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6 พันล้านบาทต่อ 1 ใบอนุญาต

ขณะที่รัฐบาลก็เป็นห่วงเรื่องผลกระทบด้านรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการโทรคมนาคมอย่าง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท ว่าการเปิดประมูลใบอนุญาต 3จี ของ กทช.จะทำให้เอกชนโอนย้ายฐานลูกค้าโทรศัพท์มือถือไปอยู่บนโครงข่าย 3จี หมด ทำให้เสียรายได้จากสัมปทานปีละกว่า 3 หมื่นล้านบาท

ส่งผลให้วินาทีนี้เรื่อง 3จี ฮอตที่สุดในประเทศ

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ กทช. เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา มีมติให้จัดทำประชาพิจารณ์ร่างสรุปข้อสนเทศ และการจัดสรรคลื่นความถี่ 3จี อีกครั้งในวันที่ 5 พ.ย.นี้ โดยจะนำประเด็นที่ประชุมคณะ รัฐมนตรีเศรษฐกิจเป็นห่วง มาวิเคราะห์และเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณชนด้วย รวมทั้งประเด็นที่หลายฝ่ายท้วงติง เช่น คุณสมบัติผู้ร่วมประมูล ระยะเวลาใบอนุญาต โครงสร้างการแข่งขัน และแผนสำรองกรณีที่มีผู้เข้าร่วมประมูลน้อยกว่าจำนวนใบอนุญาต ซึ่งเบื้องต้นกำหนดให้ใบอนุญาตจำนวน 4 ใบอนุญาต

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการ กทช. กล่าวว่า การ ประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์ 3จี วันที่ 5 พ.ย.นี้ จะได้ข้อสรุปทั้งหมด ซึ่งแผนการดำเนินงาน 3จี ยังเหมือนเดิม คือ เปิดประมูลใบอนุญาตภายในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนราคาเริ่มต้นในการประมูลใบอนุญาต 3จี จะได้ข้อสรุปในวันที่ 21 ต.ค.นี้

ระหว่างที่การออกใบอนุญาต 3จี ยังต้องลุ้นกันตัวโก่ง! วันนี้ขอพาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับประโยชน์และประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 3จี ที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ จะได้รับกันบ้าง

นายพิสิษฐ์ วงศ์ตระกูลชัย ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายผลตภัณฑ์ไร้สาย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ 3จี เกิดจากเทคโนโลยี 2จี ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ไม่เพียงพอต่อรูปแบบเนื้อหาที่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือซึ่งมีขนาดใหญ่ เช่น การดูหนัง ฟังเพลง และรับข้อมูลข่าวสารแบบมัลติมีเดีย

สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ใช้งานเพียงโทรฯออก-รับสาย รับ-ส่งอีเมล และดูภาพที่มีความละเอียดไม่มากนัก 2จี ก็เพียงพอแล้ว

แต่เมื่อใดที่ต้องแนบไฟล์วิดีโอคลิป หรือไฟล์งานออกแบบที่มีขนาดใหญ่ ผู้รับจะไม่สามารถดาวน์โหลดได้ หรือถ้าจะดาวน์โหลดผ่าน 2จี ก็ต้องใช้งานผ่านระบบฟิกไลน์ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ทุกที่

ต่างจากรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ชอบเดินทาง และติดต่อสื่อสารตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องมีเทคโนโลยี 3จี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

เพราะ 3จี ให้ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและดาวน์โหลดข้อมูลที่สูงกว่า 2จี โดยความเร็ว 3จี ของเอชเอสพีเอ (HSPA) ให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงสุดที่ 21 เมกะบิต/วินาที ถ้าเป็นเอชเอสพีเอ+ (HSPA+) จะให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลถึง 28 เมกะบิต/วินาที

หมายความว่า โทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเข้าใช้งาน 3จี จะกลายเป็นทีวี โรงภาพยนตร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา อยากดูหนังก็เปิดดูได้ราบรื่นเหมือนโฮมเธียเตอร์ ที่บ้าน อยากเช็กอีเมลก็เปิดอ่าน รวดเร็วทันใจเหมือนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ทั้งรูปและข้อมูลโชว์รวดเร็ว

หรือจะนำไปใช้ในทางการแพทย์ สำหรับให้บริการตรวจรักษาอาการทางการแพทย์เบื้องต้นในระยะทางไกล ผ่านการเปิดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้คนไข้และแพทย์สอบถามอาการและเห็นหน้ากัน

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นความเร็วของเทคโนโลยี 3จี ขั้นต้น ๆ ที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 290 ราย ใน 120 ประเทศเปิดให้บริการแล้ว และประเทศไทยก็กำลังจะก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีนี้

ในปี ค.ศ. 2010 เทคโนโลยี 3จี ที่ถูกพัฒนาให้มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 150 เมกะบิต/วินาที ชื่อ แอลทีอี (Long Term Evolution : LTE) ก็กำลังจะเปิดใช้งานในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่เริ่มอิ่มตัวกับความเร็วของ 3จี ขั้นต้น รวมทั้ง สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน

และขณะนี้วงการโทรคมนาคมของหลาย ๆ ประเทศก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยี แอลทีอี สู่ แอลทีอี แอดวานซ์ (LTE Advance) ที่ให้ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 500 เมกะบิต/วินาที หรือเทคโนโลยี 4จี เรียกว่ายังไม่ทันกะพริบตาก็ดาวน์โหลดไฟล์ภาพยนตร์เสร็จแล้ว

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ที่สุดแล้ว 3จี ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นเส้นทางแห่งการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้หมายถึง ดีกว่า แต่รองรับการใช้งานที่ ซับซ้อนกว่า ตามยุคสมัยและความต้องการของสังคม โดยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ เมื่อมี 3จี ย่อมกระตุ้นการใช้งานและพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ทั้งในส่วนของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการเนื้อหา ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือ ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ นั่นเอง

บทสรุปของ 3จีประเทศไทยจะเป็นอย่างไร จะติดตามมารายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง

แต่ที่แน่ ๆ 3 ธ.ค.นี้ ทีโอที จะเปิดให้บริการ 3จี ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล บนคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์.

น้ำเพชร จันทา

namphetc@dailynews.co.th

Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้