หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > เปิดใจ''ดิเรก ถึงฝั่ง'' ''รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครจะแตะต้องไม่ได้''
เปิดใจ‘’ดิเรก ถึงฝั่ง‘’ ‘’รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครจะแตะต้องไม่ได้‘’
ความพยายามของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง ด้วยยึดระบอบรัฐสภาเป็นกลไกนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการแห่งชาติขึ้นมา เพื่อหาแนวทางคลี่คลายวิกฤติความขัดแย้งของคนในสังคม
ฐานเศรษฐกิจ ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประชุมร่วมของสมาชิกรัฐสภา ในระหว่างวันที่ 16-18 กันยายนนี้ ตลอดจนแนวทางสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ
+ เสนอแก้ใน 6 ประเด็นหลัก
นายดิเรก กล่าวว่า การอภิปรายร่วมของส.ส. และส.ว. ในวันที่ 16-18 กันยายน นี้ รัฐบาลเลือกที่จะนำเสนอในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน จากประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ได้ศึกษา 3 กรอบ คือ 1. อนุกรรมการแนวทางในการสร้างความสมานฉันท์ รับผิดชอบดูแลหาวิธีที่จะสร้างความสมานฉันท์ 2. อนุกรรมการแนวทางปฏิรูปการเมือง และ3. อนุกรรมการแนวทางในการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขั้นต้นอนุกรรมการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอให้แก้ใน 6 ประเด็นก่อน โดยเฉพาะในมาตรา 190 และมาตรา 237 เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม เป็นเรื่องของการยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการพรรค ซึ่งหากเราเอาเรื่องของความเป็นธรรมเข้าจับแล้ว เหตุผลก็คือ คนที่ไม่ได้ทำความผิด แต่ต้องรับผิดต้องถูกลงโทษไปด้วย นี่คือ ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น จึงต้องแก้เอาเฉพาะคนทำความผิดมาลงโทษ และถ้ากรรมการพรรค หัวหน้าพรรค หากทำความผิดเสียเองก็ต้องเพิ่มโทษให้หนักไปเลย จะเพิ่มโทษเป็น 10 เท่าเราก็ไม่ว่า เป็นต้น
หลายฝ่ายออกมาบอกว่า ไม่เหมาะสม ผมฝากบอกว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใครจะแตะต้องไม่ได้ ซึ่งตามมาตรา 291 ของ คมช. ก็มีระบุไว้ด้วยว่า การแก้รัฐธรรมนูญ สามารถกระทำได้ 4 วิธี คือ 1.จากครม. 2.จากส.ส. 3. จากส.ส.และ ส.ว. ร่วมกัน และ4.จากพี่น้องประชาชนลงชื่อ 50,000 ราย เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่ารัฐธรรมนูญ คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ นักกฎหมายบางคนที่มีส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญ และผู้ที่ไม่เข้าใจออกมาปกป้องว่า จะแตะต้องไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่ เจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งโดย คมช.เองก็ยังบอกเลยว่า แก้ได้
+ ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ดูแล้วคงจะไม่ได้อะไรเลย หรือคงได้อะไรน้อยมาก แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว แต่คงได้ประโยชน์ตรงนี้ไม่มากนัก แต่ถ้าไม่เริ่มก็คงไม่ได้ทำ ซึ่งถ้าไม่เริ่มจากตรงนี้แล้วเมื่อไรมันจะสมานฉันท์ได้ แต่อยากให้นำผลการศึกษาเรื่องการสมานฉันท์ มาเริ่มต้นด้วย ผมก็คุยกับท่านนายกรัฐมนตรีแล้วว่า ต้องเอาทั้ง 3 อนุมาเริ่มไปพร้อมๆกัน ต้องทำควบคู่กัน อยากให้ทำตรงนี้ก่อน ลดอคติ วิวาทะ ลดการใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน
ซึ่งถ้าเริ่มจากสร้างความสมานฉันท์ก่อน คือ เริ่มพูดคุยกัน จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง และเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าที่เป็นอยู่ไม่ได้เริ่มจากหนึ่ง ไม่เริ่มจากสอง อยู่ๆหยิบเรื่องที่ 3 เลย การสมานฉันท์ก็ไม่เกิด เพราะออกไปมันก็พูดกันคนละทาง ผมอยากบอกว่า 3 องค์ประกอบมันต้องไปด้วยกัน มาเอาอนุ 3 อย่างเดียว มาแก้บางจุดบางมาตรา ไม่มีทาง อยากให้เป็นตามสเต็ป
+ ขั้นตอนหลังเปิดอภิปราย
นายดิเรก กล่าวว่า ขั้นตอนหลังนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 16-18 กันยายนนี้แล้ว หลังจากนี้ก็ต้องอยู่ที่ผลของการประชุม ซึ่งถ้า 6 ประเด็นนี้ได้เริ่มแก้กันไปแล้ว ในขั้นตอนสุดท้ายเราเสนอให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสสร.3 เพื่อศึกษารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควร
เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ข้อเสียมันเยอะมาก ที่สำคัญที่สุด คือ ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญมาจาก คมช. ซึ่งหลักของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญต้องเขียนให้สอดคล้องกับแนวทางประชาธิปไตยของประเทศ คือ ที่มาที่ไปต้องมาจากประชาชน เพราะฉะนั้น จึงมีการติติงเรื่องนี้ค่อนข้างมาก
และการตั้ง สสร.3 ขึ้นมา เพื่อแก้ 6 ประเด็นนี้ไม่เห็นด้วย ย่อมต้องถูกกล่าวหาว่าซื้อเวลาแน่นอน ซึ่งมันไม่ได้ประโยชน์ ที่ถูกแล้ว คือ ต้องเอาเรื่องสมานฉันท์ 1 มาคุยกันก่อน ซึ่งแนวทางการสมานฉันท์ที่เราเสนอไว้ประกอบด้วย 3 อนุกรรมการ โดยอนุที่หนึ่งที่เราเสนอไว้ คือ 1.รัฐบาลจะต้องลดอคติ ลดทิฐิมานะ เลิกใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านเลย 2.ลดเงื่อนไขเก่า 3.อย่าสร้างเงื่อนไขใหม่ และ4.ให้มีการเจรจากัน
+ประชาชนได้อะไรจากการแก้ไข รธน.
คงต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่า หากภายในยังมีแต่ความยุ่งเหยิงอยู่ รัฐบาลจะเอาสมองที่ไหนไปดูแล นักลงทุนไม่เข้า เงินลงทุนไม่เข้า นักท่องเที่ยวไม่เข้า จะเอาความรวยที่ไหนมาเกิดกัน ประชาชน ความอยู่ดีกินดีก็ไม่เกิดขึ้น มันเป็นการปฏิภาคกันโดยตรงซึ่งกันและกัน แต่ถูกคนบางคนอ้างเพียงแค่เซ็กชันเดียว โดยมิได้มองลึกลงไป
ความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเป็น หัวใจสำคัญในการที่จะคลี่คลายวิกฤติในครั้งนี้ ความจริงใจของรัฐบาลในการที่จะสร้างความสมานฉันท์ มันจะยุติปัญหาทั้งหลายทั้งปวงของชาติไทยได้ อย่าเห็น การเมือง สำคัญกว่า บ้านเมือง อย่าเล่นการเมืองจนลืมนึกถึงบ้านเมือง
แต่เนื่องจากตอนนี้มันดับเบิลสแตนดาร์ด อะไรที่เป็นดับเบิลสแตนดาร์ด มันจะนำมาสู่มิคสัญญีในอนาคต
เป็นบทสรุปในตอนท้ายที่รัฐบาลพึงตระหนักอย่างยิ่ง

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์