หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > เอกชนขานรับก.ม.ภาษีที่ดิน แนะบูรณาการเน้นยุติธรรม

เอกชนขานรับก.ม.ภาษีที่ดิน แนะบูรณาการเน้นยุติธรรม

      • 31 ส.ค. 52 11.05 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • ฐานเศรษฐกิจ สนับสนุนเนื้อหา
เอกชนหนุนภาษีที่ดินใหม่ แต่ควรบูรณาการแบบรอบด้าน ระบุมีหลายประเด็นที่ต้องเร่งสร้างความชัดเจน ทั้งค่าปรับที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 3 ปี การประเมินมูลค่าโครงการ ฯลฯ โดยเน้นประสิทธิภาพและความยุติธรรม โสภณ ชี้ไทยยังจัดเก็บอัตราที่ต่ำกว่าการปรับขึ้นราคาที่ดินเฉลี่ย 3% ด้านสศค. เตรียมแก้ 4 ประเด็นที่ยังขาดความชัดเจน ก่อนเสนอ กรณ์ พิจารณาอีกครั้ง

นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวในงานเสวนาเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่...ใครได้ใครเสีย ว่าโดยหลักการแล้วเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากใช้มานานและระบบการจัดเก็บเดิมมีความซ้ำซ้อนกับการจัดเก็บขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ใช้อยู่ ซึ่งการพิจารณาโครงร่างกฎหมายภาษีของรัฐบาลนั้นควรจะมีการนำภาษีที่เกี่ยวข้องท้องถิ่นหมดเข้ามาพิจารณาร่วมกันด้วย ได้แก่ ภาษีค่าธรรมการโอน และอยากให้รัฐบาลปรับแก้กฎหมายและอัตราการจัดเก็บแบบบูรณาการให้มากขึ้น และมีความชัดเจนในเรื่องอัตราการจัดเก็บและการบังคับใช้กฎหมายทั้งหมด

อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายจัดเก็บภาษี และอัตราการจัดเก็บภาษี เนื่องจากสถาบันการเงินมีทรัพย์สินรอการขาย และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก ซึ่งในส่วนนี้หากมีการประกาศใช้ภาษีใหม่ จะส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินอย่างไร อย่างเช่น ที่ดินรกร้างไม่มีการใช้ประโยชน์ ที่จะเก็บเพิ่มเท่าตัวทุกๆ 3 ปี หากที่ดินเปลี่ยนมือจะทำอย่างไร ภาษีโรงเรือนนั้นเดิมแทบไม่มีการจัดเก็บหากมีการใช้ภาษีใหม่แล้วจะสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีรายได้ส่วนบุคคลได้หรือไม่ เป็นต้น

ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นที่จะสามารถมีรายได้ในการพัฒนาท้องถิ่นเอง แต่การจัดเก็บจะต้องทำแบบบูรณาการ และมีอัตราการจัดเก็บที่เหมาะสมในแต่ละประเภท อย่างกรณีที่อยู่อาศัย ซึ่งกำหนดว่าที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่100 ตารางวาในเขตเมืองจะต้องเสียภาษีที่อยู่อาศัย0.1%ของฐานภาษี แต่หากเป็นพื้นที่นอกเมืองจะจัดเก็บที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ 1 ไร่ขึ้นไป ซึ่งการแบ่งพื้นที่ยังไม่มีความชัดเจน ต้องมีการกำหนดให้เกิดความชัดเจนเพื่อให้เกิดความยุติธรรม

นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าวเพราะเงินที่ได้หากถูกนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่น แต่ก็ยังมีผู้ที่เสียประโยชน์อยู่บ้างคือกลุ่มผู้อยู่อาศัยเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้ถูกจัดเก็บภาษีมาก่อน ส่วนกลุ่มที่จะได้ประโยชน์ คือ กลุ่มที่เสียภาษีอย่างถูกต้องอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ที่จะเสียภาษีน้อยลง ซึ่งทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ได้เสนอให้สมาคมเข้าร่วมเพื่อเสนอข้อมูลและชี้จุดบกพร่องของกฎหมายฉบับนี้อีกครั้งก่อนการบังคับใช้

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า หลังจากใช้กฎหมายฉบับนี้ย่อมมีผลกระทบทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ซึ่งโดยหลักการต้องมองใน 2 ประเด็น คือ ความยุติธรรมและประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี ซึ่งกฎหมายนี้ก็มีข้อดีที่องค์กรส่วนท้องถิ่นจะมีรายได้เพิ่มจากกลุ่มที่อยู่อาศัย แต่จะเสียรายได้บางส่วนจากกลุ่มอาคารและสิ่งก่อสร้างเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะจ่ายภาษีลดลงตามอัตราการจัดเก็บภาษีใหม่ แต่สิ่งสำคัญต้องมีประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี เพราะแม้ว่ากฎหมายใหม่ที่ออกมาจะดีเพียงใดแต่หากไม่มีประสิทธิภาพการจัดเก็บและมีความยุติธรรมก็ไม่เกิดประโยชน์โดยส่วนรวม

การจัดเก็บภาษีของคอนโดมิเนียม ต้องประเมินมูลค่าของทรัพย์สินจากการก่อสร้างและมูลค่าที่ดิน ไม่ใช่ประเมินจากโครงการขายในพื้นที่ใกล้เคียง เพราะโครงการแต่ละแห่งมีวิธีการพัฒนาโครงการไม่เหมือนกัน

ส่วนนายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นอีกหนึ่งตำแหน่ง มองว่ากฎหมายดังกล่าวในทางปฏิบัติแล้วช่วยเหลือคนรวยให้เสียภาษีลดน้อยลง มากกว่าที่จะเพิ่มรายได้ให้กับอปท. และยังจะเพิ่มภาระภาษีให้กับคนจนมากขึ้นด้วย เพราะหลังจากที่จัดเก็บภาษีได้แล้วรัฐบาลก็มีวิธีที่จะเก็บรายได้ในส่วนอื่นเพื่อดึงและลดอำนาจของอปท.ให้น้อยลง

ขณะที่ยังมีประเด็นข้อพิจารณา ในเรื่องการจัดเก็บภาษีที่อยู่อาศัยที่อยู่ในโครงการบ้านจัดสรร เพราะต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนทั้งค่าส่วนกลางของหมู่บ้าน และนิติบุคคลของโครงการก็ต้องเสียภาษีให้กับท้องถิ่น เมื่อใช้ภาษีใหม่รัฐบาลจะเข้ามาจัดเก็บภาษีที่อยู่อาศัยเพิ่มเป็นภาระให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งผู้อยู่อาศัยก็น่าจะนำค่าใช้จ่ายส่วนนั้นมาลดหย่อนจากภาษีที่จะจัดเก็บใหม่ได้ด้วย

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับใหม่ เพราะภาษีจะถูกนำไปพัฒนาท้องถิ่นได้ดีขึ้น ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของคนในชุมชม ซึ่งในหลายๆ ประเทศมีการจัดเก็บภาษีในลักษณะดังกล่าวแล้ว เช่น อินโดนีเซีย เป็นต้น และบางประเทศจัดเก็บมากกว่าไทยด้วย เช่นสหรัฐอเมริกา เก็บในอัตรา 2-3 % จึงควรที่จะมีการจัดเก็บ เพราะยังทำให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นได้ ปัจจุบันราคาที่ดินในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% แต่การจัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.จะขอนำร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ... ที่ได้เสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังไปแล้ว กลับมาพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติม รายละเอียดตัวกฎหมายอีกครั้ง ซึ่งมี 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพราะคาดว่าหลังกฎหมายที่ดินมีผลบังคับใช้ จะทำให้ผู้ที่ถือครองที่ดินจำนวนมากและไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่ต้องการมีภาระภาษีเพิ่ม ก็จะเร่งขายที่ดินออกมา ในส่วนนี้ธนาคารที่ดินจะไปรับซื้อ เพื่อมาปล่อยเช่าให้เกษตรกรในราคาถูก โดย สศค.ต้องมาพิจารณาองค์ประกอบธนาคารที่ดินว่าจะเป็นรูปแบบใด

ประการที่ 2 มีข้อเสนอขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะหน่วยงานจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถึงอัตราการจัดเก็บ ภาษีที่ดินเชิงพาณิชย์ที่ 0.5% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำเกินไป เพราะ อปท.ประเมินแล้วว่า การจัดเก็บเต็มเพดานที่ 0.5% ก็ยังเป็นรายได้ที่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งจากที่จัดเก็บภาษีในปัจจุบัน ส่งผลให้ อปท. มีรายได้ลดลง ดังนั้น สศค.ต้องกลับไปพิจารณาอัตราภาษีที่ดินเชิงพาณิชย์ใหม่ โดยกำหนดให้ อปท. เพิ่มอัตราเพดานภาษี เพื่อความยืดหยุ่นต่อการจัดเก็บรายได้ ปัจจุบันอปท. มีรายได้ 2 หมื่นล้านบาทต่อปี หากใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราการจัดเก็บภาษีจะต้องไม่ทำให้รายได้ภาษีต่ำกว่าที่เคยเก็บได้

ประการที่ 3 มีข้อเรียกร้องจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการถือครองที่ดินที่เป็นแลนด์แบงก์ สำหรับการพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต แต่ยังไม่พร้อมพัฒนาในตอนนี้เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว หากรัฐบาลไปเก็บภาษีก็จะเป็นการซ้ำเติม ดังนั้น สศค.จะต้องไปพิจารณาอัตราภาษีพิเศษผ่อนปรนเฉพาะ และ 4.ข้อเสนอผู้ประกอบการให้จัดเก็บภาษีอัตราก้าวหน้าตามมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่ง สสค.ยอมรับว่าเห็นด้วย แต่ทำได้ยากในช่วงแรก ซึ่งต้องไปพิจารณา

Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้