หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > เอเชี่ยนฯมั่นใจคอนโดฯพุ่งแรง ตอกย้ำลูกค้าต้องการซื้อที่อยู่จริง
เอเชี่ยนฯมั่นใจคอนโดฯพุ่งแรง ตอกย้ำลูกค้าต้องการซื้อที่อยู่จริง
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ มั่นใจตลาดคอนโดฯไฮเอนด์ยังแรง แม้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว
แฉเหลือแต่รายใหญ่ ชี้คอนโดฯใหม่ลดลงกว่า 50% เหตุจากลูกค้าต้องการที่อยู่อาศัยจริงและมีกำลังซื้อ ทุ่มงบ 100 ล้าน ทำตลาดและสร้างแบรนด์ พร้อมเปิดตัวรวดเดียว 3 โครงการมูลค่า 9,500 ล้านและผุดอีก 5 โครงการปีหน้างบ 5,000 ล้านบาท
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือเอพี เปิดเผยถึงทิศทางของตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้ว่า แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงแต่ตลาดยังคงมีการเติบโตที่ดี เนื่องจากลูกค้ายังมีความต้องการที่แท้จริง ที่จะซื้อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับปริมาณคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ออกมาทำตลาดมีจำนวนน้อยลงถึง 50% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการเปิดตัวโครงการใหม่รวม 9,442 ยูนิต ซึ่งมีเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น
ปัจจุบันผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลางหยุดการพัฒนาโครงการใหม่ออกมา ด้านธนาคารก็เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ เพราะมีความเสี่ยงสูง ส่วนที่ดินก็มีราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า อย่างเช่น เดิมอาจจะซื้อแปลงละ 100 ล้านบาท ก็เพิ่มขึ้นมาเป็นแปลงละ 200-300 ล้นบาท ทำให้เหลือเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้นที่ยังมีความสามารถพัฒนาโครงการใหม่ออกมาทำตลาด แต่ความต้องการยังถือว่ามีสูง และเป็นความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ซึ่งลูกค้าของบริษัทมีอัตราการเข้าอยู่ถึง 90% ส่วนลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียมของบริษัทปัจจุบันมีถึง 30-40% ที่จ่ายเป็นเงินสด โดยไม่กู้เงินกับธนาคารเลย
นายอนุพงษ์ กล่าวว่า จากความต้องการของลูกค้าที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ดิ แอดเดรส พร้อมกัน 3 โครงการ ได้แก่ ดิแอดเดรส สุขุมวิท 28 สูง 31 ชั้นจำนวน 246 ยูนิต มูลค่า 2,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 7 ล้านบาท ดิแอดเดรส อโศก สูง 44 ชั้น จำนวน 574 ยูนิต มูลค่า 3,300 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 3.95 ล้านบาท และดิแอดเดรส สาทร สูง 40 ชั้น จำนวน 562 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท รวมมูลค่า 9,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยทำธุรกิจมา ขณะเดียวกันยังมีการใช้งบประมาณการทำตลาดและโฆษณามากถึง 100 ล้านบาท สูงกว่าช่วงก่อนหน้าที่มีการใช้งบประมาณเพียง 50 ล้านบาทเท่านั้น โดยจะเปิดทดลองขายในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้
เศรษฐกิจแย่มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ดูจากผลประกอบการของบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ปัจจุบันตัวเลขยังดี ยอดขายเราเองก็ยังดีจากการที่ได้ทำตลาดโดยตรงกับกลุ่มลูกค้าเก่า และฐานลูกค้าบัตรเครดิตบ้าง ก็มียอดขายเข้ามามาก อย่างโครงการที่อโศก มียอดขายแล้ว 60% แม้ว่ายังไม่ได้เปิดตัว ซึ่งปัจจุบันลูกค้าซื้อที่อยู่อาศัยโดยพิจารณาจากแบรนด์มากขึ้น นอกเหนือจากรายละเอียดของโครงการอื่นๆ บริษัทจึงมีการทำหนังโฆษณาในลักษณะคอร์ปอเรตแบรนด์ด้วย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของบริษัท หลังจากนั้นก็หนังโฆษณาสำหรับคอนโดมิเนียมตามมา จึงทำให้ปีนี้ใช้งบโฆษณาและทำตลาดมากที่สุด
นายอนุพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของยอดขาย 8 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายกว่า 9,000 ล้านบาท และวางเป้าหมายยอดรับรู้รายได้ปีนี้ 9,800 ล้านบาท โดยมีโครงการที่รอรับรู้รายได้มูลค่า 16,000 ล้านบาท ส่วนแผนการลงทุนในปีหน้า เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 3 โครงการ และคอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ ส่วนช่วงปลายปีนี้ได้เตรียมงบประมาณการลงทุนอีก 1,000 ล้านบาท เพื่อเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์บริเวณถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา บนเนื้อที่ 20 ไร่ จำนวน 200 ยูนิต ราคาขายทาวน์เฮาส์เริ่มต้น 4 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาท

























รวมเครื่องสำอาง จากทุกมุมโลก ราคาสบายๆ!!
โหลดปุ๊บลุ้นปั๊บรับโชค 2 ชั้น
ของขวัญสุด Chic รับปีใหม่ก่อนใครลด 30-50%
เกมชิงรางวัลโฉมใหม่มาแล้ว!
เลือกคลิก ชีวิตอาจจะพลิก
รวม Wallpaper สวย Hot เซ็กซี่ จากแมกกาซีนชื่อดัง
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์