หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > อสังหาริมทรัพย์ > ไอ.ซี.ซี.ฯดิ้นสู้เครื่องสำอางยอดฝืด เข้มซีอาร์เอ็ม-เพิ่มช่องทางขายเจาะร้านมัลติแบรนด์

ไอ.ซี.ซี.ฯดิ้นสู้เครื่องสำอางยอดฝืด เข้มซีอาร์เอ็ม-เพิ่มช่องทางขายเจาะร้านมัลติแบรนด์

      • 31 ส.ค. 52 00.45 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • ประชาชาติธุรกิจ สนับสนุนเนื้อหา
เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ไม่แจ่มปมเศรษฐกิจ-กำลังซื้อทำมู้ดจับจ่ายฝ่อไอ.ซี.ซี.ฯเร่งเครื่องขยายจุดขายเพิ่มโฟกัสร้านมัลติแบรนด์พร้อมให้น้ำหนักซีอาร์เอ็ม-โฆษณาใช้ผ่านสื่อหวังเจาะลูกค้าในวงกว้างนางจินตนาเฉลิมชัยกิจผู้อำนวยการฝ่ายเครื่องสำอางและน้ำหอมบริษัทไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด(มหาชน)ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องสำอางบีเอสซีอาร์ตี้โปรเฟสชั่นแนลชีเน่และเพียวแคร์กล่าวกับประชาชาติธุรกิจว่าภาพรวมตลาดเครื่องสำอางที่ขายในห้างสรรพสินค้าหรือเคาน์เตอร์แบรนด์จนถึงไตรมาส2ตัวเลขยังไม่ดีผู้บริโภคยังชะลอการจับจ่ายในห้างและหันไปซื้อสินค้าขายตรงแทนจากยอดขายที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ทำให้มีแบรนด์เครื่องสำอางจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นได้จึงต้องตัดสินใจปิดจุดจำหน่ายในห้างลงและหันไปเปิดจุดขายหรือสาขาในช่องทางที่เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างเทสโก้โลตัสแทนสำหรับแนวทางการดำเนินการทำตลาดเครื่องสำอางของเครือไอ.ซี.ซี.ฯจากนี้ไปบริษัทมีแผนจะเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าในร้านประเภทมัลติแบรนด์มากขึ้นซึ่งก่อนหน้านี้ได้นำสินค้าไปวางจำหน่ายในร้านHis&HerShop40สาขาในรูปแบบบิวตี้ช็อปแบบวันสต็อปเซอร์วิสสิ้นปีนี้คาดว่าจะขยายร้านเพิ่มขึ้นเป็น70สาขาขณะเดียวกันเรายังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ซีอาร์เอ็มเพื่อรักษาฐานสมาชิกเดิมและขยายลูกค้าออกไปยังกลุ่มใหม่จากที่มีฐานสมาชิกอยู่มากกว่า1ล้านรายแต่ละเดือนมีจำนวนสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าพอใจขณะเดียวกันก็จะเน้นการใช้สื่อโทรทัศน์เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ในวงกว้างนางจินตนากล่าวปัจจุบันตลาดเครื่องสำอางมีมูลค่ารวม33,000ล้านบาทแบ่งเป็นเคาน์เตอร์แบรนด์11,000ล้านบาทซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันรุนแรงมีแบรนด์ใหม่ๆเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้ตลาดมีการเติบโตส่วนแมสและขายตรงมีมูลค่ารวมกว่า22,000ล้านบาทสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส2/2552ของบริษัทไอ.ซี.ซี.ฯที่แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯพบว่ามีรายได้จากการขายลดลง5.9%จาก2,645.67ล้านบาทเมื่อช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมาเป็น2,489.13ล้านบาททั้งนี้เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศหดตัวอย่างต่อเนื่องปัญหาการว่างงานมากขึ้นทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงและประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่ายรวมถึงปัญหาไข้หวัดใหญ่2009ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าเดินทางออกไปท่องเที่ยวใช้จ่ายซื้อสินค้า
Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้