หน้าแรกข่าว > น้ำท่วม > ภูมิภาค > ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์
ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

1. การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ.ทำอย่างไร

เขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ทุกเขื่อนเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ มีหน้าที่กักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรมและการบรรเทาอุทกภัยเป็นหลัก ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเพียงผลพลอยได้จากการปล่อยน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามปริมาณ เพื่อการใช้ประโยชน์ที่กล่าวข้างต้น

ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ตามหลักการจะควบคุมให้ระดับน้ำ อยู่ในกรอบของ "เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ" (Rule Curve) ซึ่งมีอยู่ 2 เกณฑ์ คือ "เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง" (Lower Rule Curve) และ "เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน" (Upper Rule Curve) โดยในการจัดทำเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำนั้น ได้นำปัจจัยและข้อมูลของปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำและความต้องการใช้น้ำของพื้นที่ท้ายเขื่อนในรอบกว่า 30 ปีมาประกอบการจัดทำ ทั้งนี้ยังได้ทำการปรับปรุงตามสภาวการณ์เป็นระยะๆ

ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง(Lower Rule Curve) จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้ต่ำกว่าระดับนี้ จะมีความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำในปีหน้า

เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน(Upper Rule Curve) จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้สูงกว่าระดับนี้จะมีความเสี่ยงเรื่อง น้ำล้นเขื่อนจนอาจต้องเปิดประตูระบายน้ำล้น (Spillway)

ในสภาวการณ์ปกติ เขื่อนจะควบคุมไม่ให้ระดับน้ำต่ำกว่า เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่างในช่วงฤดูแล้ง และช่วงฤดูฝน เขื่อนก็จะพยายามระบายน้ำเพื่อไม่ให้ระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน ดังนั้นเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำจึงเปรียบเสมือนเกณฑ์ที่คอยควบคุมระดับน้ำในเขื่อนให้มีปริมาณน้ำเก็บกักที่เหมาะสมตามสภาวการณ์ของปริมาณน้ำทั้งเหนือเขื่อนและสภาพน้ำในลุ่มน้ำท้ายเขื่อน เพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวมตลอดทั้งปี

ตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลโดยเกณฑ์ระดับน้ำควบคุม (Rule Curve)
ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นปีน้ำมาก

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ที่มีอธิบดีกรมชลประทานเป็นประธาน และอีก 8 หน่วยงานร่วมเป็นกรรมการ ประกอบด้วย กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุทกศาสตร์ สำนักการระบายน้ำ กทม. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงาน กปร.) และ กฟผ. โดยคณะอนุกรรมการฯ จะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและร่วมกันพิจารณาปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่จะต้องระบายออกจากเขื่อนทุกสัปดาห์หรือทุกวัน ซึ่ง กฟผ.ก็ได้ปฏิบัติตามมติของคณะอนุกรรมการฯ มาโดยตลอด

2. ทำไมเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จึงไม่ระบายน้ำออกมาก่อนในช่วงต้นฤดูฝนปีนี้

ช่วงต้นฤดูฝนปีนี้ ณ วันที่ 1 พ.ค. เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำเก็บกัก 6,076 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 45.1 ของความจุ เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเก็บกัก 4,784 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 50.3 ของความจุ ซึ่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ (Rule Curve) ที่ใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก ซึ่งตามแนวปฏิบัติของการบริหารจัดการน้ำตามสถิติข้อมูลที่ใช้อ้างอิง จะต้องเก็บกักน้ำไว้ เพื่อให้สามารถมีน้ำไว้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวมตลอดทั้งปี ดังนั้นปริมาณน้ำที่ระบายน้ำออกจากเขื่อนในช่วงนี้จึงเป็นไปตามความต้องการใช้เพื่อการเกษตรกรรมและสาธารณูปโภคเป็นหลัก

ต่อมามีพายุเข้ามาหลายลูกได้แก่ "ไหหม่า" (ปลาย มิ.ย.-ก.ค.) "นกเตน"(ปลาย ก.ค.-ส.ค.) พายุโซนร้อน "ไหถ่าง" และ "เนสาด" (เดือน ก.ย.) และ "นาลแก" (เดือน ต.ค.)

ทำให้มีฝนตกทั้งบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนรวมทั้งพื้นที่ในภาคกลาง เกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง นอกจากนั้นในลุ่มน้ำวังและลุ่มน้ำยมไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่รองรับน้ำ ดังนั้นแม้จะพยายามระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ก็มีข้อจำกัดในการระมัดระวังผลกระทบต่อพื้นที่น้ำท่วมท้ายเขื่อน

3. ทำไมเขื่อนต้องระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการปล่อยน้ำผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้า

ในปีนี้เขื่อนภูมิพลมีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ระหว่างวันที่ 5 - 13 ต.ค. และ 18 - 20 ต.ค. ส่วนเขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ระหว่างวันที่ 25 ส.ค. - 11 ก.ย. 2554

การที่ทั้ง 2 เขื่อนจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นผ่านประตูระบายน้ำล้น นอกเหนือจากการระบายน้ำผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากขณะนั้นมีปริมาณน้ำใกล้เต็มความจุของอ่างเก็บน้ำ และจากการติดตามข้อมูลปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างฯ ยังมีแนวโน้มที่มีปริมาณสูงอยู่ จึงจำเป็นต้องระบายน้ำออกเพิ่มมากขึ้น เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับเก็บกักน้ำเกินความจุของอ่าง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนและอาคารประกอบ ทั้งนี้ในระหว่างการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ก็ได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าอ่างฯ อย่างใกล้ชิด เมื่อพบว่ามีแนวโน้มลดลงก็ให้ลดปริมาณการระบายน้ำ จนปัจจุบันไม่มีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้นจากเขื่อนทั้งสอง

4. เขื่อนต้องการเก็บน้ำไว้มากเพื่อประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าหรือไม่

การผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน แต่เป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำตามความต้องการใช้น้ำเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิ เช่น การอุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม รวมทั้งการบรรเทาอุทกภัย ซึ่งการบริหารจัดการเรื่องปริมาณน้ำที่จะต้องระบายออก ในช่วงเวลาใดๆ ในรอบปี อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพิจารณาตัดสินใจบริหารน้ำร่วมกันอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ การเก็บกักน้ำไว้เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในเรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อ กฟผ. แต่ประการใด ทั้งนี้เนื่องจากในระบบโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าปัจจุบัน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำหนดให้ กฟผ.ได้รับอัตราค่าไฟฟ้าในรูปแบบ "ผลตอบแทนเงินลงทุน" (ROIC) จึงไม่มีแรงจูงใจให้ กฟผ.จะต้องเก็บกักน้ำไว้ในปริมาณมากๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ปัจจุบันการระบายน้ำจากเขื่อนจึงเป็นไปตามความจำเป็นทางด้านเกษตรกรรม การบรรเทาอุทกภัย และสาธารณูปโภคเป็นหลัก

5. ปัจจุบันเขื่อนลดปริมาณการปล่อยน้ำลงแล้ว แต่ทำไมน้ำยังท่วมอยู่

ปัจจุบัน(29 ต.ค. 54) เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำออกรวมกันวันละ 53 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์เพียงประมาณ 610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นร้อยละ 16.7 ของมวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ราว 3,650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ดังนั้นการระบายน้ำจากทั้งสองเขื่อนจึงไม่ใช่สาเหตุหลักของปัญหาน้ำท่วม ซึ่งน้ำที่ผ่านจังหวัดนครสวรรค์มาจากแม่น้ำหลัก 4 สาย คือ ปิง วัง ยม และน่าน ขณะที่มีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นอยู่เพียง 2 สาย คือ แม่น้ำปิงและน่าน ปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจึงมาจากแม่น้ำยมและวัง รวมทั้งน้ำที่ค้างอยู่ตามทุ่งไหลลงมา ซึ่งมีปริมาณรวมถึงร้อยละ 83.3 ของน้ำที่ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลสู่กรุงเทพฯและปริมณฑลไปรวมกับมวลน้ำที่ยังค้างอยู่ตามไร่นา จากสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค. - ก.ย. ทำให้มวลน้ำที่หลากเข้าสู่กรุงเทพฯ ยังคงมีปริมาณมาก

นอกจากนี้แล้ว เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังช่วยเก็บกักน้ำปริมาณจำนวนมากไว้ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. เพื่อบรรเทาสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งแม้ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งสองเขื่อนมากถึง 10,940 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีการระบายน้ำออกรวมกันเพียง 4,915 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้เก็บกักน้ำไว้รวมทั้งสิ้น 6,025 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากปริมาณน้ำจำนวนนี้ไม่ได้ถูกเก็บกักไว้ในเขื่อนทั้งสอง จะส่งผลกระทบต่อภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น

อย่างไรก็ดี มวลน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนทั้งสองจะใช้เวลาเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงไม่ส่งผลต่อมวลน้ำก้อนใหญ่ที่โอบล้อมกรุงเทพฯอยู่ขณะนี้ ประกอบกับน้ำจากพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบนก็กำลังมีปริมาณที่ลดลงเป็นลำดับ

 

  1. อ่างทองผงะ! ตกได้ปลาปากจระเข้ 40 กก. อ่างทองผงะ! ตกได้ปลาปากจระเข้ 40 กก.

    ชาวจังหวัดอ่างทองจับปลาปากจระเข้น้ำหนักกว่า 40 กิโลกรัมได้ หลังจากก่อนหน้านี้ชาวบ้านพากันหวาดผวาเนื่องจากคิดว่าเป็นจระเข้
  2. ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ ยันน้ำในเขื่อนสมดุล ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ ยันน้ำในเขื่อนสมดุล

    ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ ยันน้ำในเขื่อนสมดุล พร้อมบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง

    15 พ.ค. 55 20.17 น.   9 ผู้ชม   0 ความคิดเห็น

    Tags: เขื่อนสิริกิติ์ , เขื่อน , สมดุล

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>






ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 393

  1. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

  2. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

    • ความคิดเห็นที่392
    • ดูจากข้อมูลการปล่อยน้ำ ประกอบกับประริมานน้ำ และช่วงจังหวะที่พายุเข้า จะเห็นว่าจริงๆแล้วควรที่จะต้องเร่งระบายน้ำตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมแล้วแต่การระบายยังเป็นแบบเดี่ยวเพิ่มเดี่ยวลด แล้วยังมาปล่อยน้ำระดับ100ล้าน ลบมต่อวันตั้งแต่5-11 ตุลาคม 2554อีกการบริหารแบบนี้ผู้มีอำนาจการสั่งเปิด ปิด น้ำไม่ทราบว่ามีสมองหรือไม่ครับ
    • ขอแจมสักครั้ง รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: ขอแจมสักครั้ง
      • เมื่อ[23 เมษายน 2555 - 01:18 น.]
      • IP[27.55.11.XXX]
  3. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

  4. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

  5. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

  6. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

    • ความคิดเห็นที่388
    • ทำไมต้องเอาน้ำมาเล่นกับการเมือง ชีวิตคนไม่มีค่าในสายตาพวกคุณหรือ ทำไปเพื่อความสะใจแล้วประชาชนเดือดร้อนไปทุกหัวระแหง ผลกระทบไปทั้งโลก พวกคุณจะทำให้ปัญหาใหญ่มันเกิดขึ้นมากกว่านี้ กรุงเทพฯมันต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอยู่แล้ว ข้างบนก็หนักตึกราบ้านช่อง ข้างล่างก็กลวงเพราะดูดน้ำบาดาลสร้างโรงงาน ยังงี้ถ้าเปลือกโลกขยับนิดเดียวมันจะเหลืออะไร หนีก็หนีไม่ทันแน่ ถ้าใครไหวทันอ่านเกมออก ไม่ต้องทะเลาะกัน หาทางย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่ปอดภัย รักษาศีล กินมังสวิรัส เพราะปัญหาใหญ่ของชาวโลกของจริงมาแน่ปีหน้า ยืนยัน หนักมาก
    • น้ำใจ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: น้ำใจ
      • เมื่อ[7 พฤศจิกายน 2554 - 02:18 น.]
      • IP[92.96.109.XXX]
  7. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

  8. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

    • ความคิดเห็นที่386
    • อ้างอิงความคิดเห็นที่:377


      รู้สึกเหมือนกันว่าปีนี้ฝนก็ตกพอ ๆกับปีที่แล้ว แต่ใคร ๆ ก็ชอบพูดกันว่าปีนี้ฝนเยอะก็ได้แต่คลางแคลงใจใจ พอมีข้อมูลของคุณก็มั่นใจแล้วว่าปริมาณฝนพอ ๆ กันคงอยู่ที่การบริหารจัดการจริง ๆ คิดได้เสียเถอะว่าตัวเองไม่ได้ Born to be เป็นผู้นำขาดความรู้ความเข้าใจในความเป็นอยู่พื้นฐานของประเทศได้อย่างไร ประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงาน สังเกตุเวลามีใครอธิบายปัญหาให้ฟังจะดูเอ๋อ ๆ ไม่เข้าใจเลยว่าเป็นผู้บริหารบริษัทชั้นนำมาได้อย่างไร

       

      ต้นไม้ 1 ต้น เก็บน้ำได้ 1 ลบม. และดูดซึมน้ำลงใต้ดินได้ลึกถึง 6 ม. เมื่อมันหายไปหมดแล้วน้ำจึงวิ่งบนผิวดินได้สะดวกโยธินบูรณะ
      แม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อก่อนลึก 25-30 ม. ตอนนี้เหลือเพียง 12-15 ม. แค่ดูดทรายออกจากแม่น้ำ ก็ยังมีพื้นที่รับน้ำอีกกว่าครึ่ง
    • โอ่อี๊โอ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: โอ่อี๊โอ
      • เมื่อ[4 พฤศจิกายน 2554 - 07:36 น.]
      • IP[125.27.239.XXX]
  9. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

  10. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

    • ความคิดเห็นที่384
    • รัฐบาลชุดปัจจุบันโปรดเกล้าประมาณ กลางๆ สิงหา แต่น้ำเริ่มท่วมช่วงตอนบนของประเทศตั้งแต่กันยา แล้วถัดมาเรื่อยๆถ้าน้ำเต็มเขื่อนแล้ว แค่ระยะเวลาแค่นั้นระบายไม่มีทางทันอยู่แล้ว ถ้าจะผิดมันน่าจะตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนแล้ว
    • uo รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: uo
      • เมื่อ[4 พฤศจิกายน 2554 - 07:07 น.]
      • IP[124.121.3.XXX]
  11. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

    • ความคิดเห็นที่382
    • ถ้าดูปริมาณน้ำฝนในเว็ปของกรมอุตุนิยมวิทยาก็จะรู้ว่าปริมาณน้ำฝนในปีนี้เยอะกว่าปีที่แล้วจริง ๆ แต่ท่านผู้มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำทั้งหลายคาดการณ์สถานการณ์น้ำกันอย่างไร ถ้าแค่ตั้งโปรแกรมจัดการน้ำเหมือนปีที่แล้วโดยไม่คิดถึงปัจจัยอื่นเลย ทำงานกันง่ายไปหรือเปล่า
    • คนไทย รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: คนไทย
      • เมื่อ[4 พฤศจิกายน 2554 - 01:02 น.]
      • IP[223.206.153.XXX]
  12. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

  13. Re: ข้อเท็จจริงการระบายน้ำ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

แชร์ความคิดเห็นนี้ไป Facebook ด้วยไหมคะ?ปิดปิด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้