คลังถังแตก! เก็บรายได้ไม่ตามเป้า ตัวแดง 4.8 แสนล.

คลังถังแตก! เก็บรายได้ไม่ตามเป้า ตัวแดง 4.8 แสนล.

คลังถังแตก! เก็บรายได้ไม่ตามเป้า ตัวแดง 4.8 แสนล.

คลังถังแตก รัฐมนตรีคลังรับสรรพากรรายได้วืดเป้า 1.2-1.3 แสนล้าน รวมกับงบขาดดุลก่อนหน้า เท่ากับบัญชีตัวแดง 4.8 แสนล้าน สาเหตุใหญ่จากธุรกิจส่งออกชะลอ ทำภาษีรายได้วูบ "กรณ์" เล็งกู้ใน-ตปท.โปะ ผู้บริหาร"ทีดีอาร์ไอ"ยกทีมพบนายกฯ แนะปฏิรูปภาษีใหม่ ขยายฐานรายได้รับมืองบขาดดุลต่อเนื่อง 3 ปี ธ.ก.ส.จับมือ สปส.-สกอ. อัดฉีด 1 หมื่นล้าน ให้คนตกงาน-บัณฑิตใหม่ กู้เงินกลับบ้านสร้างอาชีพ คลังถังแตก-รายได้วืดเป้าแสนล. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า กรมสรรพากร ซึ่งเป็นกรมจัดเก็บรายได้หลักของกระทรวงการคลัง มีโอกาสจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2552 ต่ำกว่าเป้าร้อยละ 10 หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 1.2-1.3 แสนล้านบาท ซึ่งหากรวมกับการขาดดุลงบประมาณที่ตั้งไว้เดิม 2.5 แสนล้านบาท และงบกลางปีที่จะขอเพิ่มเติมอีก 1 แสนล้านบาท ก็มีโอกาสที่ปีงบประมาณ 2552 รัฐบาลจะขาดดุลรวม 4.7-4.8 แสนล้านบาท ขณะที่ผู้บริหารมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาล โดยข้อเสนอหนึ่ง คือให้รัฐปฏิรูปโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ เพื่อขยายฐานภาษีและการจัดเก็บรายได้ เนื่องจากใน 1-3 ปีข้างหน้า รัฐยังต้องดำเนินนโยบายขาดดุลต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการหารือกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง และกรมจัดเก็บรายได้ ยอมรับว่าปัญหาการจัดเก็บรายได้เป็นเรื่องที่ท้าทายของรัฐบาล เนื่องจากกรมสรรพากรรายงานมาแล้วว่า มีความเป็นไปได้ว่าที่จะจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2552 ลดลงจากประมาณการเดิม ประมาณ 1.2-1.3 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะจัดเก็บได้ 1,318,500 ล้านบาท แต่ยืนยันว่ายังไม่มีการปรับลดประมาณการรายได้ของรัฐบาลลง และจะไม่เป็นอุปสรรคกับการทำงานของรัฐบาลแน่นอน เนื่องจากยังมีเครื่องมืออื่นๆ มากเพียงพอในการดูแลเศรษฐกิจในระยะยาวได้ เช่น การกู้เงินทั้งในและต่างประเทศมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยจะไม่ให้เป็นการผลักภาระหรือสร้างปัญหาให้กับประชาชน ไม่ให้กระทบต่อการรักษาวินัยทางการคลัง ฐานะคลังตัวแดงรวม4.8แสนล. "เท่าที่ดูโดยรวม รายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2552 จะต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในเอกสารประมาณ 10% ทำให้เกิดเข้อจำกัดในการจัดทำงบประมาณปี 2553 แน่นอน เพราะต้องตั้งเป็นงบประมาณขาดดุล ที่ต้องคำนึงถึงวงเงินงบและหนี้สาธารณะ ที่จะต้องกำหนดอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่ผมย้ำกับกรมสรรพากรไปแล้วว่าขอให้จัดเก็บไปตามปกติ ไม่ควรรีดภาษี หรือไล่เก็บภาษีโดยไม่ยุติธรรม" นายกรณ์กล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพิจารณาตัวเลขการขาดดุลงบประมาณปี 2552 ในเบื้องต้น ที่ตั้งไว้ 2.5 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับ งบประมาณกลางปีอีก 1 แสนล้านบาท การจัดเก็บรายได้ของรัฐในส่วนกรมสรรพากรที่ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 1 แสนล้านบาท และการจัดเก็บโดยรวมจากรัฐวิสาหกิจ และอื่นๆ ที่จะต่ำกว่าเป้าหมาย 10% เท่ากับว่าในปี 2552 รัฐบาลจะขาดดุลการคลัง 4.7-4.8 แสนล้านบาท ใช่หรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า น่าจะเป็นไปได้ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลยังสามารถบริหารจัดการได้ และได้ชี้แจงไปแล้วในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าเป็นเรื่องเทคนิคทางบัญชี "สาเหตุที่เป็นไปได้ เพราะประมาณการณ์รายได้ปี 2552 ที่รัฐสภาอนุมัติไปอยู่ที่ 1.55 ล้านล้านบาท แต่ขณะนี้จะต่ำกว่าเป้า 10% คือ อยู่ที่ 1.44 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดส่วนต่าง 1 แสนล้านบาท เป็นภาระของรัฐบาล ที่ทำให้การจัดทำงบปี 2553 มีข้อจำกัดเพิ่มมากขึ้น" นายกรณ์ กล่าว ผลจากภาษีน้ำมัน-ส่งออกชะลอ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม ธันวาคม 2551) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 272,837 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบ 52,334 ล้านบาท หรือ 16.1% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 16.1% นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กรมสรรพากร กล่าวถึงสาเหตุกรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า 1.2-1.3 แสนล้านบาท ว่า กรมได้รับสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวและรายได้ที่อาจจะไม่ตรงกับประมาณการ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม 2551 เนื่องจากจากการนำเข้าน้ำมันลดลง ทำให้รายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ลดลง รวมถึง การส่งออกที่ชะลอตัว ทำให้การนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบลดลงตามไปด้วย "ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องจากการส่งออกที่ชะลอตัว คือรายได้จากภาษีอากรแสตมป์ ภาษีเงินได้จากอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ชะลอลง จนหลายรายต้องลดระยะเวลาการทำงานของพนักงาน และยังมีอุตสาหกรรมสิ่งทอง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อิเลกทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ที่ล้วนชะลอตัวลง แต่เรายืนยันว่า การจัดเก็บภาษีของกรมไม่ได้ยึดตามเป้าที่วางไว้ แต่จะดูจากสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะหากเศรษฐกิจถดถอยแล้วยังเก็บภาษีหนัก จะไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจ" นายสาธิตกล่าว ทีดีอาร์ไอแนะนายกฯปฏิรูปภาษี วันเดียกวัน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานทีดีอาร์ไอ และนายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานทีดีอาร์ไอ เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเสนอนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาล โดยมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายสาวิตต์ โพธิวิหค ที่ปรึกษานายกฯ เข้าร่วมรับฟังด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า นโยบายที่ทีดีอาร์ไอ ยื่นข้อเสนอต่อนายกฯ ประกอบด้วย นโยบายเฉพาะหน้า และนโยบายระยะกลางด้านรายได้ โดยนายกฯได้รับว่าจะนำข้อเสนอทั้งหมดไปหารือกับทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ข้อเสนอด้านนโยบายเฉพาะหน้า คือการให้รัฐมนตรีที่มีความรู้การบริหารการเงินภาครัฐติดตามการใช้จ่ายเงินงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ทำรายงานการเงินและการใช้จ่ายให้รัฐบาลทุกไตรมาส ส่วนนโยบายระยะกลาง ทีดีอาร์ไอ เห็นว่า รัฐบาลอาจต้องดำเนินนโยบายการคลังขาดดุลในอีก 1-3 ปีข้างหน้า รวมทั้งจะมีการใช้นโยบายประชานิยม ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สาธารณะจนถึงระดับอันตราย ควรปฏิรูประบบภาษีโดยเร่งด่วนเพื่อขยายฐานภาษีและรายรับ โดยตั้งคณะกรรมการปฏิรูปภาษี เพื่อศึกษาโครงสร้างภาษีทั้งระบบ และเพิ่มรายได้ด้วยการปรับปรุงระบบภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีสุราทุกชนิดเพื่อลดการบริโภคแอลกอฮอล์ ติงรัฐอย่าจุ้นแบงก์ปล่อยกู้เพิ่ม นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอมาตรการแทรกแซงสินค้าเกษตร โดยเปลี่ยนแนวคิดจากการประกันราคาสูงกว่าราคาตลาด เป็น "ราคาที่ไม่ขาดทุน" และนำระบบประกันภัยราข้าวแบบ put option ในตลาดล่วงหน้ามาใช้แทนการจำนำข้าวในปัจจุบัน โดยระยะสั้น ยังต้องคงนโยบายจำนำข้าวเปลือกไว้ แต่ให้กำหนดราคาจำนำเพียงร้อยละ 90-95 รวมทั้ง รัฐบาลควรปลดหนี้สินให้เกษตรกรในโครงการพิเศษของรัฐบาลที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเป็นแสนล้านบาท นอกจากนี้ รัฐบาลไม่ควรมีนโยบายผลักดันหรือแทรกแซงการดำเนินงานของสถาบันการเงินโดยให้ปล่อยกู้เพิ่มแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี เพราะในภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก การทำธุรกิจมีความเสี่ยง แต่ควรใช้เครื่องมือการร่วมประกันความเสี่ยงบางส่วนผ่านสถาบันการเงินต่าง ๆ ด้านนายสาวิตต์กล่าวภายหลังการหารือว่า เรื่องที่มีการหารือกันมากที่สุด คือ สินค้าข้าว ซึ่งทีดีอาร์ไอ ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องเสถียรภาพราคาไม่ให้มีปัญหาตกต่ำ และการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล ต้องมีกระบวนการดูแลที่ดี ไม่ให้มีผลกระทบต่อราคาข้าวในตลาด นายสาวิตต์กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้เสนอแนวคิดต่อนายกฯ ให้จัดตั้งที่ปรึกษาขึ้นมาพิจารณาต้นทุนการผลิตก๊าซแอลพีจี และเอ็นจีวี ที่แท้จริง เพื่อใช้พิจารณากำหนดราคาก๊าซทั้งสองชนิดต่อไป น่าจะดีกว่าการให้เรื่องนี้ผูกขาดอยู่กับบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)เพียงรายเดียว ตั้งกก.เฉพาะแก้คนตกงาน นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า แผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลุ่มเป้าหมาย 9 กลุ่มตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจอนุมัติ น่าจะมีความชัดเจนภายในวันที่ 12 มกราคมนี้ ก่อนจะนำเสนอที่ประชุมครม.วันที่ 13 มกราคมต่อไป โดยกลุ่มแรงงาน เนื่องจากเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน ไม่ใช่กระทรวงแรงงานที่เดียว จึงจะตั้งกรรมการชุดหนึ่งมาพิจารณาการดำเนินนโยบายโดยเฉพาะ โดยในส่วนของการฝึกอบรมคนตกงานและจัดอาชีพใหม่ ที่ตั้งเป้า 5 แสนคนนั้น คาดว่าจะใช้งบ 1.5-2.0 หมื่นล้านบาท เพื่อทำการอบรมคนตกงาน โดยเฉพาะคนตกงานที่จะกลับภูมิลำเนาไปประกอบอาชีพจะได้รับการพิจารณาก่อน เอกชนไม่ประทับใจแผนศก. แหล่งข่าวในวงการส่งออก กล่าวว่า หากมาตรการย่อยที่จะสนับสนุนมาตรการหลักของรัฐบาลไม่สามารถออกมาได้ภายใน 15-30 วัน แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมในการแก้ไขระบบเศรษฐกิจของไทย เพราะที่ผ่านมา แต่ละกระทรวงก็อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดและข้อเสนอ ที่น่ากังวลคืออาจต้องมีการถกเถียงกันอีกระยะหนึ่งจนกว่าแผนงานจะได้รับอนุมัติ นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาเป็นภาพกว้าง ไม่ได้มีการเจาะลึก โดยภาคอุตสาหกรรมคงจะต้องมีการหารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์จะดีกว่า ส่วนมาตรการที่ออกมาจะสร้างความเชื่อมั่นได้หรือไม่ อยู่ที่ภาคปฏิบัติมากกว่า เพราะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือนกว่าจะเห็นผล ธกส.ให้กู้1หมื่นล.แรงงานคืนถิ่น วันเดียวกัน มีการลงนามโครงการกู้วิกฤตแรงงานไทยคืนถิ่น ระหว่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยนายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการแทนผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการ 2.5 แสนราย จะมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 4-5 ล้านคน คิดเป็นสินเชื่อรวม 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการกู้วิกฤตแรงงานไทยคืนถิ่น 1 แสนราย วงเงิน 4 พันล้านบาท ดอกเบี้ย 6% 2.โครงการแก้ปัญหาว่างงานให้กับบัณฑิตจบใหม่ 1.5 แสนราย อัตราดอกเบี้ยปกติ นายปั้น วรรณวินิจ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สปส.นำเงิน 4,000 ล้านบาท ฝากไว้กับ ธ.ก.ส.เพื่อปล่อยกู้ให้ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้าง หรือต้องการเปลี่ยนงาน ทำอาชีพอิสระเสริม เบื้องต้นจะฝาก 300 ล้านบาทในวันที่ 12 มกราคมนี้ หากมีความต้องการเพิ่ม ก็จะนำเงินมาฝากเพิ่มให้ ธ.ก.ส.ปล่อยกู้เป็นระยะ ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 6 ผ่อนชำระ 5 ปี ยื่นขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2552-31 ธันวาคม 2553 นายพินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการ สกอ. กล่าวว่า สกอ.ได้ประสาน ธ.ก.ส.ขอเงินสนับสนุน 6,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้กับนักศึกษาจบใหม่ในอัตราดอกเบี้ยปกติเพื่อเป็นเงินทุนประกอบอาชีพ 150,000 คน โดยต้องเป็นบัณฑิตจบใหม่ปีการศึกษา 2551 จากสถาบันอุดมศึกษาสังกัด สกอ. เร่งเงินอสม.เริ่มจ่ายมี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จะเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการจ่ายค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศ เดือนละ 600 บาท ตามนโยบายรัฐบาล โดยเร็วที่สุด เพื่อให้เบิกจ่ายได้ทันวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 20 มีนาคมนี้ เพื่อมอบเป็นของขวัญ ให้มีกำลังใจทำงานช่วยเหลือภาครัฐแก้ไขปัญหาสาธารณสุขต่อไป นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ทั่วประเทศมี อสม.กว่า 830,000 คน อสม.1 คน ดูแลประชาชน 10-15 หลังคาเรือน ในการทำงานของ อสม.นั้น จะให้ทำงานร่วมกับสถานีอนามัยซึ่งมีครบทุกตำบล น้ำมันควงสว่านดิ่งเกือบ6เหรียญ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบไลต์สวีท ซื้อขายในตลาดนิวยอร์คเมื่อวันที่ 7 มกราคม ดิ่งลง 5.95 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 42.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐได้เผยแพร่ปริมาณน้ำมันดิบสำรองประจำสัปดาห์ล่าสุดว่า เพิ่มขึ้น 6.7 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดหมายน่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 7 แสนบาร์เรล และเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะกดดันให้ราคาน้ำมันต่ำลงไปอีก ต่อมาในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันที่ 8 มกราคม ราคาน้ำมันขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย 9 เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 42.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ รวมทั้งความขัดแย้งเรื่องก๊าซธรรมชาติระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่สามารถผลักดันให้ราคาขึ้นต่อไปได้อีก เพราะการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำมันสำรองของสหรัฐสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจอ่อนแอมีอิทธิพลต่อตลาดมากกว่า
Advertisement Replay Ad
เวียร์ เตรียมทำตัวให้ดี ถูกหมอดูทัก เบลล่า จะทิ้งสิ้นปี

เวียร์ เตรียมทำตัวให้ดี ถูกหมอดูทัก เบลล่า จะทิ้งสิ้นปี

ติ๊ก พีช แอบหวั่น น้องเต็นท์ จะมีปัญหา หากทุ่มเวลาเลี้ยงลูกคนที่สอง

ติ๊ก พีช แอบหวั่น น้องเต็นท์ จะมีปัญหา หากทุ่มเวลาเลี้ยงลูกคนที่สอง

ด.ญ.วัย 12 ขวบ สำลักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

ด.ญ.วัย 12 ขวบ สำลักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา

โศกนาฏกรรม “นาหม่วย” ความรันทดของโชคชะตา

โศกนาฏกรรม “นาหม่วย” ความรันทดของโชคชะตา

หนุ่มน้อยใจแฟนสาว ใช้ถุงพลาสติกครอบหัว ฆ่าตัวตายในโรงแรม

หนุ่มน้อยใจแฟนสาว ใช้ถุงพลาสติกครอบหัว ฆ่าตัวตายในโรงแรม

ใกล้กันยิ่งขึ้น เปิดแล้ว “ทางด่วนยุโรป-จีน” ประหยัดเวลา 1 เดือน

ใกล้กันยิ่งขึ้น เปิดแล้ว “ทางด่วนยุโรป-จีน” ประหยัดเวลา 1 เดือน

เปิดใจ! พริตตี้เอ็มซีสาวถูกหลอกให้กินบราวนี่ผสมกัญชา

เปิดใจ! พริตตี้เอ็มซีสาวถูกหลอกให้กินบราวนี่ผสมกัญชา

ซนมากๆ น้องเพลง ล่องเป็ดยางในลำธารของบ้านที่พัทยา

ซนมากๆ น้องเพลง ล่องเป็ดยางในลำธารของบ้านที่พัทยา

ดาบตำรวจปิดบ้านเงียบ พบเป็นศพผูกคอตายกับหน้าต่าง

ดาบตำรวจปิดบ้านเงียบ พบเป็นศพผูกคอตายกับหน้าต่าง

แต๊งค์ โพสต์แซ่บ หลัง แตงโม โพสต์รูปคู่ ดอดจ์ อดีตหวานใจ

แต๊งค์ โพสต์แซ่บ หลัง แตงโม โพสต์รูปคู่ ดอดจ์ อดีตหวานใจ

แม่แทบช็อก งูเหลือมโผล่ข้างบ้าน ลูกชาย 2 ขวบนั่งจ้องตาเขม็ง

แม่แทบช็อก งูเหลือมโผล่ข้างบ้าน ลูกชาย 2 ขวบนั่งจ้องตาเขม็ง

จำคุก 1 ปี ผู้จัดการ 'บี พีระพัฒน์' โกงค่าตัว ไม่รออาญา

จำคุก 1 ปี ผู้จัดการ 'บี พีระพัฒน์' โกงค่าตัว ไม่รออาญา

รถเก๋งเสียหลักตกข้างทาง ชนต้นไม้พังยับ คนขับอ้างหักหลบเงาปริศนา

รถเก๋งเสียหลักตกข้างทาง ชนต้นไม้พังยับ คนขับอ้างหักหลบเงาปริศนา

งานรับปริญญานางเอก เดียร์น่า เพื่อนพี่สนิทในวงการร่วมยินดีคับคั่ง

งานรับปริญญานางเอก เดียร์น่า เพื่อนพี่สนิทในวงการร่วมยินดีคับคั่ง

-30 องศา! เหนือสุดแดนมังกรหนาวแค่ไหนถามใจคนจีนดู

-30 องศา! เหนือสุดแดนมังกรหนาวแค่ไหนถามใจคนจีนดู

หนุ่มจีนทำพิเรนทร์ ยัดแม่กุญแจใส่ท่อปัสสาวะ สุดท้ายต้องโร่หาหมอ

หนุ่มจีนทำพิเรนทร์ ยัดแม่กุญแจใส่ท่อปัสสาวะ สุดท้ายต้องโร่หาหมอ

เพื่อนบ้านบอกว่าอย่าเปิดหมอลำ หนุ่มใหญ่คว้าอีโต้ฟันดับ

เพื่อนบ้านบอกว่าอย่าเปิดหมอลำ หนุ่มใหญ่คว้าอีโต้ฟันดับ

หายไปนาน "แอนนี่ บรู๊ค" ควง "น้องฑีฆายุ" เดินแฟชั่นโชว์

หายไปนาน "แอนนี่ บรู๊ค" ควง "น้องฑีฆายุ" เดินแฟชั่นโชว์

ชาวกรุงฯ เตรียมรับของขวัญปีใหม่ เมื่อ ถ.สุขุมวิท กำลังจะไร้เงาเสาไฟฟ้า

ชาวกรุงฯ เตรียมรับของขวัญปีใหม่ เมื่อ ถ.สุขุมวิท กำลังจะไร้เงาเสาไฟฟ้า

'บี พีระพัฒน์' เผย อดีตผจก.สารภาพยักยอกเงินเพราะติดพนัน

'บี พีระพัฒน์' เผย อดีตผจก.สารภาพยักยอกเงินเพราะติดพนัน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์