ข่าว ข่าววันนี้ ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล พรีเมียร์ลีก ตรวจหวย ข่าวบันเทิง ฟังเพลงออนไลน์ วิเคราะห์บอล ทีวีออนไลน์

ข่าว ข่าววันนี้ ข่าวบันเทิง ข่าวด่วน ข่าวสด ข่าวดารา
เมนูข่าว

ยอมรับ ยอมแพ้ หรือหาทางแก้ “หัวล้าน“ จากกรรมพันธุ์

| เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 12

S! News

S! News สนับสนุนเนื้อหา

ยอมรับ ยอมแพ้ หรือหาทางแก้ “หัวล้าน“ จากกรรมพันธุ์

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

สิ่งที่เป็นยอดปรารถนาของท่านชายทั้งหลายในปัจจุบันคงไม่พ้นการมีรูปร่างที่แข็งแรงสมส่วน ผิวหน้าที่สะอาดหมดจด เพราะผู้ชายเราสมัยนี้รู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น ยิ่งถ้ารู้จักการแต่งกายให้มีรสนิยม ยิ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดียิ่งขึ้นไปอีก

แต่อีกสิ่งหนึ่ง ที่กลายเป็นปัญหาบั่นทอนทุกๆ สิ่งที่ว่ามาให้ด้อยลงอย่างถนัดใจ กลับไม่ใช่ปัญหาอื่นไกล แต่เป็นปัญหาที่ท่านชายหลายๆ ท่านไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งปัญหาที่ว่านี้ มักมาจาก กรรมพันธุ์ เป็นหลักใหญ่ใจความเลยทีเดียว.... ซึ่งเรากำลังพูดถึงปัญหา หัวล้าน หรือ อาการผมร่วงผมบาง ในท่านชาย นั่นเอง

กรรมพันธุ์ กำหนดทุกอย่าง แม้แต่ "ผม"

ทั้งรูปร่างหน้าตา สีผิว สีผม สีตา ล้วนแล้วแต่ถูกกำหนดมาด้วยกรรมพันธุ์ ทั้งสิ้น รวมไปถึงโรคผมร่วงผมบาง โดยลักษณะต่างๆเหล่านี้จะมีการถ่ายทอดแบบรุ่นสู่รุ่น ผ่านการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ซึ่งมียีนส์เป็นตัวกำหนดลักษณะต่างๆ ของเรา ผ่านการแสดงออกมาในรูปแบบของโปรตีน ซึ่งฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายเราก็เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ดังนั้น โรคหรือลักษณะต่างๆ ที่เกียวกับฮอร์โมน ก็จะเกี่ยวข้องกับยีนส์และ สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ ดังที่กล่าวมา

โรคผมร่วงผมบางแบบที่ถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่นนี้ เกิดจากฮอร์โมนที่ชื่อ DHT (Dihydrotesosterone) สร้างมาจากฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) โดยมีเอนไซม์ 5-alpha-reductase เป็นตัวการสำคัญ ซึ่งหากเรามีฮอร์โมน DHT มากเกินไป จะส่งผลให้ รากผมฝ่อ หดตัว และเล็กลงจนผมค่อยๆ หลุดร่วงไป และนอกจากนี้ ฮอร์โมน DHT ยังทำให้เกิด การทำงานที่มากเกินปกติของต่อมไขมันบนศีรษะ ซึ่งส่งผลให้หนังศีรษะมัน รูขุมขนอุดตัน จนเป็นสาเหตุให้ผมหลุดร่วง ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นการยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ตั้งแต่ที่ต้นเหตุ

ฝ่าชะตากรรมพันธุ์ ปฏิเสธมรดกล้าน

ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะคน คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงไปนัก เพราะแม้ว่าโรคผมร่วง ผมบาง จะเป็นมรดกนับล้านที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เสมือนสิ่งที่เราจำเป็นต้องรับไว้ แต่ในปัจจุบัน ก็มีผู้คิดค้นสารพัดวิธีที่จะปฏิเสธชะตาชีวิตที่จะทำให้เราหมดความมั่นใจแบบนี้

ฟิแนสเทอไรด์ (Finasteride) คือ 1 ในตัวยาที่ถูกนำมาใช้รักษาอาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์ โดยจะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha-reductase ทำให้ระดับของฮอร์โมน DHT ทั้งในกระแสเลือดและที่เซลล์สร้างเส้นผม ลดลง ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพแต่ก็พบว่ามีผลข้างเคียงในการใช้ยารวมทั้งอาจมีการสะสมของยาในร่างกายพอสมควร ซึ่งผลข้างเคียงที่พบคือ อาจทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพได้ประมาณ 3% และมีข้อห้ามใช้ในผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ที่ตั้งครรภ์ห้ามสัมผัสอย่างเด็ดขาด

ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) เป็นยารักษาผมร่วงอีกตัวที่ได้รับความนิยม อยู่ในรูปแบบโลชัน ซึ่งมีความปลอดภัยสูงแต่ประสิทธิภาพที่ได้อาจยังไม่แน่นอน โดยตัวยาจะไปออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสามารถส่งเลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณรากผมได้มากขึ้น ทำให้เส้นผมแข็งแรง และงอกงามได้ดีขึ้น

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา ซึ่งในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปแบบแชมพู โลชั่น และอาหารเสริม โดยมักเน้นให้สารอาหารที่มีประโยชน์ในการบำรุงรากผมและหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน วิตตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่อาจไม่ได้ดูแลและแก้ไขจากสาเหตุหลัก นั่นคือ การลดการสร้างฮอร์โมน DHT

หลีกเลี่ยงมรดกล้านให้ปลอดภัย ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ

ปัจจุบันมีการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาผมร่วงกันอย่างมากมาย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีการค้นพบสารสกัดจาก ปาล์มอเมริกาใต้ (Saw Palmetto) ที่มีสรรพคุณอันน่าประหลาดใจ คือ ช่วยยับยั้งการสร้างฮอร์โมน DHT ได้ โดยการเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha-reductase ชนิดที่ 2 จึงมีการนำมาใช้กับผู้ที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตและผมร่วงจากกรรมพันธุ์กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ

นอกจากปาล์มอเมริกาใต้แล้ว ยังพบว่า ชาเขียว หรือ Green Tea ที่เรารู้จักกันดี ก็มีสรรพคุณในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-alpha-reductase ชนิดที่ 1 ที่เป็นตัวสร้างฮอร์โมน DHT ที่กระตุ้นต่อมไขมันบนหนังศีรษะให้ทำงานมากกว่าปกติ

ซึ่งจากสรรพคุณที่ว่านี้ ทำให้มีผู้สนใจศึกษาและนำสารสกัดจากพืชทั้ง 2 ชนิด มาค้นคว้าและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาผมร่วงผมบางกันอย่างแพร่หลายและได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพไปทั่วโลก

จากสารสกัดธรรมชาติ (Saw Palmetto, Green Tea, Peony) ที่ช่วยลดฮอร์โมน DHT และส่วนผสมของสารอาหารที่จำเป็นต่อรากผม ไม่ว่าจะเป็น โอลิโกเปบไทด์ (Oligopeptides) ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม วิตามินรวม (Multi-Vitamin) ที่ช่วยบำรุงหนังศีรษะและเพิ่มเคราติน รวมทั้ง ไพรอคโทน โอลามีน (Piroctone Olamine) ที่ยับยั้งเชื้อราบนหนังศีรษะได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพและอ่อนโยน กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผมร่วงผมบางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในทวีปยุโรป ทั้งแชมพู โลชั่น และเซรั่มเข้มข้น ซึ่งยืนยันประสิทธิภาพ ความพึงพอใจ และความปลอดภัย โดย University of Bologna ประเทศอิตาลี ได้ทดลองโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ ไบโอไทมัส ที่มีส่วนผสมของสารสกัดต่างๆ ที่ได้กล่าวมา ในผู้มีปัญหาผมร่วงผมบางจากกรรมพันธุ์ 20 คน อายุระหว่าง 20 - 52 ปี เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันในเมืองไทยสอบถามข้อมูลได้ในโรงพยาบาลและร้านขายยาชั้นนำทั่วไป

เพียงแค่ดูแลเส้นผมของตัวเองอย่างตั้งใจ และครบวงจร เพียงเท่านี้ เราก็สามารถปฏิเสธมรดก หัวล้าน ได้ โดยไม่ต้องยอมแพ้ต่อกรรมพันธุ์...

(ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต และ www.facebook.com/BiothymusmRottapharm)

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

Sanook.commenu