จัดพอร์ตลงทุนรับปีฉลู ทองคำ-หุ้น-อสังหาฯ เสี่ยง!

จัดพอร์ตลงทุนรับปีฉลู ทองคำ-หุ้น-อสังหาฯ เสี่ยง!

เป็นธรรมเนียมทุกปีรับเปิดศักราชใหม่ ฐานเศรษฐกิจ จัดทำคู่มือจัดพอร์ตการออมและการลงทุน เพื่อเป็นไกด์ไลน์สำหรับผู้ออมและผู้ลงทุน รับมือสถานการณ์เศรษฐกิจ เหมาะสมไลฟ์สไตล์และระดับความเสี่ยง

สำหรับปี 2552 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกถดถอย รอบตัวผู้ลงทุนจึงมีปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวก ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งแนวโน้มผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลงจากอัตราดอกเบี้ยขาลง และกำไรบริษัทในตลาดหุ้นที่เติบโตติดลบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ่ายเงินปันผล ดังนั้นการยึดหลักใส่ไข่ในหลายตะกร้า หรือกระจายพอร์ตลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลาย ประเภท จึงมีความจำเป็นยิ่งเพื่อบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ไม่ขี้เหร่นัก

****ดอกเบี้ยเงินฝากขาลง

หลังจากปีที่แล้ว ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ออกโครงการพิเศษระดมเงินฝาก 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6% เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลส่งเสริมการออม และแบงก์พาณิชย์แข่งขันระดมเงินฝากรุนแรง

แต่สำหรับในปี 2552 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่วัฏจักรขาลง ส่งผลตอบแทนต่อผลตอบแทนเงินฝากออมทรัพย์และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ต้นปี 2552 ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน และ 24 เดือน ปรับลดลงเกือบ 1% เมื่อเทียบกับผลตอบแทนจากเงินฝากประเภทและระยะเวลาเดียวกันเมื่อสิ้นปี 2550 ยกตัวอย่าง เงินฝากประจำ 3 เดือน ต้นปี 2552 อยู่ที่ 1.350-2.00% ขณะที่สิ้นปี 2550 อยู่ที่ 2.00-2.25% (ดูรายละเอียดจากตารางประกอบ)

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ยังมีโอกาสหาผลตอบแทนจากผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ออกโดยธนาคารขนาดเล็ก เช่น ทิสโก้ เกียรตินาคิน และธนชาติ ที่ยังประกาศจ่ายอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก 0.50%

***หุ้นกู้เกรดเอ ผลตอบแทนสูง 5-6 %

จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง ทำให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ลดลงด้วยนั้น อย่างไรก็ตามการลงทุนในหุ้นกู้ถือว่าให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ

ณัฐพล ชวลิตชีวิน กรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) คาดว่า จากแนวโน้มผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง จะทำให้หุ้นกู้ภาคเอกชนกลับมาได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 เพราะแม้ว่าผลตอบแทนของพันธบัตรจะลดลงแต่ผลตอบแทนของหุ้นกู้ไม่ได้ลดลงไปด้วย ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของหุ้นกู้และพันธบัตรรัฐบาล (Spread) ปรับตัวสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนไทย

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าหุ้นกู้ในสหรัฐอเมริกา ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ(เรตติ้ง)ที่ระดับ AAAและAA ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8-9% ต่อปี สำหรับหุ้นกู้ในประเทศที่มีเรตติ้ง AAA ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-6% ต่อปี ทั้งนี้แม้ผลตอบแทนหุ้นกู้ในประเทศจะต่ำกว่าในสหรัฐฯ แต่ก็ยังเป็นผลตอบแทนที่สูงมากเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540

***คอหุ้น อย่าบุ่มบ่าม ใส่เงินแค่ 20-40 %

จากแนวโน้มปี 2552 บริษัทจดทะเบียน(บจ.) มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลลดลง แต่ก็ถือว่าให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเงินฝาก นักลงทุนจึงไม่ควรทิ้งตลาดหุ้น แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังและมีวินัยการลงทุนอย่างเข้มงวด

สุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)นครหลวงไทย จำกัด แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในปี 2552 โดยให้ เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเล็กน้อย เป็น 40 % ของพอร์ตลงทุน (จากเดิม 35 %)ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับภาวะปกติที่แนะนำให้ลงทุนในหุ้น 70-80 % ของพอร์ต

สาเหตุที่ไม่ให้เทเงินในหุ้นมากนัก สุกิจ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากปี 2552 ตลาดหุ้นไทยยังคงมีผลกระทบจากปัญหาวิกฤติการเงินโลกและกำไรบจ.ที่เติบโตติดลบ ส่วนเงินที่เหลือแนะนำลงทุนในตราสารหนี้ 35 % ลดลงจากเดิม 40 %และอีก 25 % แนะนำลงทุนในทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และเงินฝาก เป็นต้น

ด้านผู้จัดการกองทุน โดยชูเกียรติ ธิติหิรัญเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน สายงานการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด แนะนำให้ลงทุนในหุ้นเพียง 20 % (จากเดิม 30 % ) อีก 10-20 % ให้ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงเฉลี่ย 7-10 % ต่อปี ส่วนอีก 60-70 % แนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้ ผสมผสานระหว่างตราสารหนี้อายุ 1- 2 ปี

พร้อมแนะนำสำหรับการลงทุนในหุ้นว่า ต้องจับจังหวะให้ดี เช่น หากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯปรับตัวลงที่ระดับ 380 จุด ก็ควรเข้าลงทุน และหากดัชนีปรับขึ้นไปที่ 480 จุด ก็ให้ทยอยขาย ซึ่งคาดว่าจะได้กำไรจากส่วนต่างราคา ประมาณ 15 %

***กองทุนอสังหาฯ ทางเลือกที่น่าสนใจ

อีกโปรดักต์การลงทุนที่ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และที่ปรึกษาการลงทุน เห็นพ้องต้องกันว่า น่าสนใจลงทุนในยามที่การลงทุนในสินทรัพย์หลัก คือ หุ้น ตราสารหนี้และเงินฝาก ผลตอบแทนลดลง โดยเฉพาะหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงปรี๊ด

โดยโปรดักต์ที่ถูกโหวตให้เป็นพระเอกขี่ม้าขาว ในวิกฤติ ที่จะช่วยดึงผลตอบแทนของพอร์ตลงทุนให้สูงขึ้นได้ คือ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯประมาณ 20 กองทุน ทั้งกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโรงงานอุตสาหกรรม ,โรงแรม ,อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว และหอพัก เป็นต้น โดยให้ผลตอบแทนในรูปเงินปันผลประมาณ 7-12 % ต่อปี

ขณะที่จิรวัฒน์ สุภรไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล บล.ภัทรฯ เตือนว่า การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ นักลงทุนต้องยึดกฎเหล็กที่ว่า ต้องเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อหวังเงินปันผลเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันกองทุนอสังหาฯในประเทศไทย ยังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องต่ำ ดังนั้นจึงแนะนำให้ลงทุนในกองทุนที่มีขนาดกองทุน 4,000-5,000 ล้านบาท ขึ้นไป

โชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทยฯ เสริมว่า ปี 2552 กองทุนอสังหาฯบางกองอาจได้รับผลกระทบจากค่าเช่าที่ลดลง ดังนั้นควรเลือกลงทุนในกองทุนที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง ทำให้ไม่มีปัญหาในการขายออก เมื่อนักลงทุนมีความจำเป็นต้องใช้เงิน อย่างไรก็ตามการลงทุนในกองทุนอสังหาฯ เหมาะแก่การลงทุนระยะยาว 2 ปีขึ้นไป

****โจทย์แบงก์ ''ปีฉลู''ดึงลูกค้าใช้หลายโปรดักต์

สำรวจความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์การออมและการลงทุน แนะนำให้ยึดคัมภีร์ ''ระมัดระวัง'' และ ''ไม่หวือหวา'' เป็นแนวทางการออมและการลงทุนสำหรับปีนี้

อดิศร เสริมชัยวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า โจทย์การออมของลูกค้าบุคคลต้องมีหลากหลายโปรดักต์ เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าทั้งเงินฝาก ประกัน และกองทุนรวม ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่ลูกค้าต้องปรับฐาน ระมัดระวังและวางแผนตัวเอง ไม่ใช่การลงทุนหรือการแสวงหาผลตอบแทน ในแง่ของธนาคาร ต้องให้ความมั่นใจกับลูกค้า เน้นนวัตกรรมหรือโปรดักต์ใหม่ไม่ได้

ข้อเสนอแนะของ ''อดิศร'' ในการวางแผนออมเงิน พร้อมกับประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของแบงก์ไทยพาณิชย์ คือ ให้กันเงินส่วนหนึ่งไว้ในกองทุนรวมหรือตราสารที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวต่อการโยกย้าย เช่น กองทุนรวมตลาดเงินไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ ตราสารหนี้ เอสเอฟเอฟ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 2% ต่อปี ปลอดภาษี ไถ่ถอนได้ทุกวัน

นอกจากนี้ ''ประกันชีวิต'' เป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ ถือเป็นการออมเงินระยะยาว ที่ให้ทั้งประโยชน์ ผลตอบแทน และความคุ้มครอง โดยในปี 2552 ธนาคารไทยพาณิชย์จะจัดโปรดักต์ที่เพิ่มเมนูความคุ้มค่าและตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย ซึ่งนอกจากกรมธรรม์หลักแล้ว จะเพิ่มความคุ้มครองสุขภาพขึ้นไปเพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อเป็นกลุ่ม เช่น ซื้อประกันชีวิต โดยเสนอให้ทำประกันรถยนต์ในราคาพิเศษหรือแถมประกันโรคร้ายแรงโดยไม่ต้องหาซื้อที่อื่น

***แนะสำรองเงินสดเพิ่ม 12 เท่าของเงินเดือน

เนื่องจากปี 2552 เป็นปีที่เศรษฐกิจชะลอ มนุษย์เงินเดือนเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจึงย้ำเป็นพิเศษว่า ต้องให้ความสำคัญกับการสำรองเงินสดมากขึ้น

วีระชัย อมรรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์เงินฝากและค่าธรรมเนียมธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวแนะนำว่า ปีนี้ไม่ควรลงทุนหวือหวา โดยต้องมีเงินสดสำรองเพื่อรักษาสภาพคล่องอย่างน้อย 6-9 เดือนเผื่อกรณีต้องเปลี่ยนงานหรือเตรียมเงินสำรองเพื่อการใช้จ่ายที่มีการควบคุมหรือลดการใช้จ่ายควบคู่ไปด้วย โดยอาจแบ่งสัดส่วนการลงทุนในเงินฝากประมาณ 40-50%

ที่เหลือควรมองการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาลประมาณ 25-30% เพราะปีนี้คาดว่าแนวโน้มดอกเบี้ยคงไม่เคลื่อนไหวแรงมาก ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นนั้น ควรหลีกเลี่ยงหรือลดการลงทุนให้เหลือสัดส่วนน้อยที่สุด เช่น 5% หรือไม่เกิน 10% เพราะตลาดหุ้นยังมีความผันผวน กรณีของผู้มีเงินออมที่มีเม็ดเงินไม่มีภาระต้องนำออกใช้ในระยะ 2-3 ปี อาจเลือกลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผล

ขณะที่ทางเลือกลงทุนใน ''ทองคำ'' หรือ อสังหาริมทรัพย์ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนโดยเฉพาะราคาทองคำ ซึ่งหากจะลงทุนต้องมีความระมัดระวัง

เช่นเดียวกับโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. ทหารไทยฯ แนะว่า ควรเพิ่มการถือครองเงินสดมากขึ้นกว่าในภาวะปกติ โดยเฉพาะระดับพนักงานทั่วไป ที่ปี 2552 ควรถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 12 เท่า ของเงินเดือน หรือเท่ากับ 1 ปี 6 เดือน และหากสามารถถือเงินสดเพิ่มเป็น 2 ปีได้ยิ่งดี หลังจากนั้นถ้ามีเงินออมเหลือแล้วจึงไปลงทุนในช่องทางอื่น ๆ

โดยแนะนำให้ลงทุนในตราสารหนี้ แม้ว่าทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาลง และหากลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนก็ควรลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น เช่น 2-3 ปี แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว และต้องการสภาพคล่องสูง มีความจำเป็นต้องใช้เงินเมื่อฉุกเฉิน ก็ควรลงทุนในตราสารหนี้ อายุ 3-6 เดือน

****ลงทุน ''ทองคำแท่ง'' ระวังผันผวน

ทองคำแท่ง ปีนี้แม้แนวโน้มยังมีความผันผวน เพราะสถานการณ์ความไม่แน่นอนในต่างประเทศ และกองทุนเก็งกำไรที่ปั่นราคา แต่หากเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เห็นอัตราผลตอบแทนในระดับ 2 หลักมาโดยตลอด

เห็นได้จากปี 2551 หากเทียบระดับราคาของทองคำแท่งที่ราคาต่ำสุดขายออกบาทละ 12,200 บาท กับราคาสูงสุดที่บาทละ 15,450 บาท ผลตอบแทนจากการลงทุนสูงถึง 26.64 % ซึ่งแม้ว่า กูรู ''จิตติ ตั้งสิทธิภักดี'' ผู้จัดการห้างทองจินฮั้วเฮง ในฐานะนายกสมาคมค้าทองคำ จะชี้ว่าราคาทองคำในปี 2551 ที่ขยับขึ้นไปเกินบาทละ 15,000 บาท เป็นราคาสูงสุดแล้ว แต่ในไตรมาสแรกของปีนี้ ยังมีโอกาสเห็นราคาทองคำแท่งที่บาทละสูงกว่า 14,500 บาท หรือมีโอกาสเห็นราคาทองคำในตลาดโลกสูงถึง 900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ได้ จากปีก่อน (ปี 2551) ที่ราคาทองคำในตลาดโลกสูงสุดทะลุ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์

(ส่วนนี้สามารถตัดข้อมูลไปที่หน้า 14 ตั้งตารางรอไว้แล้ว)

****เจียด10%ซื้อประกันชีวิต

''ซื้อประกันชีวิต'' เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการออมและการลงทุนในปี 2552 ในช่วงที่ดอกเบี้ยเงินฝากแบงก์เข้าสู่ช่วง ''สาละวันเตี้ยลง '' จะหันไปลงทุนในตลาดหุ้น ก็กลัวเป็น ''แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ'' มิหนำซ้ำเศรษฐกิจแบบนี้ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย อะไรอดได้เป็นต้องอด

โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นวัยทำงาน ต้องการเก็บเงินสร้างอนาคต จากเงินเดือนประจำเริ่มต้นที่รับมาอยู่ที่ 15,000-25,000 บาทต่อเดือน ซื้อประกันชีวิตแบบไหนถึงจะคุ้มค่า

ทั้งไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายมากเกินไป และสามารถสร้างหลักประกันให้แก่ครอบครัวได้

''สาระ ล่ำซำ ''กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด และในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย ได้แนะนำแนวทางการบริหารเงินด้วยประกันชีวิตอย่าง คนมีหัวคิดทันสมัยและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปี 2552 ว่า คนที่จะซื้อประกันชีวิตต้องรู้ก่อนตนเองมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้างและคิดเป็นภาระค่าใช้จ่ายเท่าไหร่เทียบกับรายได้ แล้วจึงเลือก

แบบประกันชีวิตที่สามารถถอนกลับมาช่วยทดแทนภาระค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด

ยกตัวอย่าง คนชั้นกลาง อายุ 20-35 ปี เริ่มมีรายได้ต่อเดือนไม่มากตั้งแต่ 15,000-25,000 บาท สามารถจัดพอร์ตบริหารเงินด้วยประกันชีวิตอย่างง่ายๆ ถ้ายังไม่เคยมีกรมธรรม์ประกันชีวิต ควรเริ่มต้นซื้อแบบประกันชีวิตมีความคุ้มครองสูงเป็นระยะเวลายาว เบี้ยประกันต่ำ และมีระยะเวลาจ่ายเบี้ยไม่ยาว ในช่วงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เช่น แบบประกันชีวิตตลอดชีพ (WHOLE LIFE INSURANCE) หากอยู่ครบอายุสัญญามีเงินคืน

ส่วนกลุ่มที่ต้องการเก็บออมในระยะสั้น เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หรือในอนาคตมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการปรับเงินเดือนหรือโบนัส สามารถซื้อแบบประกันชีวิตที่จ่ายเบี้ยสูงขึ้น เน้นผลตอบแทนการออมเงินค่อนข้างสูงโดยเฉลี่ย 5-6% ตลอดสัญญาไม่เน้นความคุ้มครองชีวิตสูงมาก เช่น แบบประกันสะสมทรัพย์ (ENDOWMENT) ที่ให้ผลตอบแทนเงินคุ้มค่าสูงกว่าเงินฝากแบงก์

โดยเฉพาะในปีหน้าซึ่งผลตอบแทนจากผลิตภัณฑ์เงินฝากปรับตัวลดลงและไม่คงที่ โดยอาจจะเริ่มจากแบบประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้น 5 ปี แต่ให้ความคุ้มครองสูงถึง 10 ปี และ 15 ปี มีเงินคืนในปีที่สัญญาที่ 2 นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงถึง 100,000 บาท

ยังมีการออมเงินอีกรูปแบบหนึ่ง สำหรับผู้เอาประกันที่มีความรู้ด้านการลงทุนหรือคนรุ่นใหม่ที่สนใจการลงทุน ต้องการผลตอบแทนหวือหวา ไม่เน้นความคุ้มครองสูง ก็สามารถรอซื้อประกันชีวิตแบบใหม่ คือ ยูนิตลิงค์ ที่จะมาแรงในปีนี้ เพราะตลาดหุ้นอยู่ในช่วงต่ำที่สุด ถือเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนในอีก 2 ปีข้างหน้า

แต่ถ้าหากต้องสร้างหลักประกันในชีวิตในช่วงของวัยทำงานและต้องการความมั่นคงในยามเกษียณอายุ อีก 20-30 ปีข้างหน้า ต้องเป็น แบบประกันเพื่อการเกษียณ สามารถเริ่มออมเงินได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ดีกว่าเริ่มเมื่ออายุมาก

เบี้ยประกันชีวิตจริงๆ แล้วไม่แพงอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับความคุ้มค่า ช่วงแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของผู้เอาประกันได้ในปีหน้าที่เศรษฐกิจไม่ดี สามารถซื้อได้ทุกช่องทางจำหน่าย แต่อย่าลืมว่า ให้เริ่มทยอยซื้อแบบประกันเหมาะสมตามกำลังทรัพย์ และตอบโจทย์ความต้องการแท้จริงเท่านั้น นายสาระกล่าว

ขณะที่ชวลิต ทองรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด และในฐานะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ให้คำแนะนำถึงการจัดสัดส่วนการออมเงินเพื่อประกันชีวิตว่า ประชาชนควรแบ่งสัดส่วนเงินออมเพื่อความคุ้มครองจากประกันชีวิต คิดเป็น 10% ของรายได้หรือประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อเดือน และอีก 10% ของรายได้ ประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อเดือน นั้นเพื่อสะสมทรัพย์ ในรูปแบบประกันชีวิต เงินฝาก กองทุนรวมและหุ้น

Advertisement Replay Ad
นศ.แพทย์ปมวางยาฆ่าสุนัขขอเลื่อนพบ ตร.สุทธิสารอ้างป่วย

นศ.แพทย์ปมวางยาฆ่าสุนัขขอเลื่อนพบ ตร.สุทธิสารอ้างป่วย

น้ำป่าไหลหลากแม่ฮ่องสอน ชาวเขาถูกน้ำซัดหาย 2 คน

น้ำป่าไหลหลากแม่ฮ่องสอน ชาวเขาถูกน้ำซัดหาย 2 คน

ตร.ทางหลวงโบกเรียกหนุ่มปี 1 เจอเดลิเวอรี่ยาบ้า 38,000 เม็ด

ตร.ทางหลวงโบกเรียกหนุ่มปี 1 เจอเดลิเวอรี่ยาบ้า 38,000 เม็ด

ฟลุค เกริกพล มีเหตุผลชัดเจน ให้เงินค่าขนมลูกเดือนละ 2 หมื่น

ฟลุค เกริกพล มีเหตุผลชัดเจน ให้เงินค่าขนมลูกเดือนละ 2 หมื่น

สาวแพร่กินยาผิวขาว-เสริมอึ๋ม ช็อกตายก่อนจะถึงวันเกิด

สาวแพร่กินยาผิวขาว-เสริมอึ๋ม ช็อกตายก่อนจะถึงวันเกิด

กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ยังเสี่ยงน้ำท่วม ร่องฝนพาดผ่าน กทม.

กรมอุตุฯ เตือนภาคใต้ยังเสี่ยงน้ำท่วม ร่องฝนพาดผ่าน กทม.

"ปู ไปรยา" ราศีจับ รับเชิญอีกครั้ง เดินแบบให้แบรนด์ระดับโลก

"ปู ไปรยา" ราศีจับ รับเชิญอีกครั้ง เดินแบบให้แบรนด์ระดับโลก

สตูลยังอ่วม! น้ำท่วมเกือบ 1 เมตร เดือดร้อนกว่าครึ่งแสนคน

สตูลยังอ่วม! น้ำท่วมเกือบ 1 เมตร เดือดร้อนกว่าครึ่งแสนคน

รวบหนุ่มโปรดิวเซอร์เพลงออสเตรเลีย หิ้วไอโฟน 8 เลี่ยงภาษีเกือบล้าน

รวบหนุ่มโปรดิวเซอร์เพลงออสเตรเลีย หิ้วไอโฟน 8 เลี่ยงภาษีเกือบล้าน

ฝนตกเรือเที่ยวอัมพวาชนกัน คนเรือร่วงน้ำดับ ลูกเมียร่ำไห้

ฝนตกเรือเที่ยวอัมพวาชนกัน คนเรือร่วงน้ำดับ ลูกเมียร่ำไห้

เสี่ยขับปิกอัพฝ่าฝายน้ำเชี่ยว ถูกซัดรถปลิว ปีนหนีแทบไม่ทัน

เสี่ยขับปิกอัพฝ่าฝายน้ำเชี่ยว ถูกซัดรถปลิว ปีนหนีแทบไม่ทัน

เปอร์โตริโกพังเสียหาย หลังพายุถล่ม หมู่บ้านในเอ็มวีดังโดนซัด

เปอร์โตริโกพังเสียหาย หลังพายุถล่ม หมู่บ้านในเอ็มวีดังโดนซัด

ร้องสื่อช่วยจับโจร หลังทำทองหล่น คนเก็บได้แต่ทำเงียบ

ร้องสื่อช่วยจับโจร หลังทำทองหล่น คนเก็บได้แต่ทำเงียบ

อุทาหรณ์! เด็ก 3 ขวบติดเครื่องซักผ้า ตอนเล่นซ่อนแอบกับเพื่อน

อุทาหรณ์! เด็ก 3 ขวบติดเครื่องซักผ้า ตอนเล่นซ่อนแอบกับเพื่อน

ยังจำได้ไหม? โมเม้นท์ซึ้งๆ เจ้าบ่าวหลั่งน้ำตากลางงานวิวาห์

ยังจำได้ไหม? โมเม้นท์ซึ้งๆ เจ้าบ่าวหลั่งน้ำตากลางงานวิวาห์

คุณปู่น้องปีใหม่ เชียร์ลูกชาย สงกรานต์ เดินหน้าง้อ แอฟ ให้สำเร็จ

คุณปู่น้องปีใหม่ เชียร์ลูกชาย สงกรานต์ เดินหน้าง้อ แอฟ ให้สำเร็จ

เป้ย ปานวาด นำทีมจัดปาร์ตี้วันเกิด ธีม Back to School

เป้ย ปานวาด นำทีมจัดปาร์ตี้วันเกิด ธีม Back to School

คนร้ายใช้มีดคัตเตอร์แทงตาวัยรุ่น แถมบอก “ขับรถกลับบ้านดีๆ”

คนร้ายใช้มีดคัตเตอร์แทงตาวัยรุ่น แถมบอก “ขับรถกลับบ้านดีๆ”

รปภ.ชกหนุ่มเมา อ้างเป็นโปรดิวเซอร์ช่องดัง เหตุถูกหยามจนเหลือทน

รปภ.ชกหนุ่มเมา อ้างเป็นโปรดิวเซอร์ช่องดัง เหตุถูกหยามจนเหลือทน

เต้ย จรินทร์พร ถึงกับอึ้ง! เจอ น้องอลิน บอก "ไม่สวยอยู่บ้าน"

เต้ย จรินทร์พร ถึงกับอึ้ง! เจอ น้องอลิน บอก "ไม่สวยอยู่บ้าน"

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์