"สมีคำ" โผล่บิณฑบาตที่สปป.ลาว อาศัยบนเทือกเขา ญาติโยมจากไทยเหมารถไปกราบไหว้

"สมีคำ" โผล่บิณฑบาตที่สปป.ลาว อาศัยบนเทือกเขา ญาติโยมจากไทยเหมารถไปกราบไหว้

"สมีคำ" โผล่บิณฑบาตที่สปป.ลาว อาศัยบนเทือกเขา ญาติโยมจากไทยเหมารถไปกราบไหว้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายสุกิจ พูลศรีเกษม ผู้ประสานงานการเข้ามอบตัวของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมส่งข้อมูลผลตรวจดีเอ็นเอของอดีตพระวิรพล ให้กับอัยการคดีพิเศษและศาลพิจารณาคดี เพื่อจะได้ดําเนินการในขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนว่ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำผิดของพระเณรคำนั้นถูกกล่าวหาว่าข่มขืนกระทำชำเราเด็กไม่เกิน 15 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งเป็นข้ออ้างที่กรมสอบสวนคดีพิเศษใช้เป็นหลักแห่งข้อกล่าวหากับพระเณรคำนั้น จะต้องสอบประจักษ์พยานรู้เห็นเพราะเวลาผ่านพ้นมา 10 ปีแล้ว

นายสุกิจกล่าวต่อว่า คดีข่มขืนนั้นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าถูกข่มขืนในขณะนั้นจริง และร่องรอยในการข่มขืนต้องปรากฏอยู่ด้วย ขณะกระทำความผิด เมื่อไม่มีวัตถุพยานมายืนยัน เชื่อว่าอัยการสั่งไม่ฟ้องแน่นอน สรุปในความผิดดังกล่าวดีเอสไอไม่สามารถเอาผิดกับพระเณรคำได้ แม้ศาลอาญาจะออกหมายจับ

"ส่วนผลของดีเอ็นเอนั้นจะเชื่อได้อย่างไรว่าเป็นน้ำลายพระเณรคำ ถ้าหากวันไหนพระเณรคำมอบตัวแล้วเอาน้ำลายไปให้ตรวจผลออกมาไม่ใช่ใครจะรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามข่าวที่ออกมานั้นถูกสังคมพิพากษาไปแล้วทั้งที่เป็นการกระทำฝ่ายเดียว "นายสุกิจกล่าว

รายงานข่าวเปิดเผยว่า สําหรับชีวิตความเป็นอยู่ของอดีตพระเณรคํานั้นขณะนี้ยังคงหลบอาศัยอยู่ในสปป.ลาว บนเทือกเขาแห่งหนึ่ง โดยทุกเช้าอดีตพระเณรคําจะออกจากที่พักมาบิณฑบาตและพบปะพูดคุยกับญาติโยม แม้กระทั่งฝนตกก็ยังออกมาพบ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์จะมีญาติโยมจากประเทศไทยเช่าเหมารถบัสกว่า 10 คัน เดินทางข้ามไปกราบไหว้จำนวนมาก และมีคนขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้ด้วย

(ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook