พลิกแฟ้มคดีดัง : จาก เคเดอร์ ถึง ซานติก้าผับ

พลิกแฟ้มคดีดัง : จาก เคเดอร์ ถึง ซานติก้าผับ

พลิกแฟ้มคดีดัง : จาก เคเดอร์ ถึง ซานติก้าผับ

เปิดศักราชใหม่ปีวัวดุไม่กี่นาที ประเทศไทยต้องประสบกับเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ หลังเพลิงมรณะโหมกระหน่ำเผาผลาญ สถานบันเทิงชื่อดังย่านเอกมัย คร่าชีวิตนักเที่ยวไป 66 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 400 คน หลังจากกลุ่มนักเที่ยวเหล่านี้เข้าไปเที่ยวหาความสำราญในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ต่อเนื่องวันที่ 1 มกราคม 2552 ควบคู่ไปกับการดื่มฉลองสั่งลาการปิดกิจการของผับชื่อดังแห่งนี้ จากเหตุการณ์ในวันนั้นจนถึงวันนี้เวลาล่วงเลยผ่านมากว่าครึ่งเดือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยยังไม่ฟันธงระบุอย่างชัดเจนว่า เพลิงมรณะที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นมีต้นสายปลายเหตุมาจากอะไร พลันที่เกิดความสูญเสียครั้งดังกล่าว ปัญหาการเกิดเพลิงไหม้ในอาคารที่มีผู้คนจำนวนมากเข้าไปใช้บริการถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันในวงสนทนาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นการล้อมคอก หามาตรการป้องกันเหตุร้ายซ้ำอีก ทั้งที่ความจริงแล้วเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ๆ คร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมากไม่ใช่เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก ย้อนหลังไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 ลูกไฟขนาดมหึมาได้โหมกระหน่ำเผาผลาญอาคารขนาดใหญ่สูงเท่าตึก 5 ชั้น 4 อาคาร ปลูกติดกันบนเนื้อที่ 25 ไร่ ภายในอาณาบริเวณของ บริษัท เคเดอร์ อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ จำกัด เลขที่ 23/14-15 หมู่ 6 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม อาคารทั้ง 4 หลังถูกใช้เป็นโรงงานผลิตตุ๊กตาผ้า ขณะเกิดเหตุมีคนงานกว่า 1,400 ชีวิตกำลังเร่งมือผลิตตุ๊กตาให้เสร็จทันตามออเดอร์ที่เจ้าของโรงงานกำหนดไว้ ทำให้คนเหล่านี้ต่างหนีตายเอาตัวรอดกันอย่างโกลาหล ต้นเพลิงเกิดจากชั้นล่างอาคารหลังแรก ซึ่งเก็บวัสดุไวไฟไว้หลายชนิดทั้งเศษผ้าที่ใช้ทำตุ๊กตา น้ำมัน และทินเนอร์ ก่อนจะลุกลามไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยกินเวลาเพียงแค่ 14 นาทีก็เผาผลาญอาคารทั้ง 4 หลังจนพังถล่มลงมา คนงานกว่าพันชีวิตหนีรอดกองไฟมาได้อย่างทุลักทุเล แต่เนื่องจากตัวอาคารก่อสร้างโดยใช้โครงเหล็กไม่ทนไฟ ภายในไม่มีระบบเตือนและป้องกันเพลิงไหม้ ไม่มีบันไดหนีไฟ ประตูทางเข้าออกมีไม่มาก และความกว้างไม่ได้มาตรฐานกับจำนวนพนักงาน ทำให้คนจำนวนมากต้องเบียดเสียดแย่งกันออกจากตัวอาคาร ในจำนวนนั้นมีผู้ถูกไฟคลอกตายคากองเพลิงไป 188 ศพ บาดเจ็บ 485 คน ในจำนวนนี้มีถึง 60 คนต้องกลายเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต หลังเกิดเหตุมีการสอบสวนระบุถึงสาเหตุเพลิงไหม้ว่า เกิดจากความประมาทของคนงานที่สูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงไปติดเศษผ้าวัสดุทำตุ๊กตาก่อนลุกลามติดตัวอาคาร ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีคนตายจำนวนมาก เนื่องจากภายในอาคารไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัย อีกทั้งก่อสร้างผิดแบบ ตลอดจนเจ้าของไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อาคาร ผลของเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้นทำให้กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 48 ปี 2540 บังคับให้อาคารโครงสร้างเหล็กต้องมีการพ่นหุ้มด้วยวัสดุทนไฟ เพื่อไม่ให้อาคารยุบตัวพังทลายลงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ขณะที่ กระทรวงแรงงานกำหนดให้ วันที่ 8-10 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความปลอดภัยเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปในทางปฏิบัติหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้บังคับใช้ข้อกฎหมายอย่างจริงจัง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง โดยเพลิงได้ลุกไหม้อาคารเพรสซิเด้นทาวเวอร์ ซึ่งเป็นอาคารสูง 37 ชั้น ย่านเพลินจิต กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ถึง 6 ลำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผจญเพลิงอีกจำนวนมาก เข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในอาคาร แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตไป 3 ศพ บาดเจ็บอีก 101 คน สาเหตุเกิดจากความประมาทของช่างที่เข้าไปตกแต่งภายในอาคาร คราบน้ำตาแห่งความสูญเสียจากเหตุเพลิงไหม้อาคารเพรสซิเด้นทาวเวอร์ยังไม่ทันเลือนหาย ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ขึ้นที่ รร.รอยัลจอมเทียน พัทยา เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 กรกฎาคม ปีเดียวกัน โดยเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้คร่าชีวิตทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปทั้งสิ้นถึง 91 ศพ บาดเจ็บอีก 53 คน แม้โรงแรมแห่งนี้จะมีการก่อสร้างตามระเบียบกฎหมายควบคุมอาคารทุกอย่าง อีกทั้งขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน พนักงานโรงแรมและผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามช่วยกันดับเพลิง แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากอุปกรณ์ดับเพลิงไม่ได้ติดตั้งไว้ในจุดที่เกิดเหตุ คือบริเวณห้องอาหารของโรงแรม รวมทั้งพนักงานขาดทักษะในการระงับเหตุและการควบคุมเพลิง ประกอบกับบันไดหนีไฟของโรงแรมก่อสร้างในลักษณะบันไดวน อีกทั้งล็อกกุญแจประตูหนีไฟและใช้เป็นที่เก็บของจำพวกโต๊ะเก้าอี้ ทำให้ผู้ประสบเหตุไม่สามารถหนีรอดออกจากตัวโรงแรมได้ทันท่วงที มีผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณทางออกจำนวนมากเป็นที่อเนจอนาถแก่ผู้พบเห็น หลายศพนอนกอดกันกลมถูกไฟคลอกจนยากจะจดจำได้ว่าใครเป็นใคร หลังเกิดเพลิงไหม้ รร.รอยัลจอมเทียน พัทยา กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารก็ได้รับการสังคายนาอีกครั้ง โดยในครั้งนี้มีการกำหนดให้อาคารสูงทุกแห่งต้องมีการตรวจสอบอาคาร อุปกรณ์แจ้งเตือนและระบบป้องกันอัคคีภัยอยู่เป็นประจำ รวมทั้งผู้ประกอบการเจ้าของอาคารขนาดใหญ่จะต้องมีการจัดฝึกอบรมการผจญเหตุเพลิงไหม้ให้แก่พนักงานและผู้ใช้อาคารอยู่เป็นประจำด้วย อีกทั้งยังมีการตั้ง "คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณามาตรการป้องกันอัคคีภัยในอาคารสูง" ขึ้นมาพิจารณาหามาตรการเร่งด่วนในการแก้ปัญหาอุบัติภัยที่อาจเกิดแก่อาคารสูง และได้พิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (2540) เน้นให้มีบันไดหนีไฟและการปิดล้อมบันไดโดยมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง โดยให้มีผลบังคับใช้กับอาคารเก่าด้วย รวมทั้งการกำหนดให้มีการประกันภัยให้แก่ผู้ใช้อาคาร และบังคับให้มีการตรวจสอบอาคารและการต่ออายุการใช้อาคารอย่างเข้มงวดด้วย นอกจากนี้ในปี 2548 ยังได้ออก พ.ร.บ.ควบคุมและตรวจสอบอาคาร พ.ศ.2548 กำหนดให้สิ่งปลูกสร้าง 9 ประเภท ต้องได้รับการตรวจสอบอยู่เป็นประจำคือ 1.อาคารสูงเกินกว่า 23 เมตรขึ้นไป 2.อาคารขนาดใหญ่พิเศษเกิน 1 หมื่นตารางเมตร 3.อาคารที่เป็นชุมนุมคนที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือชุมนุมคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป 4.โรงมหรสพ 5.โรงแรม 6.สถานบริการ 7.อาคารชุด ที่พักอาศัย 8.โรงงาน และ 9.ป้ายโฆษณา แต่กฎหมายฉบับนี้ก็ยังขาดการบังคับใช้ที่เด็ดขาด กระทั่งปัจจุบันมีอาคารกว่าแสนแห่งทั่วประเทศที่เข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง จนกระทั่งล่าสุดเกิดเหตุสยองขวัญขึ้นที่ "ซานติก้าผับ" ร.ท.วโรดม สุจริตกุล ที่ปรึกษาสมาคมตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร กล่าวว่า ข้อเสียของบ้านเราคือพอเกิดเหตุทีก็หาทางแก้ทีและแก้ปัญหาเฉพาะจุด ไม่ได้แก้ในภาพรวม เช่น โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ผลสอบสวนออกมาว่า ที่คนตายเยอะเพราะโครงสร้างอาคารเป็นเหล็กไม่ทนไฟ จึงกำหนดให้การก่อสร้างอาคารต้องมีโครงสร้างที่ทนความร้อนได้สูง โดยไม่ได้พิจารณาในประเด็นปัญหาอื่นๆ ต่อมาเมื่อเกิดเพลิงไหม้ รร.รอยัลจอมเทียนพัทยา ผลการสอบสวนออกมาว่าเกิดจากระบบป้องกันอัคคีภัยและอุปกรณ์ดับเพลิงติดตั้งไม่ครอบคลุม ก็มีการออกกฎหมายบังคับให้มีการตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย จัดฝึกอบรมการดับเพลิงให้ผู้ใช้อาคาร เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับก็เช่นกัน หากมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เหตุร้ายคงไม่เกิดขึ้น อยากให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้แก้ปัญหาแบบบูรณาการ โดยให้คณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหา ที่สำคัญต้องเร่งตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในข่ายต้องตรวจสอบโดยเร่งด่วนก่อนจะเกิดเหตุร้ายซ้ำ "ปัจจุบันมีอาคารเก่ากว่า 1 แสนแห่งทั่วประเทศ ที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขเรื่องความปลอดภัย เจ้าของไม่มีเงินทุนปรับปรุง เวลานี้รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจก็น่าจะจัดตั้งกองทุนดอกเบี้ยต่ำให้เจ้าของอาคารเหล่านี้ได้กู้ยืมไปปรับปรุงเรื่องระบบความปลอดภัยด้วย"
Advertisement Replay Ad
วัยรุ่นอายุ 16 ปี ขี่ จยย. ถูกรถบรรทุกชน ก่อนเหยียบศีรษะซ้ำ ดับคาที่

วัยรุ่นอายุ 16 ปี ขี่ จยย. ถูกรถบรรทุกชน ก่อนเหยียบศีรษะซ้ำ ดับคาที่

บ้านหลังใหม่ครอบครัว "ตั๊ก บริบูรณ์" ยังไม่เสร็จดี แต่ดูแล้วสวยน่าอยู่

บ้านหลังใหม่ครอบครัว "ตั๊ก บริบูรณ์" ยังไม่เสร็จดี แต่ดูแล้วสวยน่าอยู่

โบ ชญาดา ใจสู้แม้เจ็บ รักษาเยื่อบุโพรงมดลูก หวังมีน้อง

โบ ชญาดา ใจสู้แม้เจ็บ รักษาเยื่อบุโพรงมดลูก หวังมีน้อง

บีบแตรไล่รถจอดดูอุบัติเหตุ เจอขับปาดหน้า-หยิบอีโต้ไล่ฟัน ต้องไหว้ขอชีวิต

บีบแตรไล่รถจอดดูอุบัติเหตุ เจอขับปาดหน้า-หยิบอีโต้ไล่ฟัน ต้องไหว้ขอชีวิต

ยายสงขลาผวา เจอลอตเตอรี่หล่น รีบแจ้งความหวั่นมีปัญหา

ยายสงขลาผวา เจอลอตเตอรี่หล่น รีบแจ้งความหวั่นมีปัญหา

นาทีที่ล้ำค่า แม่ตู่ ร้องเพลง พ่อเอ๋ ปลอมตัว เซอร์ไพรส์วันเกิดลูก

นาทีที่ล้ำค่า แม่ตู่ ร้องเพลง พ่อเอ๋ ปลอมตัว เซอร์ไพรส์วันเกิดลูก

พลอย หอวัง ไม่ขอพูดเยอะกับ พิชญ์ สถานะตอนนี้ยังซับซ้อน

พลอย หอวัง ไม่ขอพูดเยอะกับ พิชญ์ สถานะตอนนี้ยังซับซ้อน

ผอ.โรงเรียนดังขอโทษ กรณีเด็ก ม.2 โดนเพื่อนทำร้าย ข่มขู่ไถเงิน

ผอ.โรงเรียนดังขอโทษ กรณีเด็ก ม.2 โดนเพื่อนทำร้าย ข่มขู่ไถเงิน

แผงลอตเตอรี่หาดใหญ่คึก คนซื้อแห่เซลฟี่คู่กับแม่ค้า

แผงลอตเตอรี่หาดใหญ่คึก คนซื้อแห่เซลฟี่คู่กับแม่ค้า

ชายวัย 73 ปี เสียชีวิตข้างเล้าหมู เพื่อนบ้านเชื่อ วิญญาณผู้ตายมาเคาะประตู

ชายวัย 73 ปี เสียชีวิตข้างเล้าหมู เพื่อนบ้านเชื่อ วิญญาณผู้ตายมาเคาะประตู

ตร.คาดได้ผลดีเอ็นเอ ยายสุพรรณบุรีทำหวยหายใน 2 สัปดาห์

ตร.คาดได้ผลดีเอ็นเอ ยายสุพรรณบุรีทำหวยหายใน 2 สัปดาห์

คุมตัว ไกด์นนนี่ ขึ้นเหยียบพระปรางค์ วัดอรุณฯ ไหว้ขอขมา

คุมตัว ไกด์นนนี่ ขึ้นเหยียบพระปรางค์ วัดอรุณฯ ไหว้ขอขมา

คฤหาสน์โดดเดี่ยวบนเกาะร้าง ราคาสูงถึง 1.2 พันล้านบาท

คฤหาสน์โดดเดี่ยวบนเกาะร้าง ราคาสูงถึง 1.2 พันล้านบาท

ชายวูบขับรถชนกระบะคนงานก่อสร้างตาย 1 เจ็บนับสิบ

ชายวูบขับรถชนกระบะคนงานก่อสร้างตาย 1 เจ็บนับสิบ

แม่น้องเมย โพสต์หลังดูข่าวกองทัพแถลงสาเหตุลูกชายเสียชีวิต

แม่น้องเมย โพสต์หลังดูข่าวกองทัพแถลงสาเหตุลูกชายเสียชีวิต

เรียงรายสาวงาม บุ๋ม ปนัดดา นำทีมปาร์ตี้รวมตัวนางสาวไทย

เรียงรายสาวงาม บุ๋ม ปนัดดา นำทีมปาร์ตี้รวมตัวนางสาวไทย

แอฟ ย้ำไม่ได้ดราม่าอะไร โพสต์หลังดูหนัง Die Tomorrow

แอฟ ย้ำไม่ได้ดราม่าอะไร โพสต์หลังดูหนัง Die Tomorrow

ชายญี่ปุ่นติดคุก 22 เดือน จับแมวจรขังและฆ่าถ่ายคลิปโหด

ชายญี่ปุ่นติดคุก 22 เดือน จับแมวจรขังและฆ่าถ่ายคลิปโหด

ละเหี่ยใจ อุโมงค์ฟักแฟงสวนเกษตร 100 ไร่ โดนละเลงสลักชื่อ

ละเหี่ยใจ อุโมงค์ฟักแฟงสวนเกษตร 100 ไร่ โดนละเลงสลักชื่อ

ซูซี่ สุษิรา กลับมาให้ร้องว้าว หวนถ่ายเซ็กซี่ก่อนอายุขึ้นเลข 3

ซูซี่ สุษิรา กลับมาให้ร้องว้าว หวนถ่ายเซ็กซี่ก่อนอายุขึ้นเลข 3

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์