สภาวุ่น-พท.ลุย นับองค์ประชุม

สภาวุ่น-พท.ลุย นับองค์ประชุม

ม็อบแดง ไล่รมต. ประดิษฐ์

ประชุมสภานัดแรกวุ่น รัฐบาลปชป.เจอฝ่ายค้านลองดีเสนอนับองค์ประชุม 2 ครั้ง ทำให้นายกฯ-ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ร่วมประชุมกรรมาธิการ-คณะกรรมการต่างๆต้องกระหืดกระหอบมาเข้าห้องประชุมโกลาหล ด้านปู่ชัยโดนส.ส.เพื่อไทยลุกขึ้นสับเละฐานนัดประชุมแถลงนโยบายนอกสภา มาร์คแจงเหตุเลขาธิการนายกฯงอน อ้างแค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย และนิพนธ์ พร้อมพันธุ์กลับมาทำงานต่อภายในวันเดียวกันนี้ แต่จนถึงเย็นก็ไม่มีวี่แววแถมปิดมือถืออีกต่างหาก รมช.คลังประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์หนีม็อบเสื้อแดงออกหลังวัดดังในเชียงใหม่ หลังดอดทำพิธีสืบชะตา-สะเดาะเคราะห์แล้วเจอล้อมไล่ ด้านขวัญชัย ไพรพนาแยกทาง 3 เกลอ ไม่ขนม็อบอุดรมาร่วมชุมนุมสนามหลวงวันที่ 31 ม.ค. จักรภพ เพ็ญแขย้อนรอยพธม.ดาวกระจายยื่นหนังสือสถานทูต 9 ชาติอาเซียนแจงที่มารัฐบาลไม่ชอบธรรม-ตั้งคนร่วมยึดสนามบินเป็นรมว.ต่างประเทศ ด้านมท.1สั่งตั้งศูนย์ติดตามม็อบแดงจับตาพิเศษแม้วโฟนอินวันอาทิตย์นี้ อัยการเลื่อนสั่งคดี 9 แกนนำยึดทำเนียบเป็น 3 มี.ค. ขณะที่จงรัก จุฑานนท์เตรียมชงให้รวมคดียึด 2 สนามบินให้เป็นสำนวนเดียวกัน

ถ่ายทอดทีวีรมต.ตอบกระทู้สด

ที่รัฐสภา เวลา 10.30 น. วันที่ 21 ม.ค. นายชิน วรณ์ บุญยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่าวิปรัฐบาลได้หารือกับนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การประชุมในสมัยประชุมนี้มีประสิทธิภาพ มีผลงานด้านนิติบัญญัติชัดเจน พรรคร่วมรัฐบาลประ สงค์ให้ทุกพรรคเตรียมพร้อมชี้แจงข้อมูลต่างๆ มีความพร้อมเพรียงและทุกคนมีส่วนรับผิดชอบในการเข้าประชุม ขอให้ส.ส.ทำหน้าที่โดยตั้งกระทู้ถามทั่วไปทุกสัปดาห์ ส่วนกระทู้ถามสดถือเป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องตรวจสอบฝ่ายบริหาร ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้ความสำคัญและให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ทุกวันพฤหัสบดี และให้ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที จะมีผลทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมติดตามผลงานของฝ่ายนิติบัญญัติที่ทำหน้าที่ในสภา ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ของสภาชุดนี้

ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ในส่วนของกรรมาธิ การ เมื่อมีการยุบพรรคและเลือกตั้งซ่อม ซึ่งการเข้าสังกัดพรรคจะครบกำหนด 60 วันในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคทุกพรรคไปพิจารณาผู้ที่เหมาะสมมาเป็นกรรมา ธิการ โดยหลักการทั่วไปกรรมาธิการที่เป็นสัดส่วนของแต่ละพรรคถือว่าหมดสภาพไปด้วย ฉะนั้นส.ส.ที่ไปสังกัดพรรคใหม่จะต้องดำเนินการตามข้อบังคับ โดยประธานสภาจะกำหนดสัดส่วนของกรรมาธิการใหม่ตามจำนวนของส.ส. จากนั้นตนจะเชิญวิปฝ่ายค้านและตัวแทนของทุกพรรคมาพูดคุยกันอีกครั้ง

วอนอย่าเพิ่งอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐ บาลได้เตรียมรับมืออย่างไรบ้าง นายชินวรณ์กล่าวว่าในสมัยประชุมสามัญทั่วไปถือเป็นสิทธิที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่อยู่ที่ฝ่ายค้าน ต้องคำนึงถึงข้อมูลและความเหมาะสม ในฐานะเป็นประธานวิป รัฐบาลอยากเรียกร้องฝ่ายค้านควรให้เวลารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินสักระยะหนึ่ง ตนไม่อยากเห็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของประเพณีหรือหยิบยกมาพูดแบบยังไม่ถึงเวลาที่ควร ถ้าฝ่ายค้านมีข้อมูลก็เปิดอภิปรายได้ แต่หากยังไม่มีข้อมูลที่เหมาะสมและยังไม่เห็นข้อผิดพลาดของรัฐบาล ฝ่ายค้านก็ไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้ จะทำให้สถานการณ์การเมืองดีขึ้น และการทำหน้าที่ในสภาจะได้รับการยอมรับ ไม่ใช่นำการเมืองในสภามาเป็นเกมการเมือง

ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนของสภาในขณะนี้ คือการประชุมร่วมของรัฐสภาที่จะต้องให้ความเห็นชอบบันทึกข้อตกลงในกรอบความร่วมมืออาเซียน 43 ฉบับ ที่รัฐบาลจะต้องนำไปใช้ประชุมสุด ยอดผู้นำอาเซียน และการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 2552 ฉะนั้นในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ตนจะเชิญตัวแทนวิป 3 ฝ่ายประชุมหารือในเวลา 14.00 น.ที่รัฐสภา ส่วนการพิจารณางบประมาณนั้น วิปรัฐบาลจะประชุม ในวันที่ 23 ม.ค. เวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล

หมอเหวงจี้สภา-พิจารณาแก้รธน.

เวลา 10.45 น.ที่รัฐสภา คณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ(คปพร.)นำโดยน.พ.เหวง โตจิราการ และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา โดยนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา คนที่ 1 เป็นผู้รับหนังสือ เพื่อขอให้นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของคปพร.เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยด่วน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งเป็นการนำเนื้อหาสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กลับคืนมา นอกจากนี้ขอให้แก้ไขเพิ่มเติมให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ รวมถึงแก้ไขให้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางในรัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น อีกทั้งแก้ไขให้ผู้สมัครส.ส.ไม่ต้องจบปริญญาตรี โดยยังคงหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ไว้ตามเดิม

ด้านนายสามารถกล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาอย่างแน่นอน แต่คงไม่ทันสัปดาห์หน้า เพราะยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณาถัดจากการพิจารณากรอบข้อตกลงที่จะลงนามในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน อย่างไรก็ตาม ตนจะแจ้งให้ประธานรัฐสภารับทราบ เพื่อให้พิจารณาวาระดังกล่าว ทั้งนี้ ในวันที่มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ รัฐสภาจะถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ด้วย

สำหรับบรรยากาศหน้ารัฐสภานั้น มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 80 คน จากศูนย์กลางประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย(ศ.ป.ป.ท.) กลุ่มรักประชาธิปไตยสนามหลวง(กปส.) และเครือข่ายผู้รักประชาธิปไตย 4 ภาค โดยตั้งเวทีขนาดเล็กติดเครื่องขยายเสียงปราศรัย โจมตีรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีทหารอยู่เบื้องหลัง และในอดีตมีปัญหาเรื่องส.ป.ก. 4-01 ซึ่งเป็นการเอาที่ดินไปแจกให้คนรวย พร้อมเรียกร้องให้นายกฯยุบสภาด้วย

มาร์คลับลวงพรางร่วมประชุมสภา

เวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อมาประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่รถประจำตำแหน่งนายกฯวิ่งเข้ามาจอดที่บริเวณชั้น 2 ทางเชื่อมเข้าห้องประชุม ปรากฏว่าคนเดินลงจากรถกลับกลายเป็นนายศิริโชค โสภา ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สร้างความสงสัยให้กลุ่มผู้สื่อข่าวอย่างมาก ว่าเพราะเหตุใดนายกฯจึงไม่นั่งมาในรถประจำตำแหน่ง นายศิริโชคชี้แจงว่าเพื่อความปลอด ภัย เนื่องจากมีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่หน้ารัฐสภา

จากนั้น 5 นาทีต่อมา นายอภิสิทธิ์ได้เดินเท้าขึ้นมาตามทางเดินบริเวณด้านหลังพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ซึ่งเป็นทางขึ้นลงของรถยนต์ส่วนตัวของ ส.ส.และรัฐมนตรี โดยมีนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาด้วย นายสาธิตเผยว่า นายกฯนั่งรถตู้โฟล์คส่วนตัวของนายธนญ ตันติสุนทร อดีตส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปช่วยงานที่กระทรวงการคลัง เนื่องจากส.ส.ชลบุรีและระยอง ไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนายกฯที่ทำเนียบรัฐบาล จึงนั่งรถเข้ามารัฐสภาพร้อมกัน ยืนยันว่าการรับประทานอาหารครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการเคลียร์ใจกับกลุ่มส.ส.ชลบุรีที่พลาดเก้าอี้สำคัญหลายตำแหน่ง

พท.บี้ชัยแจงเรียกประชุมนอกสภา

ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไปนัดแรก เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯประกาศพ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไป พ.ศ.2552

จากนั้น นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขอหารือว่าที่ผ่านมาในประเทศไทยไม่เคยปรากฏเรื่องการย้ายที่ประชุมสภา และการแถลงนโยบายรัฐบาลนอกรัฐสภา ซึ่งตนติดใจเรื่องการแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบพระบรมราชโองการต่างๆ โดยเฉพาะพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกฯ เพราะเรื่องนี้ศักดิ์สิทธิ์ จึงต้องประกาศในรัฐสภาแห่งนี้ จึงจะเป็นไปตามประเพณี ยิ่งตอนนี้เกิดวิกฤตรัฐสภา จึงขอให้ประธานชี้แจงว่า ที่ประธานสั่งย้ายที่ประชุมในคราวแถลงนโยบายรัฐบาลมีเหตุผลอย่างไร

จากนั้น ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ส.ส.สมุทรปราการ นายประเสริฐ จัน ทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ทยอยลุกขึ้นอภิปรายโจมตีนายชัย เกี่ยวกับการสั่งย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภาว่าทำผิดข้อบังคับการประชุมสภา และยังตั้งข้อสังเกตว่า วันที่ 7 ต.ค.2551 ประธานเคยมีความเห็นว่า รัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่รัฐสภาเท่านั้น แต่คราวหลังกลับเปลี่ยนสถานที่จึงอยากทราบความชัดเจน ต่อไปการประชุมสภา ไปประชุมที่โรงแรมหรือในกองทัพบก อากาศ เรือได้หรือไม่ รวมถึงอภิปรายโจมตีส.ส. รัฐบาลที่รับรองการประชุมในคราวแถลงนโยบาย

สากเผยส.ส.อึดอัดขู่ปารองเท้าใส่

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรค เพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อประธานทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ขอถามประธานว่าจะลาออกจากตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ ขณะที่ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัด ส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนที่เลือกประธานให้มาทำหน้าที่คือพวกตน ไม่ใช่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ในการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 20 ม.ค. บรรดาส.ส.สมัยแรกต่างบอกรู้สึกเจ็บปวดกับการทำหน้าที่ของประธาน ถึงขนาดบอกว่าหากเป็นอย่างนี้ต่อไปอาจทนไม่ไหว จะทำให้เกิดเหตุการณ์ปารองเท้าใส่ แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธาน ส.ส.พรรค ได้ห้ามไว้บอกว่าที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่ไต้หวัน หรือเกาหลี สมาชิกยังต้องทำงานร่วมกันอีก 3 ปี

วันนี้ส.ส.สมัยแรกอาจอารมณ์ร้อนเข้าชื่อยื่นต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อถอดถอนประธานออกจากตำแหน่ง แต่ขอยืนยันผมจะไม่ร่วมเซ็นชื่อด้วย ขอให้ประธานสบายใจได้และทำหน้าที่ประธานต่อไป ผมเลือกท่านมาทำหน้าที่ จะไม่เขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า แต่ต่อไปนี้ขอให้ช่วยกันทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ อย่าบี้กันจนไม่มีที่ยืน หากถึงวันนั้นพวกผมอาจยุให้คนลุกขึ้นมาจับอาวุธต่อสู้ก็ได้ แต่วันนี้ต้องเข้าใจว่าส.ส.ใหม่ยังทำใจไม่ได้ วันนี้ประธานไม่สังเกตเห็นหรือว่าไม่มีใครมานั่งอยู่ข้างหน้าผม เพราะกลัวเกิดเหตุการณ์แบบที่อิรัก ร.ต.ท.เชาวรินกล่าว

เจอตีรวนนับองค์ประชุมกะทันหัน

จากนั้น นายชัย ชี้แจงว่า เรื่องที่อภิปรายมาเกี่ยวกับ การทำหน้าที่ตน ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัยเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเปิดให้สมาชิกหารือนาน 1 ชั่วโมงครึ่ง และประธานกำลังจะเข้าสู่ระเบียบ วาระการประชุม นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติให้นับองค์ประชุมด้วยการเสียบบัตร ทำให้นายชัย กดออดเรียกสมาชิกเข้าห้องประชุมอยู่หลายครั้ง ใช้เวลา 10 นาที ขณะเดียว กัน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน นายธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก ได้พยายามอภิปรายว่า ขณะนี้มีการประชุมคณะกรรมา ธิการหลายคณะ ขอให้รออีก 20 นาที การจะให้เลิกประชุมคณะกรรมาธิการกะทันหันต้องใช้เวลา แต่นายชัย กล่าวว่า ไม่รอแล้ว เรื่องนี้เป็นกงกรรมกงเกวียน ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยหัวเราะด้วยความชอบใจ ใน ที่สุดผลการแสดงตนด้วยการเสียบบัตร ปรากฏว่า มี ส.ส.ในห้องประชุม 235 คน จากส.ส.ทั้งหมด 455 คน ถือว่าเกินองค์ประชุมที่ 228 คน นายชัย จึงดำเนินการประชุมต่อไป

นายกฯ-ส.ส.วิ่งกระหืดกระหอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุมเตรียมการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่มีการประชุมสภา ปรากฏว่าเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ ได้ปิดประชุมทันที เนื่องจากมีเสียงออดเรียกประชุม สภาดังขึ้นเพราะส.ส.พรรคฝ่ายค้านเสนอให้นับองค์ประ ชุม ทำให้นายกฯและรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุมอยู่อีกห้อง กระหืดกระหอบเข้ามาแสดงตนที่ห้องประชุมสภา

หลังการนับองค์ประชุม นายชัย ได้นำเข้าสู่วาระรับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ 2551

นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีรัฐบาลไม่มีอำนาจบริหารประเทศเพราะเข้ามาโดยไม่ชอบธรรม และยังตั้งแกนนำพันธมิตรมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้บรรยากาศตึงเครียดมีการโต้คารมระหว่างส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน

หลังจากมีการโต้ตอบกันไปมา นายสุนัย จึงเสนอให้ประธานเลือกระหว่างเสนอให้นับองค์ประชุมหรือให้ตนออกจากห้องประชุม เพราะตนจะไม่ถอนคำพูดที่ระบุว่ารัฐบาลหิวโหยแน่ ซึ่งนายชัย ให้นับองค์ประชุม หลังจากนับองค์ประชุมไปครั้งแรกเมื่อ 30 นาทีก่อน และขอให้นายสุนัย ออกจากห้องประชุมด้วย ผลการนับองค์ประชุมรอบสองมีผู้แสดงตน 233 คน เกินกึ่งหนึ่งเพียงแค่ 5 เสียงเท่านั้น

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย จึงเสนอให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อเพราะเกรงว่าจะมีการลักไก่ เนื่องจากคะแนนเกินมาไม่กี่เสียง และอยากเห็นบทลงโทษของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยประกาศว่าใครขาดประชุมจะมีการลงโทษ ทำให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงจากที่นั่งรัฐมนตรีมาใช้สิทธิแสดงความเห็นในฐานะส.ส.

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงขอให้นายสุนัย ออกนอกห้องประชุมตามที่พูดไว้ นายสุนัย โต้กลับว่า ตนจะออกต่อเมื่อมีการนับองค์ประชุมเสร็จเรียบร้อย และไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับผู้ที่ไม่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย จากนั้นนายชัย ตัดบทและดำเนินการประชุมต่อไป

เหลิมเย้ยมาร์คไม่เข้าใจกฎหมาย

เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านว่า ต้องรอระยะหนึ่ง ส่วนที่วิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีผู้นำฝ่ายค้านทำให้ไม่สามารถยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้นั้น ไม่เป็นความจริง การยื่นไม่ไว้วาง ใจต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ถ้ามีเสียงส.ส. 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถยื่นอภิปรายโดยไม่ต้องระบุชื่อผู้นำฝ่ายค้านได้ จึงอยากให้สื่อสนใจกระบวนการทางกฎหมายมากกว่า ส่วนกระบวนการภายในพรรคเพื่อไทยถือเป็นเรื่องภายใน แต่ยืนยันว่าพรรคจะไม่ทำให้ประชาชนเสียโอกาสแน่นอน และขอฝากถึงรัฐบาลว่าขณะนี้พรรคยังไม่มีความคิดยื่นญัตติไม่ไว้วางใจและยังไม่กำหนดวันเวลาว่าจะยื่นเมื่อไหร่ แต่ถ้ามีข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนก็ยื่นอภิปรายทันที โดยจะไม่ทำเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ตอนเป็นฝ่ายค้านยื่นอภิปรายอย่างสะเปะสะปะ โหลยโท่ย ไร้สาระ

ถ้ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิดจะอยู่ยาวแค่ไหนก็อยู่ไปเพราะรัฐธรรมนูญให้อยู่ครบ 4 ปี พรรคเพื่อไทยไม่อิจฉา ไม่รังเกียจ และชื่นชมคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) ที่กล้าลอกข้อสอบของพ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร) และยังเอาพันธมิตรมาเป็นพวกได้เก่ง เล่นการเมืองง่ายอย่างนี้ถือว่าเยี่ยม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เมื่อถามถึงนายกฯเรียกทีมสอบสวนคดีที่อยู่ในความสนใจ เช่น คดีของทนายสมชาย นีละไพจิตร และคดีชิปปิ้งหมู เพื่อเตรียมรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้ง ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่รู้เรื่อง ทั้งที่จบปริญญาตรีด้านกฎหมาย เพราะคดีมีอายุความอยู่ในตัวไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้น ดังนั้น การที่ออกมาพูดเช่นนี้แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่เข้าใจเรื่องกระบวนการยุติธรรม

จับตาวาระแก้รธน.ของหมอเหวง

ที่รัฐสภา นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรม การประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า วิปฝ่ายค้านได้เชิญหน่วยราชการ มาชี้แจงเรื่องงบประมาณเพื่อดูว่าเป็นอย่างไร มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับการนำงบประมาณไปใช้หรือไม่ ส่วนการสรรหาคนที่จะมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ขอเวลาอีกนิด ใจเย็นๆ ขอให้ติดตามตอนต่อไป ยืนยันว่ามีผู้นำฝ่ายค้านแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยกำลังจะปรับโครงสร้าง แต่ตอนนี้พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่ ทั้งนี้ วันที่ 22 ม.ค.ฝ่ายค้านจะตั้งกระทู้ถามสดรัฐบาล แต่ไม่บอกว่าเรื่องอะไร ขอให้จับตาดู ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมสามัญทั่วไปจะยื่นแน่นอน แต่ไม่ใช่ช่วงนี้ ต้องรอให้รัฐบาลทำงานก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือเชิญส.ส.และส.ว. เข้าประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันที่ 26-27 ม.ค. ทั้งนี้ระเบียบวาระการประชุม เรื่องด่วนที่ 1 คือร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 71,543 คน เป็นผู้เสนอ เรื่องด่วนที่ 2-20 เป็นการพิจารณากรอบความร่วมมืออาเซียน ส่วนวาระเรื่องที่เสนอใหม่คือ ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงแรงงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลีและกระทรวงแรงงานไทย ว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปเกาหลีภายใต้ระบบการจ้างแรงงานแห่งชาติ

มาร์คแจงซดเกาเหลานิพนธ์

เวลา 13.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความขัดแย้งกับนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า คงไม่มีปัญหา เมื่อถามว่านายนิพนธ์ไม่พอใจถึงกับไม่มาทำงาน นายกฯกล่าวว่าน่าจะมาในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ตนยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนายนิพนธ์ ส่วนที่มีข่าวขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคมาช่วยเจรจาทำความเข้าใจเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น นายกฯปฏิเสธว่า ไม่มี ผมเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดกันนิดหน่อยไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่าอธิบายได้หรือไม่ว่าทำไมนายกฯกับเลขา ธิการนายกฯมีปัญหากัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องรายละเอียดโครงการที่รัฐบาลทำอยู่ ซึ่งเดิมตั้งเป้าจะให้สำนักเลขาธิการนายกฯรับผิดชอบ แต่นายนิพนธ์มาบอกกับตนว่ามันมีปัญหาและอุปสรรคอยู่ และคิดว่าเรื่องน่าจะไปที่สำนักปลัดมากกว่า ตนก็ตกลง แต่เวลาที่เรื่องเข้าครม.มันเป็นเรื่องเก่า แต่ได้ทำไปแล้วในการประชุมครม.วันที่ 21 ม.ค. บังเอิญนายนิพนธ์คงไปเห็นว่าเรื่องที่เข้าครม.ไม่เป็นไปตามที่พูดคุยไว้ คงสงสัยว่าทำไมคุยกันแล้วไม่เป็นไปตามที่ตกลง ต่อข้อถามว่าไม่ใช่ว่าปัญหาสั่งสมมานาน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าไม่มีปัญหาอะไรสะสม

มั่นใจหายงอน-กลับมาทำงาน

เมื่อถามย้ำว่าเป็นปัญหาอะไรกันแน่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มันมี 2 โครงการ คือโครงการเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการเกี่ยวกับแรงงาน ที่สำนักนายกฯตั้งเรื่องไว้ว่าให้สำนักเลขาธิการนายกฯเป็นผู้ทำ เพราะคิดว่าน่าจะคล่องตัวที่สุด แต่นายนิพนธ์มารายงานถึงปัญหาและอุปสรรคซึ่งผมก็เข้าใจ จึงจะกลับไปที่สำนักปลัดสำนักนายกฯ แต่เวลาเรื่องเข้าครม. เนื่องจาก เอกสารยังแก้ไม่ทันจึงขอเข้าไปตรงนั้นก่อน และไปขอมติครม.ว่าจะสลับเอาเรื่องของสำนักปลัดฯมาแทน แม้แต่พ.ร.บ.งบประมาณกลางปีจะไปแก้เอกสารว่าตกลงงบประมาณจะตั้งที่สำนักปลัดฯ ไม่ใช่สำนักเลขาธิการนายกฯเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่ามีโอกาสได้พูดคุยกับนายนิพนธ์บ้างหรือยัง นายอภิสิทธิ์กล่าว่ายังไม่มีโอกาสได้คุยกัน เพราะมีประชุมตลอด

เมื่อถามว่าจะง้อให้หายงอนได้ไหม นายกฯกล่าวว่าไม่มีปัญหา เดี๋ยวท่านก็มาทำงานแล้ว เมื่อถามว่าเป็นเรื่องของคนวัยทองหรือเปล่า นายอภิสิทธิ์กล่าวติด ตลกว่า อย่าไปบอกท่านนะกับคำๆนี้ ถ้าอย่างนี้ละก็โกรธจริงแน่

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.)นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 31 ม.ค.ว่า เป็นสิทธิ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย

นิพนธ์ไม่เข้าทำเนียบ-ปิดมือถือ

รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุของข่าวการลาออกจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรีของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นั้นมาจากการต้องรับผิดชอบกองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน(เอสเอ็มแอล) เนื่องจากก่อนที่นายนิพนธ์จะตัดสินใจรับตำแหน่ง ได้มีข้อตกลงกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าหากจะให้เป็นเลขาธิการนายกฯ จะไม่ขอรับผิดชอบกองทุนเอสเอ็มแอลที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่ากองทุนนี้มีการทุจริตกันมาก อีกทั้งข้าราชการในสำนักงานถูกร้องเรียนเรื่องความโปร่งใส นายนิพนธ์จึงไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้อง และเสนอให้นำกองทุนดังกล่าวไปอยู่ในความดูแลของสำนักปลัดสำนักนายกฯ ที่มีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจรับผิดชอบ เพราะน่าจะดูแลได้ดีกว่า ซึ่งนายอภิสิทธิ์ตกลงรับข้อเสนอนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องกองทุนเอสเอ็มแอล โดยในเอกสารการประชุมยังระบุว่าอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักเลขาฯ ทำให้นายนิพนธ์ไม่พอใจที่นายอภิสิทธิ์ไม่ทำตามข้อตกลง เมื่อเป็นเช่นนี้นายนิพนธ์จึงลุกออกจากที่ประชุมครม.ทันที ทั้งที่ยังมีการประชุมอยู่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ประชุมครม.จึงมีมติเห็นชอบให้กองทุนดังกล่าวไปอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักปลัดฯ ตามที่นายนิพนธ์ต้องการ ทำให้นายนิพนธ์เปลี่ยนใจ ไม่ลาออกจากตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ตลอดทั้งวันนี้ นายนิพนธ์ไม่ได้เข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่านายนิพนธ์จะเข้ามาทำงานในช่วงบ่ายแต่อย่างใด อีกทั้งนายนิพนธ์ยังปิดมือถือด้วย

ผวาสภาล่ม-มาร์คถกส.ส.ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมสภาถูกฝ่ายค้านป่วน โดยเสนอนับองค์ประชุมติดกันถึง 2 ครั้ง และยังให้นับองค์ด้วยการขานชื่อ ทำให้เสียเวลานานเกือบชั่วโมงนั้น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้หารือร่วมกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ห้องรับรองนายกฯ ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ประมาณ 20 นาที โดยเป็นห่วงบรรยากาศที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่าฝ่ายค้านจะตีรวนตั้งแต่วันแรกที่เปิดประชุม รัฐบาลจึงไม่ทันตั้งตัว แต่หลังจากนี้ได้กำชับส.ส.โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ต้องมาประชุมให้ครบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก เพราะประเมินแล้วว่าฝ่ายค้านคงใช้วิธีการดังกล่าวอีก ทำให้การประชุมสภาไม่ราบรื่น และเชื่อว่าการกระทำของฝ่ายค้านจะทำลายความชอบธรรมของฝ่ายค้านเอง เนื่อง จากวิธีการที่ให้นับองค์ประชุมแตกต่างจากที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทำ ซึ่งแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ระบุนายกฯไม่ได้กังวลถึงเรื่องนี้มาก เพราะยังเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลจะเป็นเกราะคุ้มกันให้

ตาลให้ดีทีวีรับผิดชอบแม้วโฟนอิน

เวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะโฟนอินเข้า มาในรายการของสถานีโทรทัศน์ดีทีวี หลังจบรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯอภิสิทธิ์ว่าเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีสิ่งใดจะไปห้ามไม่ให้ทำ และรัฐบาลไม่ได้กังวลว่าหลังจากพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินแล้วจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินและติดต่อกับกลุ่มผู้สนับสนุนเป็นระยะ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนรู้จักคุ้นเคยกันจะติดต่อพูดคุยกัน และประชาชนมีสิทธิ์เลือกว่าจะดูหรือไม่ ส่วนจะเชื่อหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเน้นพูดคุยเรื่อง วิสัยทัศน์ รวมทั้งนโยบายต่างๆของรัฐบาล เกรงหรือไม่ว่าจะถูกนำมาเปรียบเทียบ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี ตนอยากให้นำมาเปรียบเทียบ จะทำให้รัฐบาลทำงานระมัดระวังมากขึ้น ประชาชนจะได้ประ โยชน์จากข้อมูลที่พ.ต.ท.ทักษิณและรัฐบาลนำเสนอ

เมื่อถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ที่พ.ต.ท. ทักษิณจะออกโทรทัศน์เพราะยังหลบหนีคดี นาย สาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณต้องคิดได้เอง รัฐบาลทำได้เพียงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องคดีเท่านั้น แต่ช่วงเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทย การโทรศัพท์เข้ามาที่สถานีโทรทัศน์สามารถทำได้ ส่วนผู้จัดรายการที่ให้พ.ต.ท.ทักษิณมาออกรายการนั้นต้องมีความรับผิดชอบ หากนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

ไม่กังวลสั่นคลอนเสถียรภาพรบ.

ต่อข้อถามว่าส.ส.ที่ประสานไปยังพ.ต.ท.ทักษิณ ให้มาร่วมรายการ ต้องรับผิดชอบในทางกฎหมายด้วยหรือไม่ เพราะเข้าข่ายรู้ที่อยู่ของนักโทษ แต่ไม่แจ้งให้ตำรวจดำเนินการ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการเอง ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ แค่แสดงความคิดเห็นผ่านโทรทัศน์ก็ทำได้ แต่ถ้ามีสิ่งใดที่นอกเหนือจากขอบเขตดังกล่าวก็ต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณมีจุดประสงค์เพื่อสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล จะดำเนินการอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่มีใครรู้จุดประสงค์ในการออกรายการ ส่วนจะสั่นคลอนรัฐบาลได้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้กังวล รัฐบาลยึดการทำงานตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ถ้าการกระทำของแต่ละ ฝ่ายอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมายก็ทำได้ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องไปจับตาดูเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องปกติที่กลุ่มคนเหล่านั้นดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการสร้างข่าวให้มากขึ้น จึงออกมาพูดให้ มีสีสัน ชวนให้น่าติดตาม อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดในรายการจะถูกบันทึกเป็นหลักฐาน ถ้ามีสิ่งใดละเมิดสิทธิและพาดพิงบุคคลอื่นต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ประเมินหรือไม่ว่าชื่อของพ.ต.ท. ทักษิณ ยังมีมนต์ขลังเพียงพอจะทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองได้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยอมรับว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีคนรัก มีคนชอบ แต่รัฐบาลเชื่อ ว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศอยากเห็นบ้านเมืองเดิน ไปสู่ความสงบ รัฐบาลแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ จึง ไม่อยากให้ยกประเด็นของพ.ต.ท.ทักษิณมาใช้ห้ำหั่นกันและกัน

มท.1สั่งตั้งศูนย์จับผิดแม้ว-ดีทีวี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเเดียวกันนี้ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสาร กระทรวงมหาดไทย โดยให้มีหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย กระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ และขัดต่อรัฐ ธรรมนูญ โดยให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผอ.ศูนย์ และรองปลัดกระทรวงฝ่ายกิจการความมั่นคงภายใน และอธิบดีกรมการปกครอง เป็นรองผอ.ศูนย์ และให้อธิบดีกรมการปกครอง เป็นหัวหน้าคณะทำงานเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ ห ากพบการกระทำความผิดให้รายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้รายงานผลการปฏิบัติงานต่อรมว.มหาดไทย ภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน แต่หากมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือเหตุการณ์ที่กระทบกับความมั่นคงหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญให้รายงานต่อรมว.มหาดไทยทราบทันที

รายงานข่าวแจ้งว่า การตั้งศูนย์เฝ้าระวังนี้ เพื่อจับตาเอาผิดกับสถานีโทรทัศน์ดี สเตชั่น และการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณในวันที่ 25 ม.ค.นี้เป็นกรณีพิเศษ

ทศพรโต้นายทุนฮุบที่ดินอันดามัน

นายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยถูกศาลฎีกาพิพากษาให้ยึดคืนที่ส.ป.ก.4-01 กล่าวถึงรัฐบาลมีนโยบายแจกส.ป.ก.4-01 ว่า นโยบายนี้เป็นเรื่องดีที่ช่วยให้เกษตรกรมีที่ทำกิน และยังหวังว่าเกษตรกรที่ครอบครองที่ดินส.ป.ก.อยู่น่าจะได้สิทธิ์ที่พึงได้ ส่วนที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ตนคืนที่ดินกับราชการนั้น ถือเป็นสิ่งที่ดีที่เป็นแนวทางปฏิบัติ แต่สถานการณ์วันนี้แตกต่างจากเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา หากฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องนี้มาโจมตีรัฐบาลและพาดพิง ก็ไม่กังวล เพราะตอบได้ทุกประเด็น ผมตอบได้ทุกอย่างและดีใจที่คดีได้รับการตัดสินแล้ว ไม่อย่างนั้นผมพูดได้ไม่เต็มปาก แพ้หรือชนะไม่สำคัญ แต่เราได้ความชัดเจน

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านระบุเตรียมแฉคนที่ครอบครอง ที่ดินแถบอันดามัน นายทศพรกล่าวว่าตนพยายามถามกันอยู่ว่าใครมีที่ดินในแถบนั้น เพราะในแถบภูเก็ตมีที่ดินส.ป.ก.ไม่มาก และมีเกษตรกรที่ครอบครองทำกินอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นหมดแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะมีรายใหม่เข้าไปได้ เรื่องที่พูดจึงเป็นไปไม่ได้

นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายสฤษพงษ์ เกี่ยวข้อง โฆษกคณะกรรมการประสานงานภาคใต้ พรรคเพื่อไทย ระบุน้องชายคนในตระกูลดังที่ถือครองที่ส.ป.ก.4-01 ในจ.กระบี่ เป็นหัวหน้าสาขาพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนไม่อยากตอบโต้ หากมีหลักฐานให้นำออกมาแฉกั

Advertisement Replay Ad

เรื่องน่าสนใจ

ศาลอุทธรณ์คุก 3 ปี "เบญจา" 3 บิ๊ก ขรก.ช่วย โอ๊ค-เอม เลี่ยงภาษี

ศาลอุทธรณ์คุก 3 ปี "เบญจา" 3 บิ๊ก ขรก.ช่วย โอ๊ค-เอม เลี่ยงภาษี

เนียนสุดๆ หนุ่มเสพยาใช้กะละมังพรางตัว หวังหนีตำรวจแต่ขาโผล่

เนียนสุดๆ หนุ่มเสพยาใช้กะละมังพรางตัว หวังหนีตำรวจแต่ขาโผล่

คุก 3 ปี "หญิงไก่" ผิดคดีค้ามนุษย์ไม่รออาญา สั่งชดใช้ 5.9 แสน

คุก 3 ปี "หญิงไก่" ผิดคดีค้ามนุษย์ไม่รออาญา สั่งชดใช้ 5.9 แสน

แม่ “ผอ.อ้อย” มั่นใจร่างลูกสาวถูกฝังอยู่แถวภูจองนายอย

แม่ “ผอ.อ้อย” มั่นใจร่างลูกสาวถูกฝังอยู่แถวภูจองนายอย

บังเอิญอย่างเหลือเชื่อ! โจรนำทองไปขาย เจอเจ้าของที่ร้านทอง ก่อนรีบชิ่งทิ้งจยย.หนี

บังเอิญอย่างเหลือเชื่อ! โจรนำทองไปขาย เจอเจ้าของที่ร้านทอง ก่อนรีบชิ่งทิ้งจยย.หนี

โอ๊ค พานทองแท้ ดอดพบ DSI คดีฟอกเงิน ปฏิเสธข้อหา-ปล่อยตัวแล้ว

โอ๊ค พานทองแท้ ดอดพบ DSI คดีฟอกเงิน ปฏิเสธข้อหา-ปล่อยตัวแล้ว

ศาลสั่งอุตสาหกรรมการบินจ่าย 2.7 ล้าน คดี นรต.โดดร่มไม่กาง

ศาลสั่งอุตสาหกรรมการบินจ่าย 2.7 ล้าน คดี นรต.โดดร่มไม่กาง

เพื่อนรักหักเหลี่ยม เบื่อทวงหนี้ 500 ถอดล้อแม็กซ์ไปขาย

เพื่อนรักหักเหลี่ยม เบื่อทวงหนี้ 500 ถอดล้อแม็กซ์ไปขาย

ชายชราวัย 72 ปี เจ็บป่วยหลายโรค ชิงผูกคอลาโลก ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกลำบาก

ชายชราวัย 72 ปี เจ็บป่วยหลายโรค ชิงผูกคอลาโลก ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกลำบาก

หลอกแม่เด็กพิการทางสมอง อ้างจะช่วย แต่กลับเชิดเงินหนี

หลอกแม่เด็กพิการทางสมอง อ้างจะช่วย แต่กลับเชิดเงินหนี

ดับฝัน "น้องเนย" กะเทยพัทยาปล้นรัสเซีย หาเงินแปลงเพศ

ดับฝัน "น้องเนย" กะเทยพัทยาปล้นรัสเซีย หาเงินแปลงเพศ

สาวโร่แจ้งความ ถูกหลอกซื้อลอตเตอรี่ปลอมรางวัลที่ 3 สูญเป็นหมื่น

สาวโร่แจ้งความ ถูกหลอกซื้อลอตเตอรี่ปลอมรางวัลที่ 3 สูญเป็นหมื่น

คืบหน้า คดี ผอ.อ้อย ตั้ง 8 ข้อหา "ผู้กองเหน่ง" ศาลให้ประกันตัว 6 แสน

คืบหน้า คดี ผอ.อ้อย ตั้ง 8 ข้อหา "ผู้กองเหน่ง" ศาลให้ประกันตัว 6 แสน

สุดโหด ! จ่อยิงหัวแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเจ็บสาหัส เหตุหึงหวง

สุดโหด ! จ่อยิงหัวแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเจ็บสาหัส เหตุหึงหวง

ระทึก! เพลิงไหม้โรงงานรองเท้า ซ.เอกชัย 66 ย่านบางบอน

ระทึก! เพลิงไหม้โรงงานรองเท้า ซ.เอกชัย 66 ย่านบางบอน

คืบหน้าจ่าทหารยิงเมียท้องกลางห้าง จ่อแจ้งข้อหาหนัก "ฆ่าโดยไตร่ตรอง"

คืบหน้าจ่าทหารยิงเมียท้องกลางห้าง จ่อแจ้งข้อหาหนัก "ฆ่าโดยไตร่ตรอง"

ตร.ระบุ ลูก สส.-ดิว อริสรา ผิดทั้งคู่ อาจเจอปรับเงินหมื่น

ตร.ระบุ ลูก สส.-ดิว อริสรา ผิดทั้งคู่ อาจเจอปรับเงินหมื่น

สลดใจ แม่จ้างญาติฆ่าลูกบังเกิดเกล้า สุดทนถูกซ้อมบังคับขายที่ดิน

สลดใจ แม่จ้างญาติฆ่าลูกบังเกิดเกล้า สุดทนถูกซ้อมบังคับขายที่ดิน

ลูกสาว อบต.โต้หนังคนม้วน หลังแม่ค้าส้มตำแจ้งความถูกรุมตบ

ลูกสาว อบต.โต้หนังคนม้วน หลังแม่ค้าส้มตำแจ้งความถูกรุมตบ

จำนนต่อหลักฐาน พนง.ขนสัมภาระ ล้วงรื้อกระเป๋าผู้โดยสาร

จำนนต่อหลักฐาน พนง.ขนสัมภาระ ล้วงรื้อกระเป๋าผู้โดยสาร

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์