ไพฑูรย์ สั่งเลิกควักเงินพันล้านซื้อข้าวสารแจก

ไพฑูรย์ สั่งเลิกควักเงินพันล้านซื้อข้าวสารแจก

ไพฑูรย์ สั่งเลิกควักเงินพันล้านซื้อข้าวสารแจก

ระบุ ประโยชน์น้อย-เสี่ยงทุจริต เดินหน้าลดเงินสมทบ ยันไม่กระทบกองทุน ประธาน บอร์ด สปส.พร้อมถอย ด้านลูกจ้างยังค้านไม่เลิก นัดบุกพบ ไพฑูรย์ จี้ยกเลิกทั้ง 2 โครงการ 26 ม.ค.นี้ ตั้งวันสต็อปเซอวิสแก้ปัญหาเลิกจ้างทุกจังหวัด เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่กระทรวงแรงงาน นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นคัดค้านมติคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.)ที่เห็นชอบให้นำเงินจำนวน 1,000 ล้านบาทซื้อข้าวสารแจกผู้ประกันตน 9.3 ล้านคนคนละ 5 กิโลกรัม ว่า โครงการดังกล่าวไม่ใช่เป็นความคิดของตน แต่เป็นเรื่องเก่าที่ทำมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว และมีการเสนอให้บอร์ด สปส.พิจารณามาแล้วถึง 6 ครั้ง ล่าสุดแม้ข้อสรุปของบอร์ด สปส.จะยังไม่มาถึงตนอย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อมวลชน ตนได้พิจารณาถึงข้อดีข้อเสียแล้ว เห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน หากยังเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ก็อาจเกิดประโยชน์กับผู้ประกันตนไม่มากนัก เพราะข้าวสาร 5 กิโลกรัมคิดเป็นเงินเพียง 100 กว่าบาท แต่ทั้งโครงการต้องใช้เงินถึง 1,000 กว่าล้านจึงสั่งให้มีการยกเลิกโครงการดังกล่าวไปแล้ว ตอนนี้รัฐบาล ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท โดยจะให้เงินคนละ2,000 บาทแล้ว จึงคิดว่าความจำเป็นในการให้ข้าวสาร 5 กิโลกรัมมีน้อย และอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริต ได้ข้าวไม่ได้มาตรฐาน เหมือนปลากระป๋องก็ได้ นายไพฑูรย์กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับการนำเงิน สปส.มาใช้ช่วยเหลือผู้ประกันตนในอนาคต จึงได้สั่งการให้นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตีความข้อกฎหมายว่าสามารถทำได้หรือไม่ด้วย นายไพฑูรย์ ยังกล่าวถึงมติที่ประชุม บอร์ดสปส.ที่จะให้นายจ้างและลูกจ้างการลดส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม อีกร้อยละ2.5 ว่าจะยังคงเดินหน้าต่อเพราะเป็นนโยบายที่ตนมอบให้สปส.พิจารณาเอง โดยเห็นว่าหากทำได้จะช่วยไม่ให้กองทุนประกันสังคม ได้รับผลกระทบหากคนตกงานจำนวนมากถึง 1 ล้านคน ซึ่งอาจต้องเสียเงินจากกรณีว่างงานมากกว่า 40,000 ล้านบาทพร้อมยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับกองทุนในอนาคตเพราะทำในระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและนายจ้างภายในปีนี้เท่านั้น นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นข้อบกพร่องของบอร์ด สปส. แต่อาจถูกมองในเรื่องของคมเหมาะสม หรือความคุ้มค่าหรือไม่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการที่บอร์ดมีมติดังกล่าวไม่ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐมนตรีจะมีความเห็นต่อมติดังกล่าวอย่างไร อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีที่จะพิจารณา ส่วนข้อสงสัยที่โครงการดังกล่าวถูกส่งเข้าบอร์ดพิจารณามากถึง 6 ครั้งนั้น นั้นก็เพราะเป็นเรื่องที่พิจารณามาต่อเนื่อง และมีข้อโต้เถียงหลายครั้งของ ผู้ดำเนินโครงการ และตัวแทนส่วนราชการ เช่น สปส. และบางครั้งตนซึ่งเป็นประธานบอร์ด สปส.รวมถึงเลขาธิการ สปส.ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ประธานที่ประชุมชั่วคราวจึงไม่กล้าตัดสินใจ และนัดว่าให้มาประชุมตัดสินเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเรื่อง แต่อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่นำไปหารือในที่ประชุมบอร์ดยกเลิกต่อไป นายประกาย วิเศษวิสัย สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และ บอร์ด สปส.ฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่า ในที่ประชุม บอร์ด สปส.เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้คัดค้านการนำเงิน 1 พันล้านไปซื้อข้าวสารแจกผู้ประกันตน 9.3 ล้านคน เพราะเกรงว่าระบบการจัดซื้อจัดจ้าง และการแจกจ่าย อาจเป็นเรื่องอ้อยเข้าปากช้างได้ ทั้งนี้คิดว่าแรงงานไทยไม่ถึงขั้นต้องอดข้าว เนื่องจากอาจจะนำมาจากบ้านต่างจังหวัด และ บางคนซื้อได้ในราคาถูกกว่า ถ้าหากจะแจกจริงก็ให้แจกกับคนที่กำลังถูกเลิกจ้างดีกว่า เพราะกำลังได้รับความเดือดร้อนจะเป็นประโยชน์มากกว่า ส่วนการลดเงินสมทบนั้นเห็นว่าไม่สมควรลดให้กับนายจ้างที่มีสถานภาพธุรกิจดี หรือ ปานกลาง ส่วนลูกจ้างเองก็ได้รับผลประโยชน์ในเรื่องนี้ กลับเป็นนายจ้างที่ได้ผลประโยชน์ แต่หากจะลดไม่สวมควรลดในส่วนของเงินกองทุนชราภาพ เพราะจะกระทบให้กองทุนเสียหายในอนาคตได้ ทั้งนี้ในวันที่ 26 ม.ค.เครือข่ายผู้ใช้แรงงานจะไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายไพฑูรย์ รมว.แรงงาน พิจารณายกเลิกโครงการทั้ง 2 โครงการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของการลดเงินสมทบจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 2.5 นั้นลูกจ้างจะได้รับประโยชน์โดยจะได้รับเป็นเงินเดือนเพิ่มขึ้น โดยคิดได้จากกรณีผู้ประกันตนที่มีฐานเงินเดือน 15,000 บาท ซึ่งจะต้องจ่ายเงินประกันสังคมเดือนละร้อยละ 5 หรือ 750 บาท แต่หากลดเงินสมทบจากร้อยละ 5 ให้เหลือร้อยละ 2.5 ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเดือนละ 375 บาท ลดลงจากเดิม 350 บาท ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนของผู้ประกันตนแต่ละคน ตั้งวันสต็อปเซอวิสแก้ปัญหาเลิกจ้างทุกจังหวัด ที่กระทรวงแรงงาน นายสมชาย ชุ่มรัต ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวระหว่างประชุมมอบนโยบาย และแนวทางการปฏิบัติงานให้กับหัวหน้าส่วนราชการ 5 หน่วยงานในส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย แรงงานจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัด และประกันสังคมจังหวัด เพื่อรับมือกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ว่า ให้ทั้ง 5 หน่วยงานรายงานสถานการณ์การเลิกจ้างแต่ละจังหวัดให้ส่วนกลางทราบอย่างรวดเร็ว และทำการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้าง แบบเบ็ดเสร็จ หรือ One stop Service ขึ้นในแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์ดูแลลูกจ้างแบบครบวงจร นับตั้งแต่ถูกเลิกจ้าง การรับสิทธิประกันการว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม การหางานให้ทำ หรือการนำมาพัฒนาหรือฝึกฝีมือ โดยให้ยึดรูปแบบการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้างที่จังหวัดอยุธยา หรือ อยุธยา โมเดล และให้มีการคัดเลือกหัวหน้าศูนย์ เพื่อทำหน้าที่ประสานข้อมูลกรณีมีแรงงานถูกเลิกจ้างกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดเพื่อวางแผนรับมือ ขณะเดียวกัน ก็ให้วางแผนรอบรับปัญหาแรงงานคืนถิ่นในจังหวัดที่ไม่มีปัญหาการเลิกจ้างด้วย การตั้งศูนย์ ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างมีความกังวลใจน้อยลง โดยผู้ที่ถูกเลิกจ้างสามารถไปลงทะเบียนกับกรมการจัดหางาน จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งต่อไปประกันสังคม เพื่อรับสิทธิประกันการว่างงาน หรือสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หากอยากฝึกฝีมือเพิ่มเติมได้ทันที นายสมชาย กล่าว นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์เลิกจ้างในขณะนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 -19 ม.ค. 52 มีสถานประกอบการปิดกิจการไปแล้ว 35 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 1,950 คน และมีแนวโน้มสถานประกอบการ 39 แห่ง ลูกจ้าง 28,573 คน ที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวังจะถูกเลิกจ้างโดยสถานประกอบการประเภทผลิตอุปกรณ์ และชิ้นส่วนอิเลคทรอนิค และชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ และเฟอร์นิเจอร์ มีการเลิกจ้างมากที่สุด
Advertisement Replay Ad
นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่  กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่ กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

นายกฯ เผย มิ.ย.61 ประกาศวันเลือกตั้ง คาดจัดได้พ.ย.61

นายกฯ เผย มิ.ย.61 ประกาศวันเลือกตั้ง คาดจัดได้พ.ย.61

ลงดาบ! รอง ผบก.น.5 ผิดวินัยตำรวจ พาอดีตนายกฯ หลบหนี

ลงดาบ! รอง ผบก.น.5 ผิดวินัยตำรวจ พาอดีตนายกฯ หลบหนี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์