เทพเทือกโยนตร.ปฏิบัติตามหน้าที่ถอดยศ แม้ว

เทพเทือกโยนตร.ปฏิบัติตามหน้าที่ถอดยศ แม้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เทพเทือก เผยถอดยศแม้ว ตนและนายกฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องและสั่งการ ศาลแจงคดีถึงที่สุด ตำรวจจึงต้องปฏิบัติตามหน้าที่ มาร์ค ตอบกระทู้ เฉลิม แจกแจงมี 32 คดีเกี่ยวข้องพันธมิตรฯ ปิดสนามบินสุวรรณภูมิสอบแล้ว 30 % เชาวรินทร์ กระทู้ถามเร่งถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนหน้านี้ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 22 มกราคม มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามทั่วไป เรื่อง การเสนอถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้นายกฯ มอบหมายให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง เป็นผู้ตอบกระทู้แทน โดย ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า แม้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง มีมติ 5 ต่อ 4 ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความผิดในคดีที่ดินรัชดาฯ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และอยากทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการกับตำรวจนายอื่นๆ ที่อยู่ในกระบวนการถอดยศอย่างไรบ้าง เพราะ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ผู้ต้องหาอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขันธ์ ก็ถูกคำพิพากษาให้จำคุกเหมือนกัน แต่ยังไม่มีกระบวนการการถอดยศ รวมทั้งทหารจะมีกระบวนการในการถอดยศเหมือนกับตำรวจหรือไม่ สุเทพ อ้างสตช.ชงคดีถึงที่สุดให้ถอดยศ นายสุเทพชี้แจงว่า ได้ทราบข่าวถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณจากสื่อพร้อมกับประชาชนคนอื่นๆ จากนั้นได้ตรวจสอบโดยสอบถามไปยัง สตช. ถึงหลักเกณฑ์การถอดยศ ทราบว่า มี พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และระเบียบ สตช.ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 โดย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 28, 29 การถอดยศมี 7 กรณี ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องที่สืบเนื่อง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ลงโทษจำคุก 2 ปี แม้ไม่ได้เป็นตามประมวลกฎหมายอาญา แต่โดนลงโทษจำคุกตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องรัฐบาล นายกฯ หรือตน ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือสั่งการ แต่เป็นการทำตามหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะกองวินัยและกองกำลังพล ทำหนังสือถึงศาลตรวจสอบผลคดี และศาลแจ้งว่า ถึงที่สุดแล้ว เพราะไม่มีการอุทธรณ์ ตำรวจก็ปฏิบัติไปตามหน้าที่ เทพเทือกแจงไม่ถอดยศ"ชลอ"เหตุอุทธรณ์คดี นายสุเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับสถิติการถอดยศ เช่น พ.ศ.2534 ก่อนมีระเบียบนี้ มีตำรวจสัญญาบัตร 251 นาย ประทวน 1,909 นาย ถูกถอด แสดงให้เห็นว่า ตำรวจก็ดูแลเกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจอย่างเคร่งครัด หรือปี 2547 ที่มีกฎหมายนี้ มีตำรวจสัญญาบัตร 35 นาย ประทวน 203 นาย ถูกถอดยศ ปี 2548 สัญญาบัตร 21 นาย ประทวน 76 นาย ปี 2549 สัญญาบัตร 6 นาย ประทวน 32 นาย ส่วน กรณี พล.ต.ท.ชลอตรวจสอบพบว่า คดียังไม่สิ้นสุด อยู่ในศาล 3 คดี โดยคดียักยอกเพชร อยู่ในชั้นศาลฎีกา คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ คดีหน่วงเหนี่ยวกักขัง อยู่ระหว่างตรวจสอบผลคดีจากศาลอุทธรณ์ และตำรวจยืนยันว่า หากศาลตัดสินถึงที่สุด ก็จะดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการถอดยศ เหมือนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ เฉลิม กระทู้ถาม นายกฯ เช็คบิลพันธมิตร ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีการดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ว่า พธม.เคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2548-2549 แม้แต่นายกรัฐมนตรียังเคยแวะไปจนได้รับฉายา "มาร์ค ม.7" ต่อมาได้มีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยคณะรัฐประหารได้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่พรรคพลังประชาชนก็รณรงค์กับประชาชนว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ต่อมา พธม.ชุมนุมประท้วงตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จากนั้นวันที่ 25 สิงหาคม 2551 กระจายกำลังปิดล้อมสถานที่ราชการ และวันที่ 7 ตุลาคม 2551 มีการล้อมรัฐสภา จนตำรวจต้องสลายการชุมนุม จึงขอถามว่าการกระทำของ พธม.ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม-2 ธันวาคม 2551 รวม 192 วันนั้น มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่และผิดกฎหมายอะไรบ้าง มาร์คแจงพันธมิตรมี32คดี-ยึดสนามบินคืบ80% นายอภิสิทธิ์ลุกขึ้นชี้แจงว่า ได้กำชับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าคดีความทั้งหลายที่เกี่ยว พธม.ขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าละเว้น กลั่นแกล้ง หรือถ่วงเวลา แต่อย่ารวบรัดจนเกิดความไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม หลังจากการตอบกระทู้แล้วจะปรึกษาหารือกับแกนนำพรรคฝ่ายค้านถึงกรณีที่ตั้งกระทู้นี้ "คดีที่เกี่ยวกับพันธมิตร มีทั้งสิ้น 32 คดี พิจารณาเสร็จสิ้น 4 คดี ยังไม่เสร็จสิ้น 26 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 2 คดี ส่วนคดีที่น่าสนใจ คือการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น พนักงานสอบสวนเสร็จแล้วอยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณาของอัยการ สำหรับคดี 7 ตุลาฯนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนและกำลังจะแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหา ส่วนคดีปิดสนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่รายงานว่าสอบสวนไปแล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกรณีสนามบินสุวรรณภูมิสอบสวนแล้ว 30 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ยืนยันว่าทุกคดีมีการเดินหน้าแน่นอน" นายกรัฐมนตรีกล่าว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook