ผลประโยชน์ทับซ้อน? ศึกษากรณี โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์

ผลประโยชน์ทับซ้อน? ศึกษากรณี โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์

โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

แม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ยกข้อกล่าวหา นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมสมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ให้ความช่วยเหลือ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ให้ได้รับการผ่อนในการใช้พื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เพื่อทำเหมืองแร่สังกะสี ท้องที่ อแม่สอด จ.ตากก็ตาม

แต่ในแง่ของการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวมแล้ว กรณีของนายโฆสิตน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

สาเหตุที่นายโฆสิตถูกกล่าวหาในเรื่องนี้เนื่องจากก่อนเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายโฆสิตเป็นประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพฯซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทผาแดง จำนวน 7,301,070 หุ้น หรือกว่าร้อยละ 3

นอกจากนั้นนายโฆสิตยังเป็นกรรมการบริษัทผาแดงฯในฐานะตัวแทนธนาคารด้วยโดยนายโฆสิตได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากบริษัทผาแดงฯกว่า 1.2 ล้านบาท

ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ในหมวดการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐกับผลประโยชน์ส่วนรวมคือ ต้องการวางระบบป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์กับธุรกิจและบริษัทที่เจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นมีส่วนได้ส่วนเสียในรูปแบบต่างๆ(มาตรา 100,101)

ดังนั้น จึงห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้าง ในธุรกิจและบริษัทที่มีสัญญากับหน่วยงานของรัฐที่ตนกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดีรวมทั้งสัญญาสัมปทานหรือสัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน

การห้ามในลักษณะดังกล่าว นอกจากห้ามเจ้าหน้าที่รัฐและคู่สมรสในขณะที่ดำรงตำแหน่งแล้ว ยังห้ามเมื่อพ้นตำแหน่งไม่ถึง 2 ปีด้วย(การกำหนดช่วงเวลา 2 ปีเพราะเชื่อว่า หลังจากพ้นตำแหน่งใหม่ๆ อาจยังมีอิทธิพลในหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลอยู่)

การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้นายโฆสิตพ้นข้อกล่าวหา เพรา การเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีอนุมติให้บริษัทผาแดงฯทำเหมืองแร่สังกะสีในพื้นที่ป่าลุมน้ำ มีการกลั่นกรองตามขั้นตอนจากผู้เชี่ยวชาญหลายครั้งก่อนที่นายโฆสิตจะเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯโดยไม่ปรากฏหลักฐานว่า นายโฆสิตใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบในขณะที่คณะกรรมกรารสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่มีนายโฆสิต เป็นประธานพิจารณาเรื่องนี้

ขณะเดียวกันนายโฆสิตได้ลาออกจากธนาคารกรุงเทพ และกรรมการบริษัทผาแดงฯแล้ว การกระทำของนายโฆสิตไม่เป็นการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ

อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าพิจารณา หลังจากที่นายโฆสิตพ้นจากตำแหน่งรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ก็กลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมกรรบริหารธนาคารกรุงเทพฯทันทีโดยยังไม่พ้นกำหนดเวลา 2 ปี(คณะกรรมการ ป.ป.ช.ประกาศให้คณะรัฐมนตรีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 100)เป็นการเข้าข่ายการกระทำต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่

ประเด็นนี้ต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงที่ว่า ในช่วงเป็นรองนายกฯนายโฆสิตได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จึงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจอนุมัติ อนุญาตให้บริษัทผาแดงฯรับสัมปทานทำเหมืองแร่สังกะสี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกรรมการในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติด้วย

ดังนั้น ถ้านายโฆสิตกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการและ/หรือเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทผาแดงฯย่อมมีการกระทำต้องห้ามตามกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า การที่นายโฆสิตกลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทผาแดงฯอีกชั้นหนึ่งเป็นการกระทำต้องห้ามหรือไม่

ถ้าพิจารณาจากตัวบทมาตรา 101 ตามตัวอักษรแล้ว ย่อมไม่เข้าข่ายการกระทำต้องห้ามตามกฎหมาย

แต่การที่นายโฆสิตเป็นประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพฯ เป็นมีอำนาจทำการแทนธนาคารกรุงเทพฯหรือไม่ ?

ถ้าใช่ เข้าข่ายการกระทำต้องห้ามหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

เพราะถ้าตอบว่า ไม่เข้าข่าย ต่อไปจะมีนักใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงด้วยการตั้งบริษัทซ้อนขึ้นมาอีกบริษัทหนึ่งเพื่อถือหุ้นในบริษัทที่มีสัญญากับหน่วยงานของรัฐที่ตนกำกับดูแลในลักษณะดังกล่าวข้างต้น

อย่างไรก็ตาม นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกและกรรมการ ป.ป.ช.ยอมรับว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังมิได้พิจารณาประเด็นนี้ จึงน่าสนใจว่า คณะกรรมการป ป.ป.ช.จะวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างไร

มิเช่นนั้นแล้ว หมวดการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับผลประโยชน์ส่วนรวมในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต อาจมีค่าเพียงกระดาษเช็ดปากของนักการเมืองเท่านั้น

Advertisement Replay Ad
ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

'ทักษิณ' ตรวจสุขภาพ บอกหัวใจแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก

'ทักษิณ' ตรวจสุขภาพ บอกหัวใจแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก

นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่  กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่ กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์