มาร์คบอก2วันชี้ขาดรมต.ฉาว ชวรัตน์ขู่ปรับมท.2ต้องพูดกัน เหลิมโวสอยครม.ทั้งคณะคุยข้อมูลเจ๋ง

มาร์คบอก2วันชี้ขาดรมต.ฉาว ชวรัตน์ขู่ปรับมท.2ต้องพูดกัน เหลิมโวสอยครม.ทั้งคณะคุยข้อมูลเจ๋ง

มาร์ค ประกาศอีก 2 วันชี้ชะตา บุญจง-วิฑูรย์ ลั่นชี้แจงเหตุผลเอง หวังประชาชนยอมรับ รัฐบาลทำงานได้ ชวรัตน์ ขู่ปรับมท.2 คงต้องพูดกัน เพื่อไทยไล่ถล่ม เทพเทือก แฉใส่เสื้อพรรคขณะเดินทางแจกผ้าห่ม เฉลิม โวได้ข้อมูลครบถ้วน เด็ดยิ่งกว่า ส.ป.ก.เล็งซักฟอกทั้งคณะสมัยประชุมนี้ นายกฯประกาศอีกสองวันชี้ขาดวิฑูรย์-บุญจง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุอีก 2 วันจะชี้แจงให้ทราบอย่างชัดเจน ถึงแนวทางการดำเนินการกับรัฐมนตรีที่มีเครื่องหมายคำถาม 2 คน คือนายวิฑูรย์ นามบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรณี พม.แจกถุงยังชีพภายในบรรจุปลากระป๋องเน่าเสียให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ จ.พัทลุง และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่แจกเงินช่วยเหลือของ พม.ให้ชาวบ้านที่บ้านพักใน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พร้อมกับแจกนามบัตรให้ด้วย

ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ก่อนหน้านี้ได้บอกว่าหลังเดินทางกลับจากการประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส สหพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ จะมาดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีที่มีเครื่องหมายคำถามจากสื่อมวลชนและสังคม ตอนนั้นบอกว่าขอเวลา 3 วัน ขณะนี้ก็เหลือเวลาอีก 2 วัน ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลไว้ได้พอสมควรแล้วทั้งในส่วนของนายบุญจงและนายวิฑูรย์ จากนั้นจะมีความชัดเจน จะเรียนให้ทราบเลยว่าเมื่อได้ดูข้อมูลแล้ว อะไรคือสิ่งที่เป็นความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ทราบภายใน 2 วันนี้ ถ้าจะปรับ ครม. ก็ต้องปรับเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้มีแนวทางในการทำงานอย่างไร มีมาตรฐานอย่างไรนายกฯกล่าว

แย้มทำให้ประชาชนมั่นใจ-รัฐบาลทำงานได้

ผู้สื่อข่าวถาม ขณะนี้มีกระแสกดดันจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ปรับนายวิฑูรย์พ้นจากตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าจะมีการปรับหรือไม่ปรับ ผมต้องเป็นคนชี้แจงเหตุผลว่าปรับเพราะอะไร หรือไม่ปรับเพราะอะไร ซึ่งหวังว่าจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในการทำงานของรัฐบาลไม่ว่าการตัดสินใจไปในทิศทางใด ทุกทางออกจะมีคำตอบ และผมจะเป็นคนให้คำตอบเอง

ส่วนเรื่องที่แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนกรานไม่ให้นายบุญจงออกนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผมจะเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ เมื่อถามว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลไม่ยอม จะตัดสินใจอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นอำนาจของนายกฯ ที่จะดำเนินการ เมื่อถามว่า เกรงจะเกิดแรกงกระเพื่อมในรัฐบาลหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ทั้งหมดทำเพื่อต้องการให้รัฐบาลสามารถทำงานได้ ถ้าจะมีอะไรก็คือทำเพื่อให้รัฐบาลทำงานได้เพราะถ้ารัฐบาลคิดถึงแต่ตัวเลข หรืออะไร มันไม่ใช่ การทำงานที่จะสำเร็จได้ ต้องได้รับการยอมรับและความเชื่อถือ ต้องใช้ตรงนี้เข้ามาประกอบ ไม่เช่นนั้นผมคงไม่พูดถึงเรื่องกฎ 9 ข้อให้ ครม.นัดแรกฟัง

เมื่อถามแสดงว่าจะมีการปรับ ครม.แน่ๆ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นี่คือหลักการที่ผมใช้ ส่วนจะเป็นอย่างไรก็ขอให้รออีก 2 วัน ส่วนคำตอบที่ออกมา คิดว่าสังคมจะยอมรับได้ใช่หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สังคมต้องเป็นคนตอบอีกที แต่ผมก็มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณา

รัฐมนตรี3คนไม่ทราบจึงโหวตรับงบฯ

สำหรับเรื่องที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โหวตรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปีงบประมาณ 2552 ที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นเอาผิด เนื่องจากอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 177 ว่าด้วยการมีส่วนได้เสียนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นเลย ตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ก็เห็นว่า ครม.ชุดก่อนลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ จึงไม่ได้ไปยื่นร้องอะไร แต่ครั้งนี้มีคนมาพูดทำนองว่าอาจไปยื่นร้อง รัฐมนตรีหลายคนจึงมีความรู้สึกว่าถ้าอย่างนั้นก็อย่าให้เป็นปัญหา แต่บังเอิญรัฐมนตรีทั้ง 3 คน อาจจะไม่ทราบ จึงลงมติไป ก็ถือเป็นเรื่องความเห็นของกฎหมาย

ไม่สบายใจกกต.ลงมติเอาผิดสุเทพ

นายอภิสิทธิ์ยอมรับไม่สบายใจกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ดำเนินคดีอาญานายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และรองนายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาแจกทุนการศึกษา เข้าข่ายช่วยเหลือนายธานี เทือกสุบรรณ น้องชาย ที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ฯ โดยกล่าวว่า กรณีนี้เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ไกลพอสมควร ยอมรับว่าไม่ค่อยสบายใจเหมือนกัน เพราะเห็นข่าวบอกว่ายังไม่ถึงที่สุด ซึ่งความจริงยังไม่ได้เริ่มต้นเลย เพราะเป็นคดีเลือกตั้งของตัวผู้สมัครคือนายก อบจ. ต้องสิ้นสุดก่อน ถึงจะย้อนกลับไปที่ กกต. ในส่วนของคดีอาญา เมื่อถึงจุดนั้นก็ค่อยมาว่ากันอีกที

นายกฯกล่าวกรณีฝ่ายค้านประกาศยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ ต้องรอให้ฝ่ายค้านยื่นและอภิปรายก่อน เมื่อถามว่า ถ้ามีการปรับ ครม. จะลดกระแสลงได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่รู้ว่าฝ่ายค้านเตรียมอะไรไว้บ้าง อย่างไรก็ตาม เรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ รัฐบาลพร้อมยอมรับการตรวจสอบ ไม่รู้สึกกังวล เพราะใน 1 เดือนที่ผ่านมาได้ทุ่มเททำงานเต็มที่ ซึ่งมีความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปมาก

สุเทพลั่นคำเดิมไม่ได้ทุจริตอะไรเลย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวว่า นายวิฑูรย์ไม่ถือว่าเป็นปัญหาของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ผู้สื่อข่าวถามหากปรับ ครม.เฉพาะรายของนายวิฑูรย์โดยที่ไม่ปรับนายบุญจง จะทำให้เกิดสองมาตรฐานหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า อย่าคิดไปไกลขนาดนั้น เพราะยังไม่มีการปรับนายวิฑูย์ เมื่อถามว่า แต่คนในพรรคภูมิใจไทยออกมาส่งสัญญาณถึงรัฐบาลไม่ให้มีการปรับนายบุญจง นายสุเทพกล่าวว่า ยังไม่มีสัญญานที่แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมากดดันพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้กรณีของนายวิฑูรย์กำลังรวบรวมหลักฐาน ซึ่งก็ไม่ถือว่าช้าเท่าไหร่ อีก 1-2 วัน ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น

นายสุเทพย้ำถึงเรื่องที่ กกต.มีมติเอาผิดอาญาด้วยว่า ไม่ได้ไปช่วยน้องชายหาเสียง แต่ไปร่วมงานสงกรานต์ เพื่อทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เท่านั้นผมไม่ได้มีเรื่องทุจริตอะไรเลย เรามีกระบวนการยุติธรรม เราต้องเชื่อในกระบวนการยุติธรรม แล้วไปพิสูจน์กัน ถ้าศาลบอกว่าผิดผมก็ต้องผิดนายสุเทพกล่าว

น้องชายอ้างมอบซองเปล่าให้นักเรียน

นายธานี เทือกสุบรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (อบจ.) กล่าวว่า ที่นายสุเทพถูกกล่าวหา เป็นเรื่องไม่จริง โดยผู้พูดเรื่องนี้เป็นการเอาเรื่องสองเรื่องมาผสมกัน

ผมไปมอบวุฒิบัตรให้แก่นักเรียนเป็นโครงการด้านยาเสพติดของ อบจ.ที่ทำมาก่อนเป็นปีแล้ว และยังไม่หมดวาระในตำแหน่ง นายก อบจ. โดยได้รับเชิญให้เป็นประธานปิดโครงการและมอบวุฒิบัตรแก่นักเรียนที่ร่วมโครงการและมอบซองให้นักเรียนภายในไม่ได้มีธนบัตรหรือเงินแต่อย่างใด ผมทำหนังสือชี้แจงต่อ กกต.สุราษฎร์ธานี ยังเชื่อมั่นว่าหากมาถึงศาลอุทธรณ์จะไม่รับฟ้องเรื่องนี้ นายธานีกล่าว

นายธานีกล่าวว่า สำหรับกรณีของนายสุเทพ มอบผ้าห่มแก่ผู้สูงอายุที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพไปในฐานะเป็น ส.ส.เขต 1 สมัยแรกนายสุเทพไม่ได้หาเสียงหรือการปราศรัยใดๆ จึงมั่นใจไม่ได้ทำผิด

ภูมิใจไทยฮึ่มปรับบุญจงคงต้องพูดกันหน่อย

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวกรณีหากมีการปรับนายบุญจง ออกจาก ครม. พรรคแกนนำ ต้องหารือกับภูมิใจไทยก่อนใช่หรือไม่ว่า คงต้องพูดกัน แต่เวลานี้ยังไม่มีอะไรเลย

นายชวรัตน์ยังกล่าวตอบโต้สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ถูกกล่าวหา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ พม. เคยมอบเงินในลักษณะเดียวกันเช่นกันว่า ยืนยันได้ว่าไม่มี คนที่พูดขอท้าได้เลยให้หาหลักฐานมา ถ้ามีจริงจะขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ถ้าไม่มี ขอให้คนที่พูดลาออกจาก ส.ส. ส่วนกังวลหรือไม่ว่ากระแสสังคมจะไม่ยอมรับ นายชวรัตน์กล่าวว่า ผมไม่รู้คำนิยามของกระแสสังคม

รมว.พม.หนักใจประชาธิปัตย์กดดัน

นายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ใกล้ชิด นายวิฑูรย์ กล่าวถึงการชี้แจงในที่ประชุมพรรควันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ว่า นายวิฑูรย์ไม่ได้หนักใจในเรื่องของข้อเท็จจริง แต่กังวลใจเรื่องกระแสความรู้สึกของประชาชนมากกว่า

ได้คุยกับนายวิฑูรย์และวิเคราะห์กัน เห็นว่ากระแสกดดันก็มีโดยจากภายในพรรค ซึ่งมากกว่านอกพรรค จึงกังวลใจเรื่องภายในพรรคมากกว่า แต่ก็ต้องบอกเพื่อนให้เข้าใจ และก็ขอโทษประชาชนที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดี ซึ่งจะให้เรามาตรวจสอบปลากระป๋องทุกกระป๋องคงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีวัน เวลา ผลิตและหมดอายุ ข้างกระป๋องอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นผมก็ไปเดินดูที่ห้างสรรพสินค้าที่อุบลฯ ก็พบว่ามีปลากระป๋องยี่ห้อชาวดอย วางขายอยู่ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะปลากระป๋องเท่านั้น ยังมีน้ำผลไม้ยี่ห้อชาวดอยด้วย เท่าที่ฟังความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่ อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ ต่างก็ถามว่า ทำไมแค่ปลากระป๋องต้องออกจากการเป็นรัฐมนตรีเลยหรือ ซึ่งผมมั่นใจว่าไม่น่าจะถึงขั้นนั้น ไม่เช่นนั้นของที่บริจาคมาแล้วเสียหายรัฐมนตรีก็ต้องออกกันหมด อีกทั้ง จ.อุบลราชธานี เป็นเหมือนเมืองหลวงของประชาธิปัตย์ในภาคอีสาน ที่มีนายวิฑูรย์ เป็นรัฐมนตรีเพียงคนเดียวนายศุภชัยกล่าว

แคนดิเดตชี้แจงไม่ชัด-เชื่ออ่วม

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า นายวิฑูรย์ รวมถึง ส.ส.หญิงคนสนิทได้พยายามต่อสายหาเพื่อน ส.ส.ในพรรค เมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพื่อหยั่งท่าที รวมถึง ส.ส.พัทลุง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์แจงถุงยังชีพเพื่อถามความเห็นและหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังพยายามขอโอกาสเข้าชี้แจงต่อนายอภิสิทธิ์ในการประชุมพรรควันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้

ขณะที่ นายอิสสระ สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี กล่าวว่า อนาคตของนายวิฑูรย์ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ของพรรคว่าจะให้การสนับสนุนต่อไปหรือไม่ แต่เชื่อว่าผู้ใหญ่ของพรรคก็คงต้องฟังกระแสสังคมด้วย ซึ่งเท่าที่ฟังจากสื่อหลายฉบับพูดตรงกันว่านายวิฑูรย์ชี้แจงไม่ชัดเจน และสื่อก็เป็นตัวสะท้อนเสียงของประชาชนซึ่งอาจยังติดใจการชี้แจงของนายวิฑูรย์ ดังนั้นเชื่อว่านายวิฑูรย์จะโดนหนัก แต่ไม่รู้ว่าจะถูกปรับออกจาก ครม.หรือไม่

ส่วนที่มีชื่อได้รับการผลักดันเข้ารับตำแหน่งแทนนายวิฑูรย์นั้น นายอิสสระกล่าวว่า คนไม่อยากให้ความเห็นอะไรมากในตอนนี้ แต่ก็ได้คุยกับนายวิฑูรย์ว่าอย่าวิตกว่าจะมีแรงกดดันจากตน ซึ่งนายวิฑูรย์ก็เข้าใจ แถมยังขอให้ช่วยชี้แจงให้อีกทาง

เมื่อถามถึง น.ส.ณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ส.ส.ยโสธร หรือ บ็อบบี้ คนสนิทนายวิฑูรย์ จะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอิสสระกล่าวว่า ผมก็รู้เท่ากับที่สื่อรู้ แต่ยอมรับว่า น.ส.ณิรัฐกานต์ไม่กลับพื้นที่มานานแล้ว เพราะเข้าไปช่วยเหลือนายวิฑูรย์ในกระทรวง

วิฑูรย์อ้างให้แจกเพราะเชื่อเจ้าหน้าที่

ผู้สื่อข่าวภูมิภาค มติชน รายงานว่า นายวิฑูรย์ เดินทางไปพบข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ อ.คำเขื่อนแก้ว อ.เมือง จ.ยโสธร และ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พร้อมกับกล่าวชี้แจงกรณีแจกถุงยังชีพที่ จ.พัทลุง ว่า ได้ไปปฏิบัติงานภารกิจที่ จ.ยโสธร และ จ.อุบลฯในวันแจกถุงยังชีพ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมฯโทรศัพท์รายงานว่าเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน จ.พัทลุง และอนุมัตินำสิ่งของไปช่วยเหลือและของมีอยู่แล้ว จึงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่นำของไปช่วยเหลือชาวบ้าน โดยสิ่งของที่นำไปแจกจ่ายนั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่ายังไม่หมดอายุ จึงอนุญาต หากรู้ว่าปลากระป๋องที่อยู่ในกระป๋องมันเน่าเสีย จะไม่เอาไปให้ชาวบ้านเด็ดขาด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะผมไปให้ข่าวกับสื่อมวลชนสองครั้งและไม่ตรงกัน ทำให้เป็นประเด็นทางเป็นเกมการเมืองที่มาทำร้ายผม นายวิฑูรย์กล่าว

คณะกรรมการการเลือกตั้งแจงเหตุไม่เรียกสุเทพชี้แจง

ขณะที่นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวกรณี กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2551 กรณีแจกทุนการศึกษา เข้าข่ายช่วยนายธานี เทือกสุบรรรณ น้องชายหาเสียง ระหว่างลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ว่า ยอมรับว่ากรณีดังกล่าว กกต.กลางและ กกต.จว.ไม่ได้เรียกนายสุเทพเข้าชี้แจง แต่เรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นกรณีที่เห็นควรเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือแจกใบแดง นายสุริญญา ยืนนาน ผู้สมัคร ส.อบจ.อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสุเทพเป็นผู้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องและถูกพาดพิง จึงสั่งดำเนินคดีอาญา หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วไม่เห็นด้วยกับมติ กกต.ในการให้ใบแดง นายสุเทพก็ไม่ถือว่ามีความผิด แต่หากศาลเห็นตาม กกต.ก็ต้องดำเนินคดีกับนายสุเทพต่อไป ทั้งนี้ หากนายสุเทพจะถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็ไม่ส่งผลให้พรรคถูกยุบได้ เพราะการยุบพรรคมีกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.เท่านั้น แต่ไม่มีอยู่ในกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น

กรณีที่ดำเนินคดีอาญานายสุเทพ เราไม่ต้องเรียกสอบก็ได้ เพราะนายสุเทพไม่ได้เป็นผู้ที่เราจะให้ใบเหลือง (สั่งเลือกตั้งใหม่) และใบแดง (เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง) เพราะงานนี้นายสุเทพเข้าไปมีส่วนพัวพันเราก็เลยเป่านกหวีดฟาวล์ และยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ นายสมชัยกล่าว

อ้างไม่ให้ใบแดงบุญจงเหตุเพราะสอบตก

นายสมชัยยังแถลงว่า การที่ กกต.ไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) แต่ให้ดำเนินคดีอาญากับนายบุญจง เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นการร้องคัดค้านที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ในขณะนั้นนายบุญจงไม่ได้รับการเลือกตั้ง ทำให้ กกต.ยังไม่หยิบยกมาพิจารณาก่อนเป็นลำดับแรก แต่เลือกที่จะพิจารณาสำนวนของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ผู้สมัครจากพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ได้รับการเลือกตั้งก่อน จนต่อมา กกต.ก็พบว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริต จึงสั่งให้เลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2551 ทำให้เรื่องที่มีการร้องคัดค้านนายบุญจงถูกลบล้างไปด้วยเพราะมีการเลือกตั้งใหม่ครั้งนั้น ซึ่ง กกต.ไม่สามารถเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ จึงเหลือแต่เพียงให้ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.พ.ศ.2550 ตามมติของ กกต.เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 ดังกล่าว การกระทำผิดคดีอาญานั้นยังคงอยู่ตลอดไป และการดำเนินคดีอาญานั้น หากศาลพิจารณาว่าผิด ก็สามารถเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายบุญจงได้เป็นเวลา 5 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมดำเนินคดีอาญาอย่างเดียวไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งทั้งที่ทำผิดตามมาตรา 53 ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. นายสมชัยกล่าวว่า เพราะ กกต.ได้ประกาศให้นายบุญจงได้มีสิทธิเลือกตั้งลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 20 มกราคม 2551 ไปแล้ว และการเลือกตั้งครั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม กกต.ก็ยังไม่ได้ประกาศผลเลือกตั้งด้วย จึงยังไม่ได้พิจารณาสำนวนของนายบุญจงก่อน ดังนั้น กกต.จึงพิจารณาสำนวนของนายบุญจงเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2551 หลังจากที่ประกาศผลเลือกตั้งแล้ว เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2551 แล้ว และไม่สามารถเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ เพราะข้อกล่าวหาถูกล้างไปแล้วหลังจาก กกต.มีมติให้เลือกตั้งใหม่

สมชัยโต้ดองเรื่องลั่นมีเพียง2มือ5คน

เมื่อถามว่า กกต.พิจารณาเรื่องล่าช้าหรือไม่จนมีการเลือกตั้งใหม่ทำให้นายบุญจงได้กลับมาเป็น ส.ส. นายสมชัยกล่าวว่า ไม่ใช่ สมมุติหากมีการร้องเรียนมา 2-3 เรื่อง กกต.ได้พิจารณาเรื่องหนึ่งให้เลือกตั้งใหม่ การเลือกตั้งครั้งก่อนก็ถูกลบไปด้วย เพราะ กกต.ได้สั่งให้เลือกตั้งใหม่จะให้พิจารณาอีกเรื่องหนึ่งได้อย่างไร และสำนวนของนายบุญจงที่เข้ามาสู่ กกต.ก็ยังดำเนินการอยู่เพียงแต่ กกต.สั่งให้มีเลือกตั้งใหม่

ส่วนสำนวนของนายบุญจงพิจารณา 3 เมษายน 2550 จนจะครบปีแล้วทำไมยังไม่ส่งฟ้องศาล นายสมชัยกล่าวว่า กกต.ได้พิจารณาเสร็จและให้ดำเนินคดีอาญาไปแล้ว เพียงแต่คำวินิจฉัยอาจล่าช้า ซึ่งหากสั่งให้ดำเนินคดีอาญาแต่ไม่มีคำวินิจฉัยยืนยันก็ไม่มีหลักฐานเบื้องต้นจะไปแจ้งความกับเจ้าพนักงานได้

นายสมชัยกล่าวว่า คงไม่มี เจ้าหน้าที่ยุคใหม่ต้องการดึงเรื่องให้ช้า เพียงแต่งานเยอะ และคงเขียนคำวินิจฉัยยาก กกต.ยืนยันตั้งใจทำตามกฎหมายตรงไปตรงไป เพราะ กกต.มีเพียงสองมือ 5 คน มีสิบมือจะทำให้เรื่องที่มีอยู่หนึ่งพันเรื่อง เมื่อถามว่า ตรงนี้จะถือเป็นข้อบกพร่องของ กกต.หรือไม่ที่ดองสำนวนนายบุญจงนานถึง 10 เดือน นายสมชัยกล่าวว่า จะถือเป็นข้อผิดพลาดคงไม่ใช่ เพราะคดีอาญาก็ใช้เวลานานกว่าศาลจะตัดสิน และเรื่องนี้ก็เป็นส่วนของกฎหมายอาญา

ถ้าเป็นการร้องในการเลือกตั้งครั้งใหม่ กกต.ก็จะให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) แต่ที่พูดถึงกรณีนายบุญจงตอนนี้นั้นไม่ใช่ เพราะ กกต.ได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่แล้ว ซึ่งไม่เหมือนกัน นายสมชัยกล่าว

เฉลิมคุยข้อมูลซักฟอกเด็ดกว่าส.ป.ก.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมกรีนเนอรีย์ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นคราชสีมา ก่อนเข้าร่วมสัมมนาพรรคว่า ขณะนี้พรรคพร้อมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว มีทั้งหลักฐานที่เป็นบุคคลและเป็นเอกสาร บอกได้เลยว่าครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่แบบที่ว่าเรื่องปลากระป๋องหรือเรื่องแจกของนั้นกลายเป็นแค่น้ำจิ้ม โดยเป็นผู้เข้ามาดูแลด้วยตัวเอง แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไรและรัฐมนตรีในส่วนของพรรคไหน เพราะเรื่องแบบนี้เมื่อถึงเวลาก็ต้องดำเนินการทันที

ของแบบนี้บอกกันไม่ได้ว่าจะยื่นเมื่อไร แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องเอาเลยทันที และครั้งนี้จะหนักกว่าเรื่อง ส.ป.ก.ที่เคยล้มพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว ถ้าเราอภิปรายแล้วทำให้พรรคร่วมเชื่อและยกมือสนับสนุนพวกเราโดยนายอภิสิทธิ์อาจจะไม่มีโอกาสยุบสภาเลยก็ได้ ซึ่งขณะนี้กำลังดูเรื่องทีมอภิปรายอยู่ว่าจะต้องใช้ ส.ส.กี่คน และใครจะดูเรื่องอะไรเป็นคนๆ ไป จนถึงรูปแบบการอภิปรายก็จะเป็นรูปแบบใหม่ ที่จะไม่เร่งรัดสรุปแบบกระชั้นชิด อาจจะสรุปหลังข่าวภาคค่ำเพื่อแข่งกับละคร เพื่อวัดว่าประชาชนนั้นสนใจติดตามเรื่องอะไรมากกว่ากันร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

เพื่อไทยอาจยื่นทั้งคณะในสมัยประชุมนี้

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ขณะนี้พรรคได้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนแล้ว แต่อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลทางเทคนิค และรายละเอียดที่จะต้องนำเสนอให้ประชาชนเข้าใจ และเรื่องไหนที่เด็ดขาดจะเป็นผู้อภิปรายเอง โดยน่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทันในสมัยประชุมนี้ และจะเป็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะ สาเหตุที่ทำให้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจล่าช้า เนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะนั้นจำเป็นที่จะต้องถอดถอนนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ต้องเตรียมรายชื่อผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยื่นไปพร้อมกันในครั้งเดียวด้วยตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งพรรคกำลังคุยกันอยู่ว่าผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้นเป็นใคร ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิมพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นได้อยู่แล้ว อีกทั้งส่วนสูงก็ถึง แต่ในพรรคยังมีผู้อาวุโสอยู่หลายคน

นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอีกทางว่า พรรคไม่เร่งรีบที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อว่าอย่างไรกรรมก็ติดเทอร์โบ

ณัฐวุฒิใช้เวทีเพื่อไทยแฉรูปสุเทพแจกของ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่โรงแรมกรีนเนอรี่ รีสอร์ท อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระหว่างร่วมงานสัมมนากับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยกล่าวหานายสุเทพว่า หลังตกเป็นข่าว นายสุเทพยอมรับว่าเดินทางไปในที่ที่มีการร้องเรียนจริง แต่เป็นการไปทำบุญตามประเพณีในฐานะ ส.ส.และกล่าวอวยพรเนื่องในวันสงกรานต์โดยไม่มีการแจกของนั้น

ผมมีรูปภาพของนายสุเทพที่กำลังถวายสังฆทานให้แก่พระภิกษุ จากนั้นได้เดินไปพบผู้สูงอายุในพื้น ที่เกาะสมุย และได้มอบสิ่งของตามที่มีการร้องเรียน ดังนั้น การอ้างว่าไปอวยพรจึงเป็นการกล่าวเท็จและข้อกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ให้มีการยกเว้น ซึ่งหากนายสุเทพประสงค์จะทำบุญ ทำไมต้องไปพร้อมผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ข้าวของที่แจก ระบุชัดว่าเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ การอ้างว่าไม่ใช่กรณีการทุจริต คอร์รัปชั่นนั้น จะต้องไม่ลืมว่า กฎหมายจะต้องเป็นกฎหมาย ความยุติธรรม จะต้องเป็นความยุติธรรม เพราะกรณีของนายสมัคร สุนทรเวช ที่จัดรายการชิมไปบ่นไป ขณะเป็นนายกฯ ก็ไม่ใช่เป็นการทุจริต คอร์รัปชั่น หรือเอาเปรียบทางการเมืองในสนามเลือกตั้งก็ยังถูกพิพากษาว่าขัดต่อกฎหมาย พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในกรณีของนายสุเทพจึงไม่สามารถกล่าวอ้างได้นายณัฐวุฒิกล่าว

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิได้นำภาพถ่ายที่อ้างว่าเป็นของนายสุเทพ นายชุมพล กาญจนะ และนายประพนธ์ นิลวัชรมณี ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ กกต.มีมติเอาผิดคดีอาญาคราวเดียวกัน มาแสดงประกอบการแถลงข่าวด้วย โดยทั้ง 3 คนสวมเสื้อโลโก้ของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดินทางไปแจกผ้าห่มให้ประชาชนบนเกาะสมุย

เพื่อไทยเล็งยื่นถอดถอน3รัฐมนตรี4ก.พ.

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า คาดว่าจะยื่นถอดถอนรัฐมนตรี 3 คน ตามมาตรา 270 ถึงมาตรา 274 ในกรณีออกเสียงลงคะแนนรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต่อประธานวุฒิสภาได้ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เพื่อให้ประธานวุฒิสภานำเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาถอดถอนรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ออกจากตำแหน่ง ส.ส. และตัดสิทธิในการดำรงทางการเมืองต่อไป

สำหรับหนังสือที่นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่างขึ้นเพื่อยื่นถอดถอนอ้างถึงหลักการความรับผิดชอบร่วมกันของคณะรัฐมนตรีตาม มาตรา 178 ที่บัญญัติว่า ในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ตามมาตรา 176 และต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในหน้าที่ของตน รวมทั้งต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบายทั่วไปของคณะรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นเหตุผลประกอบการถอดถอนด้วย

เรืองไกรยื่นด้วย-ป.ป.ช.โบ้ยศาลรธน.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปยื่นหนังสือพร้อมเอกสารบันทึกการลงคะแนนรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบ การลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 1 ของรัฐมนตรี 3 คน เนื่องจากเห็นว่าอาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 177 วรรคสอง ที่ห้ามรัฐมนตรีลงมติในเรื่องที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยได้มอบพยานหลักฐานเป็น 1.เอกสารเชิญประชุมของนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะประธา นรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบกลางปี ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2.บันทึกการประชุมในคืนวันที่ 28 มกราคม ที่มีการรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบฯดังกล่าวในวาระแรก และมีการตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในวาระสองและสาม และ 3.ใบบันทึกการกดบัตรลงคะแนน

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เมื่อยื่นเรื่องมาที่ ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.หรือไม่ หากมีอำนาจก็จะดำเนินการไปตามกระบวนการ อย่างไรก็ดี มองว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะมีอำนาจเป็นผู้วินิจฉัยเรื่องนี้ได้ดีที่สุด โดยนักการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียควรเป็นผู้ดำเนินการยื่นเรื่องเอง

วิปรัฐบาลอ้างมีบรรทัดฐานสามารถทำได้

นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงหลังประชุมวิปรัฐบาลว่า มีการหารือกรณีการยื่นถอดถอน 3 รัฐมนตรี ว่า เรื่องดังกล่าวถือว่าได้ข้อชัดเจนแล้วว่า ที่ฝ่ายค้านอ้างมาตรา 177 เพื่อดำเนินการกับ 3 รัฐมนตรี เป็นเรื่องที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะรัฐมนตรีสามารถลงมติได้

กรณีนี้มีกรณีตัวอย่างแล้ว เมื่อมีรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ขอแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 ซึ่ง ส.ว.บางส่วนในขณะนั้น ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นการกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งผลปรากฏว่ามีการตีความออกมาว่า รัฐมนตรีไม่ได้มีส่วนได้เสียโดยตรง เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นการกระทำต่อคนทั่วไป เป็นภาษีของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ขัดกันต่อตัวรัฐมนตรี นายชินวรณ์กล่าว

รมว.ยุติธรรมลั่นไร้ปัญหา-ใบปลิวตีว่อน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ไม่มีปัญหาขอให้ฝ่ายค้านไปเช็คให้ดีว่า เข้าใจกฎหมายดีหรือไม่ เมื่อมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. ก็ขึ้นอยู่กับองค์กรที่มีอำนาจชี้ขาดจะพิจารณา เพราะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ สำหรับกรณีที่มีใบปลิวโจมตีเผยแพร่ในกระทรวงยุติธรรมในวันเดียวกันนี้นั้น ไม่สนใจ คิดว่าใบปลิวมาเดี๋ยวก็ปลิวไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ามีใบปลิวแจกจ่ายทั่วกระทรวงยุติธรรม เนื้อหากล่าวหานายพีระพันธุ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และเยาะเย้ยว่ารัฐมนตรีอาจต้องไปก่อนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ผ่านมามีแต่ข่มขู่ข้าราชการไปวันๆ โดยใบปลิวดังกล่าวลงชื่อว่าเป็นของนายตำรวจเสื้อแดงในดีเอสไอ

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ไม่ได้มีเจตนาหรือการกระทำใดที่จงใจขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อมั่นว่าการลงมติไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแน่นอน

Advertisement Replay Ad
นายกฯเยือนสุพรรณ กราบหลวงพ่อโต - พระธรรมพุทธิมงคลสอนใช้สติ ผู้บริหารยึดหลักสัมมาวายามะ

นายกฯเยือนสุพรรณ กราบหลวงพ่อโต - พระธรรมพุทธิมงคลสอนใช้สติ ผู้บริหารยึดหลักสัมมาวายามะ

นายกฯ ระบุถ้าทุกอย่างลงตัว จะมีเลือกตั้งปี 61

นายกฯ ระบุถ้าทุกอย่างลงตัว จะมีเลือกตั้งปี 61

บุกประชิดตัวนายกฯ ร้องเรียนอ้างถูกอดีตรมต.เบี้ยวจ่ายค่าตัดเสื้อกีฬา

บุกประชิดตัวนายกฯ ร้องเรียนอ้างถูกอดีตรมต.เบี้ยวจ่ายค่าตัดเสื้อกีฬา

วิษณุ ปาถกฐาใช้มาตรฐานสากลปราบฟอกเงิน

วิษณุ ปาถกฐาใช้มาตรฐานสากลปราบฟอกเงิน

แฉแผนหนี ’ยิ่งลักษณ์’ เปลี่ยนรถที่มีนบุรี ถึงสระแก้วหลัง 4 ทุ่ม

แฉแผนหนี ’ยิ่งลักษณ์’ เปลี่ยนรถที่มีนบุรี ถึงสระแก้วหลัง 4 ทุ่ม

“หมอดูอีที” โหรดังเมียนมาร์กับคำทำนายการเมืองไทย

“หมอดูอีที” โหรดังเมียนมาร์กับคำทำนายการเมืองไทย

“บิ๊กตู่” ไม่ติดใจผลโพลล์ของสถาบันพระปกเกล้า

“บิ๊กตู่” ไม่ติดใจผลโพลล์ของสถาบันพระปกเกล้า

ประวิตร พบเก๋งพา ยิ่งลักษณ์ หนีออกสระแก้ว ไร้ภาพ CCTV

ประวิตร พบเก๋งพา ยิ่งลักษณ์ หนีออกสระแก้ว ไร้ภาพ CCTV

ทนายรอ  'ยิ่งลักษณ์'  ประสานปมฟังคำตัดสินคดี 27 ก.ย.

ทนายรอ  'ยิ่งลักษณ์'  ประสานปมฟังคำตัดสินคดี 27 ก.ย.

“ฮุนเซน” สวมกอด “บิ๊กตู่” หลังร่วมแถลงผลประชุม

“ฮุนเซน” สวมกอด “บิ๊กตู่” หลังร่วมแถลงผลประชุม

นายกฯ เมินโพล ยันก้าวข้าม "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ปัดไล่ล่า

นายกฯ เมินโพล ยันก้าวข้าม "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ปัดไล่ล่า

นายกฯเตรียมถกคกก.ดิจิทัลปรับเบอร์บ้าน10หลัก

นายกฯเตรียมถกคกก.ดิจิทัลปรับเบอร์บ้าน10หลัก

โหรวารินทร์ ย้ำ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กลับไทย ประเทศสงบดี

โหรวารินทร์ ย้ำ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กลับไทย ประเทศสงบดี

"อนุพงษ์" ปัดพา "ยิ่งลักษณ์" หนี  จ่อเอาผิดเพจแชร์ข่าวมั่ว

"อนุพงษ์" ปัดพา "ยิ่งลักษณ์" หนี จ่อเอาผิดเพจแชร์ข่าวมั่ว

นายกฯ ยิ้มนำคณะบินจีนถกผู้นำ BRICS ประเทศตลาดเกิดใหม่

นายกฯ ยิ้มนำคณะบินจีนถกผู้นำ BRICS ประเทศตลาดเกิดใหม่

ตร.สั่งตั้งทีมสืบหา 'ยิ่งลักษณ์' ส่ง กต.ถอนพาสปอร์ต

ตร.สั่งตั้งทีมสืบหา 'ยิ่งลักษณ์' ส่ง กต.ถอนพาสปอร์ต

ชูวิทย์ เผย ตัวอย่างคุกสรยุทธ มีแค่ห้องหมายเลข 13 ที่เรียบร้อย

ชูวิทย์ เผย ตัวอย่างคุกสรยุทธ มีแค่ห้องหมายเลข 13 ที่เรียบร้อย

คนใกล้ชิดยันไม่รู้มาก่อน 'ยิ่งลักษณ์' จะหนี เจอทูตยุโรปก่อนไป

คนใกล้ชิดยันไม่รู้มาก่อน 'ยิ่งลักษณ์' จะหนี เจอทูตยุโรปก่อนไป

พบรถนายตำรวจคนสนิท “ทักษิณ” เข้าบ้านยิ่งลักษณ์ ช่วงเช้า 24 ส.ค.

พบรถนายตำรวจคนสนิท “ทักษิณ” เข้าบ้านยิ่งลักษณ์ ช่วงเช้า 24 ส.ค.

"น้องไปป์" เข้าเรียน รด.วันแรก ผบ.ศูนย์ยันฝึกตามปกติ

"น้องไปป์" เข้าเรียน รด.วันแรก ผบ.ศูนย์ยันฝึกตามปกติ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์