ทะลวงแดนสนธยา แกะรอย กกต. หมกเม็ด-ดองคดี-เป่าทิ้งใบเดงระวังปกปิดข้อมูล ลิ้นพันคอตัวเอง หนึ่ง สอง

ทะลวงแดนสนธยา แกะรอย กกต. หมกเม็ด-ดองคดี-เป่าทิ้งใบเดงระวังปกปิดข้อมูล ลิ้นพันคอตัวเอง หนึ่ง สอง

กตต.เคยมีมติตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่ 2 นายกรณีปลอมลายมือชื่อในเอกสารที่ยื่นต่อศาลฎีกาคดีทุจริตเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช แต่จนบัดนี้เวลาผ่านไปกว่าครึ่งปียังไม่มีความคืบหน้าใดๆ กรณี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 6 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ กกต.มีความเห็นว่า มีพฤติการณ์หลอกลวง ใส่ร้ายด้วยความเท็จจริงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคฯ ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นการ ฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญประกอบรัฐว่าด้วยการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 มาตรา 53(5)

แต่กลับมีมติให้ดำเนินคดีอาญาเพียงอย่างเดียว โดยไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้ใบแดงเหมือนกับกรณีอื่นๆนั้น( มี กกต.เสียงข้างน้อย 2 คนที่เห็นว่า ควรให้ใบแดงนายบุญจงคือ นายสุเมธ อุปนิสากร และ นายประพันธ์ นัยโกวิท )

กำลังจะกลายเป็นหอกที่ทิ่มเข้าใส่ กกต. ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทั้งจากพรรคเพื่อไทยที่จ้องขย้ำนายบุญจงและจาก นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ระบบสรรหาซึ่ง กกต.อ้างว่า องค์กรที่ส่งนายเรืองไกรเข้าสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อสอยนายเรืองไกรพ้นจากเก้าอี้

ยิ่ง นายสมชัย จึงประเสริฐ 1 ใน 5 กกต.และ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.ออกมาชี้แจง ก็ยิ่งเห็นอาการลิ้นพันคอตัวเองหนักยิ่งขึ้นซึ่งข้ออ้างของบุคคลทั้งสองสรุปได้ดังนี้

นายบุญจงไม่ได้ชนะเลือกตั้งในการลงคะแนนเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 แต่ผู้ชนะคือ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี จากพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่เมื่อมีการให้ใบเหลืองนายพลพีร์ มีการลงคะแนนใหม่ในวันที่ 20 มกราคม 2551 นายบุญจงเป็นผู้ชนะ(นายสมชัย เป็นผู้ชี้แจง)

แต่ข้อเท็จจริงคือ ผู้สมัครที่สอบตกหลายคดี ถูก กกต.ให้ใบแดง ซึ่ง กกต.ต้องส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยเร็ว

การมีความผิดตามมาตรา 53 (ผู้สมัครทุจริตเลือกตั้ง) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯไม่ได้หมายความว่า ต้องถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งทุกกรณีไป แต่ขึ้นอยู่กับการใช้ดุลพินิจของ กกต. ถ้าเห็นว่า มีระดับความร้ายแรงฯ มีการยกตัวอย่างคดีจากการประชุม กกต. 3 ครั้งเป็นตัวอย่างคือ ครั้งที่ 61/2551, 81/2551 และ 139 /2551 ซึ่ง กกต.มีมติให้ดำเนิอนคดีอาญาอย่างเดียว(นายสุทธิพล ทวีชัยการ) เป็นผู้ชี้แจง

แต่ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของมติชนออนไลน์พบว่า มติ กกต. 2 ครั้งคือครั้งที่ 61/2551 ผู้สมัคร ส.ส. สุรินทร์ พรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน ซึ่งสอบตกกระทำความผิดตาม มาตรา 59และ 60 เป็นความผิดเกี่ยวกับการติดป้ายโฆษณาและหาเสียงทางวิทยุกระจายเสียงและ ครั้งที่ 81 /2551 ดร.มานะ มหาสุวีรชัย ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาราช กระทำความผิด มาตรา 60 เกี่ยวกับการหาเสียงทางวิทยุกระจายเสียงซึ่งมีโทษเบากว่าการทุจริตเลือกตั้ง

สำหรับมติ กกต. ครั้งที่ 139/2551 ไม่สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ของ กกต.

การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่ารเลือกตั้งฯนั้น มีหลายฐานความผิด เช่น การทถุจริตของคณะกรรมการการเลือกตั้งระดับต่างๆ, การกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ, การกระทำความผิดของผู้สมัครในการทุจริตเลือกตั้ง(มาตรา 53) ในการใช้เงินหาเสียงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด, การโฆษณาหาเสียงผิดข้อกำกำหนดของ กกต.ซึ่งความผิดแต่ละฐานมีโทษหนักเบาต่างกัน

ทั้งนี้ความผิดของ ผู้สมัครในการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครนั้น กกต.จะต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้ใบแดง แต่ถ้าเป็นการกระทำความผิดของหัวหน้าคะแนนหรือผู้ใกล้ชิดผู้สมัคร มักจะได้ใบเหลืองหรือให้มีการเลือกตั้งใหม่เท่านั้น และถ้าเป็นความผิดเกี่ยวกับการกาติดป้ายหาเสียงจะแค่ดำเนิอนคดีอาญา

นอกจากกรณีนายบุญจงแล้ว กตต.เคยมีมติตั้งคณะกรรมการ สอบสวนวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนสอบสวน 2 นายกรณีปลอมลายมือชื่อในเอกสารที่ยื่นต่อศาลฎีกาคดีทุจริตเลือกตั้ง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนวินัยร้ายแรงเมื่อกลางปี 2551 (เอกสารข่าว สำนักงาน กกต. เลขที่ 95_2551 วันที่ 26 มิถุนายน 2551)

แต่จนบัดนี้เวลาผ่านไปกว่าครึ่งปียังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ไม่รู้ดองเรื่องอยู่ที่ไหน เพราะมีข่าวว่าระดับบิ๊กใน กกต.พยายามปิดคดีโดยการช่วยเหลือเจ้าหน้ราที่ที่ถูกกล่าวหา ทั้งๆที่การปลอมแปลงลายมือชื่อในเอกสารราชการเป็นทั้งความผิดอาญาและผิดวินัยร้ายแรง

เอกสารข่าวของสำนักงาน กกต.ระบุรายละเอียดในเรื่องนี้ว่า นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีพนักงานสำนักงาน กกต.ถูกกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารอันเป็นเท็จการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของ นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ (พยานคนสำคัญในคดีนายยงยุทธ)ว่า สำนักงาน กกต. ได้ให้ความสำคัญและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด กกต.ได้มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแก่พนักงานของสำ นักงาน กกต. จำนวน 2 ราย ( พ.ต.ท.กฤษณ์ ณ เชียงใหม่ และนายเอกลักษณ์ บุญรุ่ง) ซึ่งถูกกล่าวหาว่า มีการจัดทำเอกสารขอตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ โดยการปลอมลายมือชื่อของ พ.ต.อ. ณัฐศักดิ์ นานาวัน ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 5 แจ้งผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคการเมืองของนายชัยวัฒน์ ให้แก่ นายสาคร ศิริชัย ทนายความของนายยงยุทธ ติยะไพรัช เพื่อนำไปยื่นศาลฎีกา ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบของสำนักงาน กกต. อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน กกต.อย่างร้ายแรง หากการสอบสวนพาดพิงถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของพนักงานผู้อื่นก็ให้มีอำนาจสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องนี้ด้วย

นอกจากนี้เลขาธิการ กกต. ยังกล่าวด้วยว่า สำ นักงาน กกต.กำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงประเด็นที่ นายศิริโชค โสภา ได้ตั้งข้อสังเกตกรณีสำนักงาน กกต.โดยด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ชี้แจงผลการตรวจสอบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของนายชัยวัฒน์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 และวันที่ 15 พฤษภาคม 2551ไม่ตรงกันและสงสาจะมีการปกปิดข้อมูลหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางคดีแก่นายยงยุทธ ติยะไพรัช อีกด้วย

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวให้เสร็จโดยเร็ว แล้วเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณาต่อไป

จากเอกสารแถลงข่าวนายสุทธิพลระบุว่า ได้ให้ความสำคัญและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวให้เสร็จโดยเร็ว

แต่เวลานี้เวลาผ่านไป 6 เดือน คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยที่มี นายสมชาติ เจศรีชัย รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน สอบสวนไปถึงไหนแล้ว ไม่มีใครทราบ

นอกจากนั้นการที่ พ.ต.อ. ณัฐศักดิ์ นานาวัน ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 5 ลงนามรับรองเอกสารดังกล่าว ทั้งๆที่เป็นการปลอมลายมือชื่อตนเองน่าจะเป็นประเด็นสำคัญซึ่งอาจเชื่อมโยงถึงทนายความของนายยงยุทธและนายยงยุทธด้วยหรือไม่

การสอบสวนล่าช้าดังกล่าวทำให้น่าสงสัยว่า มีอะไรเกิดขึ้นในสำนักงาน กกต.

เพราะก่อนหน้านี้ในสมัย กกต.ชุดที่มี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน มีกว่า 20 สำนวนที่การร่างคำวินิจฉัยไม่ตรงกับมติ กกต.กล่าวคือ มติ กกต.ที่ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง) เขียนคำวินิจฉัยออกมาเป็นใบเหลือง (แค่จัดการเลือกตั้งใหม่) มติที่ให้ใบเหลือง เขียนคำวินิจฉัยเป็นใบขาวหรือไม่มีความผิด ซึ่งน่าสงสัยว่า จะเป็นการขายสำนวนหรือแสวงหาผลประโยชน์จากสำนวนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

ปรากฏว่า กกต.ชุดปัจจุบันได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เขียนคำวินิจฉัยสถานเบาแค่ตัดเงินเดือน โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้แก่สาธารณชนทราบทั้งๆที่เป็นเรื่องประโยชน์สาธารณะ

เช่นเดียวกับมติ กกต.จำนวนมากที่ถูกหมกเม็ดไม่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ เว็บไซต์ของ กกต.ก็พิกลพิการขาดข้อมูลสำคํญจำนวนมากทำให้ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของ กกต.ได้

ทำให้ กกต.กลายเป็นแดนสนธยาอย่างเช่นทุกวันนี้

Advertisement Replay Ad
สตช.ปัดจัดฉากสอบตำรวจ ค้นรถแคมรี่พา “ยิ่งลักษณ์” หนี

สตช.ปัดจัดฉากสอบตำรวจ ค้นรถแคมรี่พา “ยิ่งลักษณ์” หนี

ผู้พิพากษาชี้ ตำรวจพา "ยิ่งลักษณ์" หนียังไม่ผิดอาญา

ผู้พิพากษาชี้ ตำรวจพา "ยิ่งลักษณ์" หนียังไม่ผิดอาญา

แฉรถยนต์ 3 คัน พา “ยิ่งลักษณ์” เผ่นหนีชายแดนสระแก้ว

แฉรถยนต์ 3 คัน พา “ยิ่งลักษณ์” เผ่นหนีชายแดนสระแก้ว

สั่งเด้ง! รองผู้การ 5 เกี่ยวช่วยยิ่งลักษณ์หนี พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

สั่งเด้ง! รองผู้การ 5 เกี่ยวช่วยยิ่งลักษณ์หนี พร้อมตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

"ศรีวราห์" ปล่อย 3 ตำรวจเอี่ยวพา “ปู” หนี เหตุไม่พบผิดทางอาญา

"ศรีวราห์" ปล่อย 3 ตำรวจเอี่ยวพา “ปู” หนี เหตุไม่พบผิดทางอาญา

"ศรีวราห์" สอบเข้มนายตำรวจโยงพา "ยิ่งลักษณ์" หนี

"ศรีวราห์" สอบเข้มนายตำรวจโยงพา "ยิ่งลักษณ์" หนี

สั่ง 13 แกนนำพันธมิตรฯ ชดใช้ ทอท. 522 ลบ. ฐานปิดสนามบิน

สั่ง 13 แกนนำพันธมิตรฯ ชดใช้ ทอท. 522 ลบ. ฐานปิดสนามบิน

นายกฯเยือนสุพรรณ กราบหลวงพ่อโต - พระธรรมพุทธิมงคลสอนใช้สติ ผู้บริหารยึดหลักสัมมาวายามะ

นายกฯเยือนสุพรรณ กราบหลวงพ่อโต - พระธรรมพุทธิมงคลสอนใช้สติ ผู้บริหารยึดหลักสัมมาวายามะ

นายกฯ ระบุถ้าทุกอย่างลงตัว จะมีเลือกตั้งปี 61

นายกฯ ระบุถ้าทุกอย่างลงตัว จะมีเลือกตั้งปี 61

บุกประชิดตัวนายกฯ ร้องเรียนอ้างถูกอดีตรมต.เบี้ยวจ่ายค่าตัดเสื้อกีฬา

บุกประชิดตัวนายกฯ ร้องเรียนอ้างถูกอดีตรมต.เบี้ยวจ่ายค่าตัดเสื้อกีฬา

วิษณุ ปาถกฐาใช้มาตรฐานสากลปราบฟอกเงิน

วิษณุ ปาถกฐาใช้มาตรฐานสากลปราบฟอกเงิน

แฉแผนหนี ’ยิ่งลักษณ์’ เปลี่ยนรถที่มีนบุรี ถึงสระแก้วหลัง 4 ทุ่ม

แฉแผนหนี ’ยิ่งลักษณ์’ เปลี่ยนรถที่มีนบุรี ถึงสระแก้วหลัง 4 ทุ่ม

“หมอดูอีที” โหรดังเมียนมาร์กับคำทำนายการเมืองไทย

“หมอดูอีที” โหรดังเมียนมาร์กับคำทำนายการเมืองไทย

“บิ๊กตู่” ไม่ติดใจผลโพลล์ของสถาบันพระปกเกล้า

“บิ๊กตู่” ไม่ติดใจผลโพลล์ของสถาบันพระปกเกล้า

ประวิตร พบเก๋งพา ยิ่งลักษณ์ หนีออกสระแก้ว ไร้ภาพ CCTV

ประวิตร พบเก๋งพา ยิ่งลักษณ์ หนีออกสระแก้ว ไร้ภาพ CCTV

ทนายรอ  'ยิ่งลักษณ์'  ประสานปมฟังคำตัดสินคดี 27 ก.ย.

ทนายรอ  'ยิ่งลักษณ์'  ประสานปมฟังคำตัดสินคดี 27 ก.ย.

“ฮุนเซน” สวมกอด “บิ๊กตู่” หลังร่วมแถลงผลประชุม

“ฮุนเซน” สวมกอด “บิ๊กตู่” หลังร่วมแถลงผลประชุม

นายกฯ เมินโพล ยันก้าวข้าม "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ปัดไล่ล่า

นายกฯ เมินโพล ยันก้าวข้าม "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ปัดไล่ล่า

นายกฯเตรียมถกคกก.ดิจิทัลปรับเบอร์บ้าน10หลัก

นายกฯเตรียมถกคกก.ดิจิทัลปรับเบอร์บ้าน10หลัก

โหรวารินทร์ ย้ำ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กลับไทย ประเทศสงบดี

โหรวารินทร์ ย้ำ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้กลับไทย ประเทศสงบดี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์