นายกฯลุยงาน ปยป. ไม่บังคับปรองดองย้ำปชต.ตามกรอบ

นายกฯลุยงาน ปยป. ไม่บังคับปรองดองย้ำปชต.ตามกรอบ

นายกฯลุยงาน ปยป. ไม่บังคับปรองดองย้ำปชต.ตามกรอบ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา


นายกรัฐมนตรี ยัน ป.ย.ป. เร่งรวบรวมงาน เดินหน้าต่อตามยุทธศาสตร์ ส่งมอบรัฐบาลใหม่ ย้ำปรองดองไม่บังคับใคร เรื่องกฏหมาย ว่าตามขั้นตอน เร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องประชาธิปไตย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางสถานีโทรทัศน์ รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่าการพูดคุยกับสื่อสารประชาชนทั้งประเทศ ถือว่ามีความสำคัญในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน เป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปประเทศ มีหลายเรื่องต้องทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน ซึ่งในโอกาสเข้าเฝ้าถวายพระพร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  จึงขอน้อมนำพระดำรัส และมงคลชีวิตต่างๆ มาฝากประชาชน โดยสมเด็จพระสังฆราช ได้ทรงสอนให้ "มีสติ ให้รู้คิด รู้ตัว และรู้ปฏิบัติ" และเป็นกำลังใจให้รัฐบาลและ คสช.ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท พร้อมรับสั่ง เตือนสติอย่ายึดติด ลาภยศ ซึ่ง รัฐบาลและ คสช.จะตั้งใจในการทำความดีเพื่อประเทศชาติ เพื่อให้คนไทย เพื่อสนองพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วย

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกรณีสื่อบางฉบับ บางคอลัมน์ บางสำนักพิมพ์ เขียนข่าวในเชิงดูถูก ดูแคลน การทำงานของ "แม่น้ำ 5 สาย" เพราะอาจจะเขียนด้วยความสะใจ หรือไร้ข้อเท็จจริง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ รัฐบาลและ คสช. จะไม่มีผลงาน ไม่มีการแก้ไข หรือไม่มีการทำงานเรื่องของการปฏิรูป อยากให้ประชาชน และสังคมพิจารณาอย่างเป็นกลาง สื่อที่ขาดจรรยาบรรณ มีส่วนน้อย ที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์ ในเชิงไม่ใช่ "ติเพื่อก่อ" แต่เป็นลักษณะ "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ" จึงอยากขออย่าเสนอข่าวเกินเลย อ้างว่ารัฐบาลปิดกั้น เพื่อทำให้สื่อขายดี แต่ประเทศชาติ สังคมเกิดการแตกแยก ขัดแย้งขยายวงกว้าง จนเกิดความรุนแรง เพราะว่าถ้าเกิดความเข้าใจผิด บิดเบือน ปลุกระดม ความรุนแรง เพราะจะแก้ไขยาก โดยเฉพาะในโซเชียล  

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) นั้น ปัจจุบันก็อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมผลงาน ที่รับบาลและ คสช. ได้ทำมาแล้ว 2 ปี  กับงานที่ยังไม่ได้ทำ มารวบรวมกันให้ชัดเจนขึ้น หลายอย่างก็ต้องทำแผนงานโครงการ Road Map จึงอยากให้ประชาชนและสังคมได้เปรียบเทียบกันก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามา อะไรดีขึ้น อะไรแย่ลง อย่าไปมองเฉพาะบางกิจกรรม อย่าไปเชื่อคำบิดเบือน โดยองค์ประกอบของ ป.ย.ป. ในส่วนของรัฐบาลและ คสช.นั้น มีหน้าที่เพียง สั่งการ มอบนโยบาย กำกับดูแล ก็เหมือนกับ ครม. แต่เอางานอื่นมาเติมเข้ามาทั้ง จาก สปท.-สนช.-สปช. ว่าทำครบหรือไม่  และมีสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU) มาติดตามขับเคลื่อนต่อ เพราะมีการจัดทำยุทธศาสตร์ไว้ล่วงหน้าแล้ว และต้องปฏิบัติให้ได้ ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และมีกฎหมายลูกเพื่อให้สอดคล้องกับมาตราทุกมาตราในรัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาชนต้องมาปฏิบัติตาม โดยทำงานหลายๆ อย่างพร้อมๆ กันมีปัญหามาก เพราะปล่อยปละละเลยกันมามาก แต่ต้องรอบคอบ มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ให้ดีที่สุด ทั้ง 4 คณะ เพื่อเตรียมการส่งต่อให้รัฐบาลในอนาคต ทำงานต่อโดยที่การทำงานของ ป.ย.ป. –กขป. –PMDU  จะมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ของประเทศ คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"  

ส่วนเรื่องปรองดองนั้นอยู่ที่คน  บังคับไม่ได้ ถ้าทุกคนไม่อยากปรองดอง เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องช่วยตัวเอง เพื่อประเทศชาติโดยรวม  หลายอย่างเป็นเรื่องความขัดแย้งทาง  การเลือกตั้ง  ซึ่งขอถามกลับว่า หากเลือกตั้งแล้วยังเป็นแบบนี้อยู่  ประเทศชาติจะสงบหรือไม่ ให้ประชาชนไปคิดเอง  ดังนั้นจึงต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง  ซึ่งส่วนตัวได้พยายามปรับตัวเองอยู่  ส่วนเรื่องของกฏหมาย เรื่องคดีทุจริต เรื่องจำนำข้าว ก็ว่าไปตามขั้นตอนของกฏหมาย 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า การปฏิรูปประเทศ พูดมาหลายครั้งว่ามี "แม่น้ำทั้ง 5 สาย" ร่วมกันทำงานตลอด 2 ปี  ซึ่งอาจจะมีนักการเมืองไม่ดีบางคน พูดทำให้สังคมเข้าใจผิด ว่าไม่ทำอะไร ขอยืนยัน รัฐบาล -คสช. ทำเต็มที่ จึงอยากให้ประชาชนให้ความเป็นธรรม ให้กำลังใจกับ รัฐบาล ข้าราชการ คสช. ด้วย เพื่อจะขับเคลื่อนต่อไปให้ได้ เช่นการบริหารจัดการน้ำ, การดูแลผู้มีรายได้น้อย แต่ก็จำเป็นต้องรักษาวินัยการเงิน การคลัง ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อดูแลคนไทยทั้งประเทศ จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันในรูปแบบ "ประชารัฐ"

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า การทำงานในวันนี้ ของรัฐ และปฏิบัติตัวของประชาชน ต้องมีการปรับตัว ต้องมีการพัฒนาตนเอง ข้าราชการก็ต้องมีประสิทธิภาพ มีขีดความสามารถสูงขึ้น เพื่อประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะเมื่อนโยบายลงในระดับพื้นที่แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ที่มีความสำคัญมากที่สุด ในการขับเคลื่อนทุกอย่างจากทุกกระทรวง ในฐานะ "พ่อเมือง" ต้องมีทั้งวิสัยทัศน์  มีการปฏิบัติงานเชิงรุก  และมองประเด็นปัญหาการปฏิบัติในพื้นที่ได้ครบทุกมิติ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่าอยากฝากข้อคิดสุดท้าย เรื่องการสร้างความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตย  ต้องมีกรอบของรัฐ ของประชาชน  ของปวงชน  เมื่อใดที่กฎหมายถูกละเมิด รัฐควบคุมสถานการณ์ไม่ได้  ประชาชนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย แสดงว่าประชาธิปไตย มีปัญหากำลังไปสู่อนาธิปไตย  ดังนั้นต้องทำอย่างไร ที่จะไม่ไปถึงจุดนั้น ซึ่ง รัฐ – ประชาชน – ปวงชน ต้องหาจุดพอดีให้ได้ เมื่อใดที่รู้สึกว่าจะทำเกินเลยไป  ต้องหยุด รัฐบาลต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ แก้ปัญหาให้ได้  โดยจะต้องไม่ให้ใครเดือดร้อน ต้องอยู่ในกรอบของสิทธิ – เสรีภาพ ในกรอบของประชาธิปไตย ซึ่งจะต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น การประท้วง การสร้างความวุ่นวาย  เกิดทุกรัฐบาลที่ผ่านมา  อย่าโทษว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่ง  เพราะตนเองอยู่ด้วย อยู่ตรงกลาง เห็นทั้งคู่   ถ้าหยุดได้ตรงนั้นพอดีก็สามารถใช้กระบวนการประชาธิปไตยปกติแก้ไขปัญหาได้ และทุกฝ่ายยอมรับ  ด้วยกลไกของสภาผู้แทนราษฎร ไปสู่การเลือกตั้ง  ตั้งรัฐบาลใหม่  เหล่านี้เป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย  แต่ที่ผ่านมา ไม่เป็นอย่างนั้นขัดแย้งกันไปกันมา  ประท้วง  บานปลายไปสู่ใช้อาวุธ  และท้ายสุดก็ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้  จะให้ทหารไปปราบฝั่งโน้น ฝั่งนี้ ไม่ได้ และที่ทหารออกมา เพราะมีการยิงวัด สถานที่ราชการ คลังน้ำมัน ฉะนั้นวันนี้ไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลายอีก และที่พูดก็ไม่ได้ต้องการที่จะไปเป็นอุปสรรคต่อการปรองดองแค่พูดให้คิด  ให้เข้าใจ  และแก้ไขกัน รัฐบาล  ปวงชน  ประชาชน เพราะทหารเข้ามานั้นเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุที่ลุกลามไปแล้ว  ไปสู่การจลาจล ขอให้เข้าใจด้วย 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น การค้าการลงทุนจากประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การสร้างห่วงโซ่คุณค่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ ขณะที่การประชุมรถไฟฟ้า รถไฟ คืบหน้าอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมากว่าสิบปียังทำไม่ได้ขนาดนี้ พร้อมขอให้ประชาชนมีความเข้าใจด้วย ว่าเมื่อมีการก่อสร้างโครงการลงทุน ส่งผลให้จราจรติดขัด แต่เพื่ออนาคตของประเทศ จึงขอให้เข้าใจ  ส่วนเรื่องการปรับปรังองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ก็ว่าไปตามกฎหมาย 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนมีความสุข ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ขอขอบคุณ และขอโทษหากสิ่งที่พูดไม่เข้าหูด้วย 


มทภ.4 ขึ้น ฮ. บินรับมอบตัวผู้เห็นต่าง

มทภ.4 ขึ้น ฮ. บินรับมอบตัวผู้เห็นต่าง

นายกฯปัดม.44รังแกพระ-รอผลEIAสรุปโรงไฟฟ้าถ่านหิน

นายกฯปัดม.44รังแกพระ-รอผลEIAสรุปโรงไฟฟ้าถ่านหิน

มทภ.4มอบสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยใต้

มทภ.4มอบสิ่งของช่วยผู้ประสบอุทกภัยใต้

นายกถึงกทม.แล้วหลังลงปฏิบัติภารกิจศรีสะเกษ

นายกถึงกทม.แล้วหลังลงปฏิบัติภารกิจศรีสะเกษ

ตร.ทำเนียบซักซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตร.ทำเนียบซักซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

ผบ.ทบ.ขออย่าโยงต้านม.44วัดธรรมกายกับการเมือง

ผบ.ทบ.ขออย่าโยงต้านม.44วัดธรรมกายกับการเมือง

ผบ.ทบ.กำชับนสศ.หนุนรบ.เสริมสร้างปรองดอง

ผบ.ทบ.กำชับนสศ.หนุนรบ.เสริมสร้างปรองดอง

นายกเปิดโรงสีข้าวอินทรีย์บ้านอุ่มแสงศรีสะเกษ

นายกเปิดโรงสีข้าวอินทรีย์บ้านอุ่มแสงศรีสะเกษ

โฆษกกห.แถลง6พรรคมองปัญหาขัดแย้งอยู่ที่ตัวบุคคล

โฆษกกห.แถลง6พรรคมองปัญหาขัดแย้งอยู่ที่ตัวบุคคล

เลขาฯแจงสถิติการลงมติ-การลา7สนช.ถูกต้อง

เลขาฯแจงสถิติการลงมติ-การลา7สนช.ถูกต้อง

กห.เริ่มจัดเวทีส่วนภูมิภาคฟังปรองดอง1-31มี.ค.

กห.เริ่มจัดเวทีส่วนภูมิภาคฟังปรองดอง1-31มี.ค.

จาตุรนต์FBโต้สปท.ชี้การปฏิรูปมีแต่ล้มเหลว

จาตุรนต์FBโต้สปท.ชี้การปฏิรูปมีแต่ล้มเหลว

นายกฯปลูกต้นไม้กับดาบวิชัยฝากเด็กตั้งใจเรียน

นายกฯปลูกต้นไม้กับดาบวิชัยฝากเด็กตั้งใจเรียน

สมคิดคุยทูตอินเดียพัฒนาความร่วมมือด้านขนส่ง

สมคิดคุยทูตอินเดียพัฒนาความร่วมมือด้านขนส่ง

พีระศักดิ์สอบ7สนช.ย้ำไม่ขาดสมาชิกภาพ

พีระศักดิ์สอบ7สนช.ย้ำไม่ขาดสมาชิกภาพ

สมคิดพบผู้แทนIMFหารือสถานการณ์ศก.

สมคิดพบผู้แทนIMFหารือสถานการณ์ศก.

ประวิตรกำชับตร.ปฏิรูปภาพลักษณ์-เข้มบังคับใช้กม.

ประวิตรกำชับตร.ปฏิรูปภาพลักษณ์-เข้มบังคับใช้กม.

สามารถFBจี้ทบทวนประมูลรถไฟทางคู่ใหม่

สามารถFBจี้ทบทวนประมูลรถไฟทางคู่ใหม่

ประวิตรเมินวัดพระธรรมกายร้องUN-ยันตั้งปยป.เหมาะสม

ประวิตรเมินวัดพระธรรมกายร้องUN-ยันตั้งปยป.เหมาะสม

นายกฯคุยชาวศรีสะเกษขอช่วยพัฒนาปท.ลดขัดแย้ง

นายกฯคุยชาวศรีสะเกษขอช่วยพัฒนาปท.ลดขัดแย้ง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์