รวบตัวพ่อเลี้ยงโหด ญาติแฉเห็นคาตา ทำร้ายด.ช. 3 ขวบดับ

รวบตัวพ่อเลี้ยงโหด ญาติแฉเห็นคาตา ทำร้ายด.ช. 3 ขวบดับ

รวบตัวพ่อเลี้ยงโหด ญาติแฉเห็นคาตา ทำร้ายด.ช. 3 ขวบดับ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.พิเชษ วงษ์บุรี ผกก.สภ.กุมภวาปี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ นาขวา รองผกก.สส.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ได้ประชุมสอบถามสำนวนคดี กรณีเด็กชายเอ อายุ 3 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ต้องนำเครื่องช่วยหายใจทำการยื้อชีวิตเอาไว้ พร้อมสั่งการให้รวบรวมหลักฐานพยานแวดล้อมทั้งหมด ไปขอหมายจับที่ศาลจังหวัดอุดรธานี โดยเด็กชายเอได้เสียชีวิต เมื่อคืนเวลา 23.05 น.

พ.ต.อ.พิเชษ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งได้ให้ตำรวจสอบสวนและตำรวจสืบสวน ไปตรวจสอบดูบ้านพักของเด็ก ติดตามเหตุทำร้ายร่างกายเด็กชายเอจริงหรือ ที่นำตัวถูกส่งมารักษาตัว รพ.ศูนย์อุดรธานี พร้อมกับได้เรียกตัวพยานในที่เกิดเหตุ และพ่อแม่ของเด็กชายเอมาสอบปากคำอย่างละเอียด

ซึ่งจากการพิจารณาแล้ว เด็กชายที่ได้รับบาดเจ็บไม่น่าที่จะเกิดเหตุตามที่พ่อแม่ของเด็กให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะบาดเจ็บสาหัสเกินกว่าที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ จึงได้รวบรวมหลักฐานพยานต่างๆ เพื่อเสนอขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 1 คือ พ่อเลี้ยงของเด็กชายเอ

ส่วนบรรยากาศบ้านของเด็กชายเอ ญาติพอทราบข่าวว่าเด็กชายเอเสียชีวิตเมื่อคืนนี้ ได้มารวมตัวและนำเต็นท์มากางไว้ข้างบ้านพร้อมกับโต๊ะและเก้าอี้ ทุกคนส่วนใหญ่ลงความคิดว่า เด็กชายเอถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายทำให้เสียชีวิต

นางเชาวรัตน์ อายุ 58 ปี ญาติเด็กชายเอ กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุตนมานั่งเล่นอยู่ที่บ้านญาติที่อยู่ใกล้กับบ้านเด็กชายเอ ห่างไปประมาณ 20 เมตร เห็นพ่อเลี้ยงได้อุ้มเด็กชายเอหมดสติ ที่ใส่แต่เสื้อ ไม่ได้นุ่งกางเกง ออกมาด้านหลังบ้านพัก แล้วทำการเขย่าร่างเด็กชายเอหลายครั้ง และทำการราดน้ำเพื่อจะให้เด็กชายเอให้รู้สึกตัว

จากนั้นตนจึงได้วิ่งมาดูและร้องถามว่าหลานเป็นอะไร พ่อเลี้ยงตอบว่าจะใส่กางเกงให้กับเด็กชายเอ ตนจึงรีบนำร่างของหลานชายนำส่งรพ. ในสภาพที่ร่างกายของเด็กชายเอไม่น่าจะมีชีวิตรอด ก่อนไปส่งรักษาต่อรพ.ศูนย์อุดรธานี แล้วเสียชีวิต

นางบัน อายุ 88 ปี ยายทวดของเด็กชายเอ กล่าวว่า หลานเขยคนนี้เพิ่งแต่งงานกับหลานสาวคือแม่ของเด็กชายเอ อยู่กินที่บ้านหลังดังกล่าว โดยตนได้สังเกตเห็นหลานชาย หวาดกลัวตัวสั่นเวลาอยู่กับพ่อเลี้ยงตามลำพังสองคน จึงได้สอบว่าพ่อเลี้ยงเคยตีหรือทำร้ายหรือไม่ แต่หลานชายไม่กล้าบอกและมีอาการกลัว

โดยตอนเช้าในวันเกิดเหตุ ตนยังพาหลานชายเด็กชาย ไปใส่บาตรที่หน้าบ้าน พอเวลาช่วงบ่ายแม่ของเด็กชายเอออกไปซื้อต้นหอม ปล่อยเด็กชายเออยู่บ้านกับพ่อเลี้ยงสองคน มารู้อีกทีหลานชายถูกนำส่งรพ.แล้ว และมาเสียชีวิตในที่สุด

นางบัน กล่าวทั้งน้ำตา รู้สึกเสียใจมากที่หลานชายมาตาย เพราะตนเองเลี้ยงมาตั้งแต่แม่ของเขาคลอดออกมา ไม่นึกไม่ฝันว่าหลานชายที่อยู่วัยกำลังน่ารัก จะมาตายก่อนวัยอันควร ตนไม่เชื่อว่าหลายชายจะตายเพราะอุบัติเหตุ ต้องมีคนทำให้เขาตายอย่างแน่นอนคิดว่าจะเป็นพ่อเลี้ยงเป็นคนทำ

ส่วน น.ส.อัจฉริยา ครูผู้ช่วยดูแลเด็ก ประจำศูนย์เด็กเล็กบ้านกุดยาง ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี กล่าวว่า เด็กชายเอเข้ามาเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ เมื่อเดือน ก.ค.59 ที่ผ่านมา เป็นเด็กที่มีนิสัยร่าเริง พูดคุยเก่ง เล่นกับเพื่อน แต่ภายหลังกลายเป็นเด็กเงียบ ไม่ชอบเล่นกับเพื่อน และขาดเรียนบ่อย ตั้งแต่แม่ของเขามีสามีใหม่ ซึ่งแม่ของเด็กแจ้งว่าเป็นไข้เลือดออก ตั้งแต่สิ้นเดือน พ.ย. 59

และไม่ได้มาโรงเรียนเลยจนถึงปัจจุบัน และยายของเด็กชายเอมาแจ้งว่าจะย้ายไปเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กบ้านท่าลี่ ในระยะหลังก่อนที่จะไม่มาเลยนั้น เวลาพ่อเลี้ยงมารับเด็กชายเอที่โรงเรียน เด็กชายเอจะร้องไห้และวิ่งหนี บางครั้งวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังครู

ต่อมาเวลา 13.40 น. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง สว.สส. สภ.กุมภวาปี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน หลังจากศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ จ.74/2560 ลงวันที่ 28 ก.พ.2560 เข้าทำการจับกุมตัว นายทวี อายุ 31 ปี พ่อเลี้ยงเด็กชายเอ ที่บริเวณห้องเก็บศพ รพ.ศูนย์อุดรธานี

ซึ่งนายทวีได้ไปขอดูศพเด็กชายเอ พร้อมกับภรรยาและญาติ ในข้อหาว่าทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย ทำให้นายทวีถึงกับเข่าทรุด โดยเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไปเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook