มองต่างมุม! บ้านลุงเลี้ยงนกพิราบกลางกรุง

มองต่างมุม! บ้านลุงเลี้ยงนกพิราบกลางกรุง

มองต่างมุม! บ้านลุงเลี้ยงนกพิราบกลางกรุง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพบ้านหลังหนึ่งในเขตห้วยขวางที่มีนกพิราบมาเกาะบนสายไฟและบริเวณบ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งนกพิราบเหล่านี้นอกจากจะถ่ายมูลลงมาพื้นถนนแล้ว ยังสร้างความหวาดกลัวให้กับเพื่อนบ้านและผู้ที่สัญจรไปมาบริเวณนั้น เนื่องจากกลัวว่านกพิราบเหล่านี้จะนำเชื้อโรคมาสู่คนได้

ซึ่งจากการสังเกตสภาพบ้านจะพบว่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในสภาพทรุดโทรมเป็นอย่างมากและหากมองเข้าไปในบ้านจะพบสิ่งของมากมายที่วางเรียงไว้อย่างไม่เป็นระเบียบดูรกรุงรังเหมือนสถานที่ที่เก็บของเก่าดูไม่น่าใช่ที่อยู่อาศัย

แต่เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียงได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ซึ่งได้ข้อมูลชวนอึ้งว่า “บ้านหลังดังกล่าวเลี้ยงนกมากกว่า 10 ปีแล้ว ส่วนสาเหตุที่มีนกมาเกาะตามบ้านอาจเป็นเพราะเจ้าของบ้านให้อาหาร สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่ ที่ต้องทนกับกลิ่นเเละมลภาวะจากนกพิราบ บางคนเดินผ่านก็ถูกนกอุจจาระใส่ศีรษะ

g1

ทางชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปตักเตือน เพราะเจ้าของบ้านมีอารมณ์รุนแรง ก่อนหน้านี้เคยฟ้องไปยังหน่วยงานต่างๆหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้า ทั้งนี้ตนอยากใช้ชีวิตตามปกติ แบบไม่มีมลภาวะมารบกวน เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้สกปรกมาก หากมีไข้หวัดนกระบาดอีกรอบเกรงจะไม่ปลอดภัย”

>>>โรคอันตรายถึงชีวิตที่มากับ “นกพิราบ”

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าบ้านหลังนี้ถูกร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งทางสำนักเขตห้วยขวาง ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เคยออกคำสั่งเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท ด้วยเหตุสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับเพื่อนบ้าน มาแล้วหลายครั้ง แต่ยังพบพฤติกรรมการเลี้ยงนกพิราบอีกเช่นเคย

ทีนี้ลองมาฟังความคิดเห็นของเจ้าของบ้านกันบ้าง คือ นายวีระศักดิ์ ได้เปิดเผยสาเหตุถึงการเลี้ยงนกพิราบกับทางทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า “ผมทำตามจารีตประเพณีการทำบุญทำทาน หากชาวบ้านมองว่าสกปรกก็ควรหาที่ให้ผมทำไมไม่มีคนเสียสละบ้าง ยอมรับว่ามีกลิ่นเหม็นแน่นอน หากชาวบ้านเดือดร้อนก็ให้มาคุยกับผม”

g2

ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่าคุณวีระศักดิ์ เรียนจบปริญญาตรีถึง 2 ใบ คณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาเยอรมันและคณะรัฐศาสตร์ เอกการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยรับราชการเป็นครูสอนในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ และเพิ่งเกษียณเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้คุณวีระศักดิ์เริ่มให้อาหารนกพิราบมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่รับราชการครู และปัจจุบันเกษียณราชการจึงเริ่มให้เป็นกิจจะลักษณะจนทำให้นกพิราบมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็พยายามทำความสะอาดเท่าที่จะทำไหว ส่วนคนในบ้านย้ายหนีออกไปหมดแล้ว ปัจจุบันอาศัยเก็บของเก่าขายเป็นรายได้

“เมื่อก่อนผมเป็นอดีตกรรมการสมาคมสงเคราะห์สัตว์ ปัจจุบันเป็นสมาชิกตลอดชีพ และข้อบังคับของสมาคมคือให้ช่วยเหลือสัตว์สงเคราะห์สัตว์ เช่น ให้อาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค

เป็นหน้าที่ที่คนมีทุนทรัพย์มีแรงต้องช่วยเหลือคนที่ไม่มี หมายความว่า สัตว์เค้าไม่มีอะไรเลย การช่วยเหลือสัตว์ทำได้ง่ายกว่าไม่ต้องลงทุนอะไรมากลงแต่แรงก็พอ

การที่ให้นกพิราบมารวมอยู่บ้านผมถ้ามองดูก็เป็นเรื่องดีเพราะจะดูแลง่ายควบคุมจัดการได้ง่าย หากปล่อยเค้าไปหากินที่อื่นอาจโดนทำร้ายหรือโดนรถชนได้

อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นที่พักพิงให้เค้าได้ส่วนหนึ่ง หากมีที่ที่เหมาะสมก็พร้อมที่จะย้ายไปทันที” นี่อาจเป็นคำตอบหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คุณลุงชอบเลี้ยงสัตว์และให้อาหารนกพิราบ

g3

แต่จากการลงพื้นที่ของทีมข่าว Sanook! News เพื่อสำรวจความเห็นของบุคคลในละแวกนั้นและผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาส่วนใหญ่ได้แสดงความคิดเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะให้อาหารนกพิราบเพราะมองว่านอกจากจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคแล้วยังสร้างความเดือดร้อนต่างๆ นาๆให้กับชุมชนอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายมูลของนก กลิ่นไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะหน้าฝนที่ทำให้กลิ่นโชยออกมาเป็นมลพิษที่ยากจะรับได้ หากมีความเป็นไปได้อยากให้คุณลุงเลิกให้อาหารนกพิราบหรือย้ายไปที่อื่นที่ห่างไกลชุมชนจะดีกว่านี้

นั้นคือความคิดเห็นส่วนใหญ่ แต่มีความคิดเห็นส่วนน้อยที่ฟังดูแล้วน่าคิด ซึ่งบางคนแสดงความคิดเห็นว่า ถึงแม้คุณลุงจะดูไม่สะอาดและสถานที่ให้อาหารนกอาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค แต่หากมองในมุมกลับกันคุณลุงก็เป็นคนรักสัตว์คนหนึ่งที่มีจิตใจเอื้ออารีย์ต่อสัตว์และเป็นคนที่เสียสละอย่างมาก

เพียงแต่ว่าการปฏิบัตินั้นอาจจะไม่ถูกที่ถูกทางไปหน่อย เพราะการให้อาหารนกพิราบหรือเลี้ยงสัตว์จรจัดควรมีที่ทางที่กว้างและห่างไกลชุมชนมากกว่านี้เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน

และที่สำคัญเราควรช่วยเหลือลุงด้วยการหาทุนเพื่อหาที่ให้คุณลุงได้ดูแลสัตว์จะดีกว่าการให้หยุดเลี้ยงโดยการให้กฎหมาย เพราะถึงแม้จะบังคับได้สักวันหนึ่งคุณลุงก็อาจจะกลับมาทำแบบนี้อีกเช่นเดิม

image1

ความเห็นนี้สอดคล้องกับเพื่อนบ้านรายหนึ่งที่ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัมรินทร์ทีวีว่า “ลองคิดดูนะถ้าไม่มีใครให้อาหารสัตว์เลยแล้วพวกเค้าจะอยู่ยังไง จริงอยู่มันแพร่เชื้อ แต่ต้องมีองค์กรสัตว์สักแห่งมาช่วยเหลือเค้าเพราะคุณวีระศักดิ์กำลังทรัพย์ไม่มี ถ้ามีสักองค์มาช่วยเหลือก็จะดีกว่าไปห้ามหรือไปหยุดเค้าทำในสิ่งที่ดี”

หากมององค์ประกอบโดยรวมสิ่งที่คุณลุงทำที่บ้านนกพิราบนั้นอาจมองว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนโดยรวม แต่ถ้ามองในมุมที่แตกต่างกันออกไปการช่วยเหลือสัตว์ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี การเสียสละต่อชุมชนถือว่าเป็นที่น่านับถือ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำเรื่องดีๆคงควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องด้วยเพราะชุมชนส่วนรวมถือว่าเป็นสังคมที่เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน การช่วยเหลือสัตว์ของลุงบ้านนกพิราบถือเป็นเรื่องสมควรหรือไม่คงขึ้นอยู่กับคุณแล้วละว่าจะเลือกมองมุมไหน..?

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook