ตำรวจบุกจับไนจีเรียปล้นวิลล่า-ยิงหญิงรัสเซีย พบแผนสุดแยบยล

ตำรวจบุกจับไนจีเรียปล้นวิลล่า-ยิงหญิงรัสเซีย พบแผนสุดแยบยล

ตำรวจบุกจับไนจีเรียปล้นวิลล่า-ยิงหญิงรัสเซีย พบแผนสุดแยบยล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตำรวจภูเก็ตบุกบ้านเช่าชาวไนจีเรีย ตกเป็นผู้ต้องหาปล้นทรัพย์-ยิงท้องนักธุรกิจหญิงรัสเซียที่ภูเก็ต ยังให้การภาคเสธ แต่หลักฐานชัดเจน พบมีการวางแผนแยบยล ศึกษาข้อมูลเหยื่อเป็นอย่างดีก่อนลงมือ

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกปล้นบ้านนักธุรกิจหญิงชาวรัสเซียใน จ.ภูเก็ต ก่อนจะก่อเหตุยิงใส่หน้าท้องได้รับบาดเจ็บ กระทั่งต้องวิ่งหนีตายออกมาขอความช่วยเหลือ โดยที่คนร้ายได้ฉกทรัพย์สินและตู้เซฟออกจากบ้านไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งปมชิงทรัพย์โดยวางแผนเป็นอย่างดี ล่าสุดสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: มุ่งปมปล้นเซฟ-ชิงนับล้าน 2 โจรภูเก็ตบุกบ้านยิงแหม่มรัสเซีย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 8 นำโดย พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.ฉลอง นำกำลังเข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านเช่าชั้นเดียวใน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต

ก่อนจะเข้าควบคุมตัว นายชิกจ์กี้ อายุ 27 ปี ชาวไนจีเรีย ผู้ต้องหาในคดีบุกเข้าปล้นทรัพย์และยิงนักธุรกิจสาวชาวรัสเซีย เมื่อกลางดึกวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่แกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ต้องสงสัยที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถยนต์โตโยต้า วีออส โดยขับออกจากบ้านผู้เสียหาย แล้วเลี้ยวหายเข้าไปในซอยสามัคคี 2 ที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยขมิ้นทอง ซึ่งเป็นบ้านเช่าของผู้ต้องหา อาศัยอยู่กับภรรยาชาวไทย

นอกจากนี้ยังสามารถติดตามยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนักธุรกิจหญิงชาวรัสเซียได้ ซึ่งผู้ต้องหาได้นำไปด้วยในคืนวันก่อเหตุ จากการจึงได้ยึดเอาทรัพย์สินต่างๆ เช่น นาฬิกา สร้อยคอทองคำ เงินสด และอื่นๆ มาทำการตรวจดีเอ็นเอ็น ลายนิ้วมือแฝง และนำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อ สภ.ฉลอง

เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาชาวไนจีเรียที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ มีภรรยาเป็นคนจังหวัดนครราชสีมา แต่มาเช่าบ้านอยู่ที่ภูเก็ต มาราวๆ 1 ปีกว่าแล้ว เพื่อนบ้านระบุว่า ผู้ต้องหาชอบขับรถยนต์ออกจากบ้านในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะอยู่บ้านตามปกติ สำหรับช่วงกลางคืนวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหากลับเข้ามาบ้านเวลาประมาณ 03.40 น.

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การภาคเสธ แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าจับกุมไม่ผิดตัวแน่นอน อีกทั้งยังสืบทราบมาว่า ผู้ต้องหามาเช่าบ้านบังหน้า เพื่อก่ออาชญากรรมลักทรัพย์-ปล้นทรัพย์ ในพื้นที่โดยเฉพาะ

ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านเรือนของนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างประเทศที่มาอาศัยอยู่ที่ภูเก็ต โดยก่อนลงมือจะทำการศึกษาพฤติกรรมของเหยื่อแต่ละบ้าน รวมทั้งตรวจสอบสภาพการเงินและฐานะอย่างละเอียด ก่อนจะลงมือก่อเหตุทุกครั้ง ยังรู้แม้กระทั่งมุมกล้องกล้องวงจรปิดในบ้าน อยู่ตรงไหนและมีกี่ตัว

แต่สุดท้ายผู้ต้องหาก็มาพลาดท่าให้กับกล้องวงจรปิดจุดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ซึงมีเพียงรถผู้ต้องหาคันเดียวที่ออกจากใกล้บ้านเหยื่อในเวลากลางดึกของคืนวันเกิดเหตุ จึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญนำมาสู่การจับกุมตัวในครั้งนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook