ตร.ระบุซิมมือถือจุดบึ้ม ซื้อที่สุราษฎร์ ไม่ปักใจเอี่ยวคนเพื่อไทย ชี้แบบระเบิดมืออาชีพกว่า3จว.ใต้

ตร.ระบุซิมมือถือจุดบึ้ม ซื้อที่สุราษฎร์ ไม่ปักใจเอี่ยวคนเพื่อไทย ชี้แบบระเบิดมืออาชีพกว่า3จว.ใต้

มาร์คชี้ลอบวางบึ้มสุราษฎร์ฯมุ่งลดความน่าเชื่อถือสุเทพ ตร.แกะรอยพบผู้ซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ชนวนจุดระเบิด เก็บดีเอ็นเอและหลักฐานสำคัญ มั่นใจสาวถึงตัวการ เชื่อสาเหตุดิสเครดิตรัฐบาล สร้างความวุ่นวาย ทีมเชี่ยวชาญพิสูจน์ชนิดระเบิดคนละแบบกับ 3 จว.ใต้ ระบุมืออาชีพกว่า ความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องแบบไฟร์บอมบ์โดยจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ซุกซ่อนในพงหญ้าใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนหลังป้ายพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รวม 4 จุด ตั้งแต่คืนวันที่ 17 มีนาคม ถึงวันที่ 18 มีนาคม แต่ตำรวจสามารถเก็บกู้ได้ จากการพิสูจน์เบื้องต้นพบไม่สามารถระเบิดได้ เชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ทาง ขณะที่นายสมพล วิชัยดิษฐ ประธานพรรคเพื่อไทย สาขาภาคใต้ และเป็นน้องชายของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สงสัยเป็นเรื่องขัดแย้งภายในของพรรคประชาธิปัตยเอง โดยมีประเด็นที่หลานนักการเมืองใหญ่แถวปากกะแตะรุกลำป่าชายเลน เพื่อสร้างร้านอาหาร เกิดไม่พอใจผู้มีอำนาจที่ไม่ยอมช่วยดำเนินการให้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองและสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการลอบวางระเบิดทั้ง 4 จุด ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่าดูลักษณะแล้วน่าจะเป็นการลดความน่าเชื่อถือของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ส่วนที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดเผยภายหลังประชุมเร่งด่วนร่วมกับ พล.ต.ต.พิสัณห์ จุลดิลก รอง ผบช. และ พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และหัวหน้าสถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่วิทยาการเขต 42 และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด ตชด.41 เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาว่า มีการประเมินเหตุการณ์ โดยนำภาพถ่ายจุดเกิดเหตุทั้ง 4 จุด และภาพส่วนประกอบวัตถุระเบิดมาวิเคราะห์เหตุ สรุปได้ว่า เหตุพบระเบิดทั้ง 4 จุด เป็นฝีมือกลุ่มเดียวกัน และมีความชำนาญประกอบวัตถุระเบิดเป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนพบผู้ซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ รวมถึงการใช้งานโทรศัพท์ โดยใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ตำรวจได้หลักฐานตัวอย่าง ดีเอ็นเอ และหลักฐานสำคัญบางอย่างที่มีผลต่อคดี รวมทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้อง มั่นใจจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานถึงผู้ก่อเหตุได้ ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการวางแผนดิสเครดิตรัฐบาล และสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความวุ่นวาย เนื่องจากมีการปราบปรามยาเสพติดอย่างหนัก

ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม ตำรวจทุกพื้นที่จังหวัดในภาค 8 ให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมง เน้นการตรวจรถยนต์เป็นหลัก เพื่อป้องการการก่อเหตุซ้ำซ้อนและเน้นพิเศษในแหล่งท่องเที่ยว ทั้งคลังน้ำมัน โรงไฟฟ้า สถานีขนส่งต่างๆ เกรงจะลอบสร้างสถานการณ์ซ้ำซ้อน พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า การสืบสวนทางลึกของตำรวจพบว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่คนร้ายใช้เตรียมจุดชนวนระเบิดซื้อจากร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าจะเป็นคนในพื้นที่ แต่อาจซื้อซิมการ์ดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ นอกจากนี้พบว่า คนร้ายมีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้าถึง 4 วัน เพราะมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว

เวลา 11.30 น. ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 417 สุราษฎร์ธานี พ.อ.อำนาจ อนันต์ เจ้าหน้าที่ประจำ กอ.รมน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำคณะผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจเก็บพยานหลักฐานและตรวจสอบวัตถุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย นายภานุวัฒน์ นิรัตติศกุล เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และ ร.ท.ทนง ฤกษ์อาวรณ์ หัวหน้าชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด ค่ายเทพกษัตรี-ศรีสุนทร กองทัพภาค 4 เข้าตรวจสอบวัตถุระเบิดของกลางบรรจุถังดับเพลิงดัดแปลง ขนาดจุ 5 ก.ก.จำนวน 2 ลูก ที่ยึดได้ริมถนนชนเกษม (สุราษฎร์-นาสาร) ฝั่งขาเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งยังมีสภาพสมบูรณ์ต่อการตรวจสอบและยังไม่ได้ถูกทำลายจากการเก็บกู้ เพียงแต่วงจรโทรศัพท์ มือถือได้ถูกเด็กวัยรุ่นสติไม่สมประกอบที่ไปพบก่อนได้ถอดเก็บไป ส่วนอีก 3 ลูกที่พบก่อนหน้านี้ได้เสียสภาพวัตถุถูกทำลายระหว่างการเก็บกู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจเก็บพยานหลักฐานและตรวจสอบวัตถุระเบิดชุดดังกล่าว มีการตรวจพิสูจน์ลักษณะของสารประกอบ และวิธีประกอบวัตถุระเบิดอย่างละเอียด รวมทั้งเก็บตัวอย่าง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับการก่อเหตุของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ผลการตรวจพบว่า สารประกอบภายในถังดับเพลิง ประกอบด้วย สารอิโมเลค (เพาเวอร์เจล) น้ำมันโซลาร์กับปุ๋ยยูเรีย เชื้อประทุ 2 ตัว และสายไฟต่อวงจร ซึ่งลักษณะการต่อวงจรระเบิดที่พบใน จ.สุราษฎร์ธานี มีความเป็นมืออาชีพกว่าและแตกต่างจากการประกอบระเบิดของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะมีส่วนประกอบของตะปูและเศษเหล็กอยู่ด้วย แต่ที่พบไม่มี และผู้ประกอบระเบิดชุดนี้มีความประณีตและความชำนาญมากกว่า

เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.เทศา ศิริวาโท ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อม พล.ต.ต.สฤษฏ์ชัย อเนกเวียง ผบก.วิทยาการภาค 4 และเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด ค่ายเทพกษัตรี-ศรีสุนทร กองทัพภาคที่ 4 ได้ประชุมร่วมกันอีกครั้ง มีการประมวลผลตรวจสอบและสรุปผลการตรวจพิสูจน์ และมีการแบ่งหน้าที่ทำงาน โดยเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ได้ขอชิ้นส่วนวงจรอิเล็กทรอนิกส์ประกอบวงจรโทรศัพท์มือถือสำหรับใช้จุดชนวนทางไกลสั่งการให้ระเบิดทำงาน เพื่อนำไปประกอบวิเคราะห์ดูระบบการทำงานว่า มีลักษณะการใช้งานเช่นเดียวกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนหรือไม่ ขณะเดียวกันในส่วนชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด ค่ายเทพกษัตรี-ศรีสุนทร กองทัพภาคที่ 4 จะนำข้อมูลและแยกสารเคมีการประกอบภายในวัตถุระเบิด ไปศึกษาเปรียบเทียบเช่นกัน

เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กก.ตชด.ที่ 41 ชุมพร กล่าวว่า วัตถุระเบิดทั้ง 4 จุดที่พบในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีลักษณะการทำงานได้ 3 วิธี 1.ใช้วิธีการสั่งงานโดยการจุดชนวนทางไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ 2.ใช้วงจรโทรศัพท์มือถือเป็นนาฬิกาตั้งเวลาทำงานให้ระเบิด และ 3.ใช้พลังความร้อนจากแผงโซลาร์เซลล์ดูดความร้อนให้สารเคมีในวัตถุระเบิดเกิดปฏิกิริยาทำงานเกิดระเบิดได้เช่นกัน ซึ่งแม้ว่า วัตถุระเบิดบางลูกไม่มีเครื่องโทรศัพท์มือถือ แต่ระเบิดสามารถทำงานได้เช่นกัน

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ตำรวจในพื้นที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดการกระทำผิดกฎหมายจราจร และตรวจค้นจับกุมยาเสพติดอย่างหนัก โดยได้มีการตรวจยึดรถจักรยานยนต์หลายคันของวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นนักศึกษา สถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ขุนทะเล อ.เมือง ที่ขับรถมาตามเส้นทางถนนชนเกษม (สุราษฎร์-นาสาร) มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งหลังจากยึดรถแล้วได้ปล่อยวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวเดินเท้ากลับที่พักเป็นระยะทางเกือบ 3 ก.ม. สร้างความไม่พอใจให้วัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก

Advertisement Replay Ad
"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

'ทักษิณ' ตรวจสุขภาพ บอกหัวใจแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก

'ทักษิณ' ตรวจสุขภาพ บอกหัวใจแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก

นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่  กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่ กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์