ข้าพระพุทธเจ้า พนักงาน บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด

ลุงยังน้ำตาไหล ชายในภาพเข้าเฝ้า ร.9 นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว

ลุงยังน้ำตาไหล ชายในภาพเข้าเฝ้า ร.9 นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว

คุณลุงชาวสุรินทร์ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ภาพแห่งความทรงจำ 38 ปีก่อน เป็นชายนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวเข้าเฝ้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 แบบไม่ทันตั้งตัว

นายตี นะเรศรัมย์ ชาวบ้านโคกขมิ้น ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เป็นชายที่อยู่ในภาพนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว เข้าเฝ้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2522 หรือเมื่อ 38 ปีที่ผ่านมา เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับแหล่งน้ำพื้นที่หนองกุดใหญ่ ซึ่งเจ้าตัวไม่คิดฝันจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด ถือเป็นบุญครั้งหนึงของชีวิตและดีใจได้เกิดใต้ร่มพระบารมี

นายตี ปัจจุบัน อายุ 68 ปี เพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านตาเมาะ ต.ตั้งใจ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของภรรยา โดยยึดหลักการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริฯ พออยู่ พอมี พอกิน พอใช้ สอนลูกหลานให้ทำแต่ความดี ได้เปิดเผยว่า เมื่อปีที่แล้วได้ทราบข่าวการเสร็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็รู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าพระองค์ท่านจะจากพวกเราไปแล้ว ทำให้นึกถึงครั้งตอนที่ได้เข้าเฝ้ารับเสร็จ เมื่อปี พ.ศ. 2522 และต้องน้ำตาไหลออกมาทุกที

ซึ่งหลังจากที่พระองค์เสร็จสวรรคต ตนก็ได้มีโอกาสร่วมไว้อาลัยในงาน จุดเทียนถวายความอาลัยที่ จ.บุรีรัมย์ และได้เดินทางเข้าไปกราบพระบรมศพฯ พร้อมด้วยภรรยา เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนกำชับสอนลูกสอนหลานให้ทำแต่ความดี เพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน พร้อมทั้งนำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาใช้ในชีวิตประจำวัน นั้นก็คือเศรษฐกิจพอเพียง อยู่อย่างพอเพียง ปลูกผักปลูกไม้ไว้กินเอง เนื่องจากตนไม่มีที่นาที่สวนเหมือนคนอื่น

นอกจากนี้ในวันที่ 13 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ตนก็คิดไว้ว่าจะพาครอบครัวไปทำบุญตักบาตร เพื่ออุทิศบุญกุศลถวายแด่พระองค์ท่าน ซึ่งหากตนมีร่างกายแข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ก็จะเดินทางไปร่วมพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ที่ท้องสนามหลวง แต่เนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรง คงทำได้แค่ร่วมถวายดอกไม้จันท์ ตามสถานที่ที่มีการจัดพิธีถวายฯ

ทั้งนี้ นายตี ยังได้เล่าถึงความปลื้มปิติ เมื่อครั้งที่ได้เข้าเฝ้ารับเสด็จฯ เมื่อ 38 ปีที่แล้ว แม้เวลาจะผ่านมานานแต่ยังคงจดจำแม่น โดยวันนั้นเป็นวันที่ 18 ธันวาคม 2522 ตนได้ออกจากบ้านเพื่อไปหว่านแหหาปลาที่หนองน้ำสาธารณะหนองกุดใหญ่ เมื่อไปถึงหนองกุดใหญ่ไม่ถึง 5 นาที พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาพอดี และมีนายทหารมาเรียกตนให้ขึ้นจากหนองน้ำบอกว่า ในหลวงเสด็จมา ให้ตนขึ้นมาก่อน

ตนก็ขึ้นมานั่งอยู่ที่กอหญ้า ตอนนั้นสวมใส่เพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว จากนั้นพระองค์ทรงพระราชดำเนินมายังที่ตนอยู่ แล้วพระองค์ประทับนั่งลงอยู่ด้านหน้า ขณะนั้นตนรู้สึกตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่พระองค์จะตรัสถามว่า ที่นี่หนองอะไร มีกี่ไร่

พระองค์ยังตรัสถามอีกว่า เวลาน้ำมาจะมาจากไหน ตนตอบว่าเวลาน้ำท่วมก็ท่วมมาก เวลาแล้งก็แล้งไปหมด หากมีสร้างฝายน้ำล้นกั้นก็จะดีน้ำจะได้ระบายออก และแม่น้ำชีก็ไม่ท่วมขึ้นมา และต่อมาจึงมีการสร้างฝายน้ำล้นขึ้นบริเวณดังกล่าว ทำให้มีการพัฒนาไปมาก ชาวบ้านหันมาปลูกผักสวนครัวเต็มไปหมด ตนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและประทับใจพระองค์มาก ก่อนที่จะเสด็จพระราชดำเนินไป พระองค์ยังตรัสว่า ถ้าคนเราไม่มีน้ำก็อยู่ไม่ได้

นอกจากนี้ นายตี ยังบอกว่า ตอนที่ทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จสวรรคต ตนพูดไม่ออกเบน หากมีคนมาถามน้ำตาจะไหล แม้แต่ตอนนี้ก็ยังน้ำตาไหลอยู่ เพราะตนรักพระองค์ท่านมาก และก็ได้ยึดแนวทางที่พระองค์ท่านได้สอนไว้มาปฏิบัติ เช่น การทำเศรษฐกิจพอเพียง ทำพออยู่พอกิน ไม่ให้เดือดร้อนใคร สอนลูกสอนหลานให้ทำแต่ความดี ซึ่งทุกคืนก่อนจะนอนตนจะกราบไหว้ระลึกถึงพระองค์ท่านตลอด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์