นักกฎหมายฟันธง! ขับรถชนเด็กแว้นประลองความเร็ว ใครรับผิดชอบ

นักกฎหมายฟันธง! ขับรถชนเด็กแว้นประลองความเร็ว ใครรับผิดชอบ

นักกฎหมายฟันธง! ขับรถชนเด็กแว้นประลองความเร็ว ใครรับผิดชอบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งได้ออกมาขอความเป็นธรรม หลังจากเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เธอได้ขับรถไปเจอกับกลุ่มเด็กแว้นที่เตรียมตั้งกลุ่มแข่งรถบนถนนสุวินทวงศ์ แล้วรถเธอก็ชนเข้ากับมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง กลางถนนโดยรถมอเตอร์ไซค์ไม่มีไฟท้าย ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ

เมื่อถามความรับผิดชอบกับฝ่ายคู่กรณีก็ไม่ได้รับความผิดชอบ เพียงแต่จ่ายเงินให้สามพันบาท และขู่ว่าห้ามนำเรื่องไปบอกผู้ปกครอง จนกลายเป็นคำถามว่า หากขับรถไปเจอเด็กแว้นเตรียมแข่งรถอยู่แล้วเกิดอุบัติเหตุใครจะต้องรับผิดชอบ

ผู้เสียหายรถชนกับเด็กแว้น เปิดเผยในรายการ เป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า วันที่เกิดเหตุได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ซึ่งจะต้องผ่านสะพานนี้บนนถนนสุวินทวงค์ ก็เจอกลุ่มมอเตอร์ไซค์กลุ่มนี้เตรียมที่จะแข่งจอดเรียงกันบนสะพาน มีทั้งที่อยู่ริมและกลางสะพาน อยู่ที่บริเวณกลางสะพาน แล้วตอนที่ขับมาก็มองไม่เห็นเลยชน เขาอ้างกับเราว่าเขาไม่ได้จะมาแว้น แต่ขับตามรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างหน้าเขาก็เลยต้องมาจอดแถวนี้

หลังจากเกิดเหตุคันที่เราขับรถไปชนก็ขับหนีไป ส่วนตัวเองมีคนที่มาเตรียมแข่งมอเตอร์ไซค์คันอื่นเข้ามาช่วย และช่วยบอกว่าคนที่ชนคือใคร ก่อนจะได้ช่องทางติดต่อไป บอกเราอย่าไปแจ้งความ ให้มาคุยกันก่อน แต่พอนัดแล้วไม่มา โดยเขาบอกว่าจะช่วยได้แค่สามพัน

พอจะไปคุยกับพ่อแม่เขาเขาก็บอกเราจะไม่ได้อะไรเลย แถมจะแจ้งความกลับว่าเราเป็นฝ่ายผิด แล้วให้ไปเจอที่ศาล แถมมาด่าเราว่าเราไม่เบรก ขับรถไม่ดี ทั้งที่เราก็ขับหนีมาเลนที่สาม เพราะปกติจะมีกลุ่มแว้นอยู่เลนใน รอแข่งรถทุกวัน เพราะกลัวขึ้นสะพานไปก็เจอเขาจอดนิ่งๆบนสะพานจนเกิดอุบัติเหตุ เพราะขึ้นสะพานแล้วเบรกไม่ทัน ส่วนเรื่องคดีนั้นพรุ่งนี้ตำรวจให้ไปเจอที่ สน.พร้อมนำพยานไปด้วย

นายปรีชา ณ เชียงใหม่ ทนายความ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตามกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร ระบุไว้ว่าห้ามแข่งรถหรือกีดขวางการจราจร ซึ่งกลางถนนนั้นไม่ได้เด็ดขาด จึงต้องดูว่าใครเป็นคนที่ทำให้เกิดความเสียหาย กรณีที่เด็กแว้นก็ตามหรือคุณก็ตามไปจอดรถในอุโมงค์ ริมถนน หรือจอดรถเพื่อแข่งรถ ทำให้เข้าข่ายกีดขวางจราจรและก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น

ซึ่งกรณีนี้หากมีการแข่งรถกันจริงก็เป็นความผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นการจอดเนื่องจากรถเสียกะทันหัน มีการเปิดสัญญาณไฟถือว่าเราไม่ได้มีส่วนในการทำให้เกิดความประมาท ซึ่งต้องเป็นเหตุฉุกเฉินจริงๆ และต้องให้สัญญาณเพื่อให้คันหลังเห็นได้ชัดเจน

ส่วนคนที่ขับมาตามหลังนั้นเราก็ขับความเร็ว 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ไม่ถือเป็นการขับรถที่เร็วเกินไปนัก และเขาก็มีการระวังแล้วว่าเลนซ้ายมักจะมีการแข่งรถกัน กรณีนี้หากพิสูจน์ได้ว่ามีการจอดรถเพื่อแข่งขันจริงๆ คนที่ตามมาทีหลังชนแล้วไม่มีความผิด ซึ่งคนที่จอดรถขวางไว้จำเป็นต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook