ผ่าแผนปรับโครงสร้างใหม่ รฟท.

ผ่าแผนปรับโครงสร้างใหม่ รฟท.

2 บริษัทลูกเดินหน้าพัฒนากิจการ

จู่ ๆ เช้าวันที่ 22 มิ.ย. รถไฟหลายสายทั่วประเทศ ก็หยุดเดินรถขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้ประชาชนที่สัญจรทางรถไฟไม่ต่ำกว่า 200,000 คน เดือดร้อน สาเหตุจากพนักงานขับรถและพนักงานฝ่ายช่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. 451 คน ประกาศลาหยุดงานพร้อมกัน ส่งผลให้ขบวนรถไฟ ทั้งรถสายหลักและรถท้องถิ่น 146 ขบวน ประกอบด้วย รถขนส่งผู้โดยสาร 96 ขบวน และรถสินค้า 50 ขบวน ต้องกลายเป็นอัมพาตทันที

สำหรับขบวนรถที่หยุดให้บริการ 146 ขบวน ได้แก่ สายกรุงเทพ-รังสิต กรุงเทพ-แก่งคอย กรุงเทพ-ลพบุรี กรุงเทพ-อรัญประเทศ กรุงเทพ-อุบลราชธานี กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี กรุงเทพ-สุไหงโก-ลก กรุงเทพ-ปาดังเบซาร์ เชียงใหม่-กรุงเทพ เชียงใหม่-นครสวรรค์ ตะพานหิน-กรุงเทพ หลังสวน-ธนบุรี ชุมพร-หาดใหญ่ ยะลา-สุไหงโก-ลก พัทลุง-สุไหงโก-ลก แก่งคอย-ขอนแก่น แก่งคอย-บัวใหญ่ หาดใหญ่-สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ รังสิต-หัวตะเข้ กรุงเทพ-บ้านพลูตาหลวง

ทั้งนี้เหตุที่พนักงานพร้อมเพรียง กันหยุดงาน นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สหภาพฯรฟท. ระบุว่า สหภาพฯ ต้องการให้รัฐบาลทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งอนุมัติให้ รฟท. จัดตั้ง 2 บริษัทลูก คือ บริษัทเดินรถ จำกัด และ บริหารทรัพย์สิน จำกัด และให้รฟท.ดำเนินการตามข้อตกลง เกี่ยวกับสภาพการจ้างเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 50 ซึ่งระบุว่าในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร รฟท. ต้องทำความตกลงกับสหภาพฯก่อนทุกกรณี และสหภาพฯ กลัวว่า ต่อไปจะให้เอกชนเข้ามาถือหุ้นทั้ง 2 บริษัท ทำให้เกิดการแปรรูปองค์กร

สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ในระยะยาวให้กับประชาชน เพราะการปรับโครงสร้างตามแผนฟื้นฟูฐานะการเงินของ รฟท. จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟสูงขึ้นในอนาคต เพราะแผนปฏิบัติการดังกล่าวระบุชัดเจนว่า จะปรับเพิ่มค่าโดยสารเพิ่มขึ้นอีก 10% ในปีงบประมาณ 53 รวมทั้งปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นในอัตรา 10% และจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 10% ทุก 3 ปี นายสาวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้สหภาพฯ เห็นว่ารัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ปัญหาของ รฟท. และไม่มีหลักประกันว่าเมื่อจัดตั้งบริษัทลูกแล้วจะแก้ปัญหาขาดทุนได้จริง เห็นว่าการแก้ปัญหาขาดทุนสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น การก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ การจัดหารถจักร รถโดยสาร และรถสินค้าให้เพียงพอ การเพิ่มการจัดเก็บรายได้จากที่ดินทั่วประเทศ รวมทั้งการให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยการให้บริการเชิงสังคมให้ตรงตามกำหนด ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลค้างจ่ายเงินดังกล่าวตั้งแต่ปี 45 คิดเป็นเงิน 26,000 ล้านบาท การแก้ปัญหาจุดตัดทางทั่วประเทศกว่า 3,000 แห่ง และการยกเลิกมติ ครม.วันที่ 28 ก.ค. 41 เรื่องการจำกัดอัตรากำลัง ส่งผลให้รฟท.ไม่สามารถรับบุคลากรเพิ่มได้ รวมทั้งการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ให้เกิดความโปร่งใส

ทั้งนี้ข้อเรียกร้องของสหภาพฯ 3 ข้อที่จะเสนอต่อ ครม. คือ 1.ขอให้รัฐบาลยกเลิกมติครม. วันที่ 3 มิ.ย. 52 ที่เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ และให้ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 50 ซึ่งกำหนดว่า รฟท.ต้องทำความตกลงกับสหภาพฯก่อนจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรในทุกกรณี 2.ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้อธิบดีกรมที่ดิน ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. ที่ดิน เพิกถอนสิทธิการครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดง จากนายชัย ชิดชอบ และนางกรุณา ชิดชอบ เพื่อให้ที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นของรฟท.โดยทันที และ 3.ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรฟท.ต้องโยชน์ รฟท.เป็นหลัก

สุดท้ายแล้วครม.ก็ตั้ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นกาวใจ ก่อนทั้ง 2 ฝ่ายจะตกลงกันได้ โดยรัฐบาลยอมให้หยุดดำเนินการตามมติ ครม. วันที่ 3 มิ.ย. ที่เห็นชอบในหลักการฟื้นฟูฐานะทางการเงินของ รฟท. ให้บอร์ด รฟท. และสหภาพฯ ไปตกลงร่วมกันเพื่อให้เรื่อง ยุติ โดยให้หยุดแผนการปรับโครงสร้าง เพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของ รฟท. ชั่วคราว

สำหรับสาระของโครงสร้างใหม่ที่เป็น ปัญหาในขณะนี้คือ การจัดตั้งบริษัทใหม่ 2 บริษัท ซึ่งประกอบด้วย บริษัทเดินรถ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ แยกออกมาโดย รฟท.ถือหุ้น 100% โดยบริษัทแรกมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท และ บริษัทหลังมีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท ซึ่งการจดทะเบียนของทั้ง 2 บริษัท จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน หลังจาก ครม.อนุมัติ จากนั้น จะพิจารณาแบ่งแยกภารกิจ สินทรัพย์ และหนี้สิน ระหว่าง รฟท. และบริษัทลูกทั้ง 2 รวมทั้งกำหนดกิจกรรมระหว่างกันและราคาให้เหมาะสม นำเสนอ กลับไปคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) หรือ ครม.เห็นชอบอีกครั้งภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่ ครม.อนุมัติในหลักการ และให้ดำเนินการถ่ายโอนภารกิจ สินทรัพย์และหนี้สินเพื่อให้บริษัทลูก 2 บริษัทเริ่มดำเนินการได้ภายใน 180 วันนับตั้งแต่ ครม.อนุมัติในหลักการ

บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์มีหน้าที่ในการดำเนินการให้เอกชนพัฒนาและบริหารที่ดิน ทั้งหมด ขณะที่บริษัทเดินรถทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเดินรถใน 4 หน่วยธุรกิจคือ 1.หน่วยธุรกิจเดินรถโดยสาร 2.หน่วยธุรกิจเดินรถสินค้า 3.หน่วยธุรกิจเดินรถโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ต เรล ลิงค์) และ 4.หน่วยธุรกิจเดินรถไฟฟ้าอื่น ๆ เช่น โครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีแดง เป็นต้น

จากข้อมูลประมาณการรายได้ของฝ่ายบริหารสินทรัพย์ รฟท. ประเมินไว้ว่า บริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นจะมีรายได้จากค่าจ้างบริหารโครงการและเป็นที่ปรึกษาจัดทำโครงการตามที่ รฟท.มอบหมาย และมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการค่าเช่าที่ที่เก็บค่าเช่าให้กับ รฟท.ประมาณ 5-7% โดยระยะเวลา 15 ปี (ปี 53-67) จะมีรายได้ในปีแรกที่ 1,744 ล้านบาท และจะมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 5% โดยปีสุดท้าย หรือปี 67 รายได้ของบริษัทบริหารสินทรัพย์จะอยู่ที่ 3,013 ล้านบาท ขณะที่ผลการศึกษาของมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ประมาณการว่าในปี 53 จะมีรายได้ในส่วนนี้ 2,504 ล้านบาท และในปี 67 จะมีรายได้ 2,589 ล้านบาท

ส่วนประมาณการรายได้ของการเดินรถนั้นของบริษัท เดินรถ (แอร์พอร์ตลิงค์) จะมีรายได้รวม ตั้งแต่ปี 52-61 ประมาณ 12,325 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวมาจาก 2 แหล่งใหญ่คือ 1.การขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งมาจากรถด่วนที่เก็บอัตราเดียว 150 บาทต่อเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 4,000 คนต่อวัน ในปีแรกและจะเพิ่มปีละ 10% และรายได้จากค่าโดยสารรถ ซิตี้ ไลน์ ที่เก็บค่าโดยสาร 15-40 บาท และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 32 บาทต่อเที่ยว มีผู้โดยสารปีแรก 40,000 คน ต่อวัน และประมาณการเพิ่มขึ้นอีกปีละ 10% 2.รายได้อื่น ๆ ได้แก่รายได้จากการให้เช่าพื้นที่แก่ร้านค้า ค่าโฆษณาและที่จอดรถ ส่วนบริษัท บริหารสินทรัพย์จะมีรายได้ตั้งแต่ปี 2553-2567 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นปีละ 5% รวม 15 ปี เป็นเงิน 37,033 ล้านบาท

สรุปว่า หากมีการดำเนินการตามแผนตามที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้ รฟท.มีความสามารถในการสร้างรายได้จากการเดินรถในระยะเวลา 10 ปี (52-61) รวม 109,521 ล้านบาท แต่หากไม่ดำเนินการตามแผนความสามารถในการสร้างรายได้จะทำได้เพียง 79,683 ล้านบาท ส่วนการขอเงินอุดหนุาครัฐตาม พ.ร.บ. การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ที่กำหนดว่ารัฐจะต้องนำรายได้มาสนับสนุนค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงทางและการจัดการเดินรถ (ไอเอ็มโอ) 70% หากได้ดำเนินการตามแผนรัฐจะจ่ายเงินดังกล่าวเพียง 48,426 ล้านบาท แต่หากไม่ได้ดำเนินการตามแผนรัฐจะต้องจ่ายให้ถึง 116,945 ล้านบาท ส่วนเงินสนับสนุนพีเอสโอ หรือการบริการทางสังคมสำหรับผู้มีรายได้น้อยจะอยู่ที่ 25,376 ล้านบาท แต่หากไม่ได้ดำเนินการตามแผนรัฐจะต้องจ่ายเงินดังกล่าวถึง 40,000 ล้านบาท

เรื่องนี้เคยมีอดีตบอร์ด รฟท.ระบุว่า รฟท.ไม่สามารถทำอะไรได้เลยหากไม่มีการปรับปรุงด้านบุคลากร อีกทั้งในส่วนของบอร์ดเองนั้นพบว่ามีกรรมการเพียง 7 คนเท่านั้น ซึ่งผิดกับองค์กรอื่นที่มีตั้งแต่ 11 คน ขึ้นไป บอร์ดจึงไม่สามารถทำอะไรได้ และ รฟท. เป็นหน่วยงานเดียวที่สืบต่อทายาทกัน คือ เมื่อพ่อทำงานที่รถไฟแล้วลูกก็ต้องทำงานต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เพราะมีการเปิดโอกาสให้ลูกหลานรถไฟเข้าไปทำงาน ขนาดที่ในแผนการปรับโครงสร้างรถไฟนั้นมีการระบุให้รับคนนอกมาทำงานด้วย 5% ยังถูกสหภาพฯประท้วงคัดค้านเลย

คงพูดได้ว่า 123 ปีของการกำเนิดรถไฟไทย ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้การบริหารงานต่าง ๆ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ทำให้รถไฟไทยย่ำอยู่กับที่ หากทุกฝ่ายอยาก ให้รถไฟไทยเจริญก้าวหน้า คงต้องหันหน้ามาหารือกันอย่างจริงจัง เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง และอย่านำความเดือดร้อนของประชาชนเป็นตัวประกัน หากทำได้จริง คงได้เห็นรถไฟไทย เจริญก้าวหน้าสักที.

ย้อนรอยดูกิจการรถไฟไทย

การดำเนินกิจการของ รฟท. ขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2517 สาเหตุหลักมาจากผลจากค่าโดยสารไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่ง รฟท.ไม่ได้ปรับค่าโดยสารมาตั้งแต่ปี 2528 โดยเก็บค่าโดยสาร 24 สตางค์ต่อ กม. จากต้นทุนในขณะนี้อยู่ที่ 1.61 บาทต่อ กม. และการบริหารคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับในอดีต รฟท.มีปัญหาการจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้ รฟท. มีหนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2552 เท่ากับ 74,022 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีงบประมาณ 51 ประมาณ 2,350 ล้านบาท เป็นผลจาก หนี้ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมสภาพคล่องและภาระบำนาญ 52,600 ล้านบาท จากจำนวนพนักงานที่เกษียณอายุ 13,000 คน โดยเฉลี่ยต้องจ่ายค่าบำนาญปีละ 2,700 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

จิตวดี เพ็งมาก

Advertisement Replay Ad
อัยการฟ้อง ‘สุเทพ’ กับแกนนำกปปส. ข้อหากบฏ 24 ม.ค.นี้

อัยการฟ้อง ‘สุเทพ’ กับแกนนำกปปส. ข้อหากบฏ 24 ม.ค.นี้

ประวิตร กำชับทุกส่วนดูแลไม่ให้ข้าราชการทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล

ประวิตร กำชับทุกส่วนดูแลไม่ให้ข้าราชการทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล

“ร.ต.อ.เฉลิม” ไลฟ์ยันแข็งแรงดี เผยเลือกตั้งได้เมื่อไหร่จะกลับมามีอำนาจ

“ร.ต.อ.เฉลิม” ไลฟ์ยันแข็งแรงดี เผยเลือกตั้งได้เมื่อไหร่จะกลับมามีอำนาจ

คนอยากได้นายกฯจากเลือกตั้ง ยังหนุน 'ประยุทธ์' แต่คะแนนลด

คนอยากได้นายกฯจากเลือกตั้ง ยังหนุน 'ประยุทธ์' แต่คะแนนลด

สั่งจำคุก 3 เดือน "ธาริต เพ็งดิษฐ์" จงใจปกปิดทรัพย์สิน ปรับ 5 พัน รอลงอาญา 2 ปี

สั่งจำคุก 3 เดือน "ธาริต เพ็งดิษฐ์" จงใจปกปิดทรัพย์สิน ปรับ 5 พัน รอลงอาญา 2 ปี

เปิดกรุ 'ครม.ลุงตู่ 5' ชุติมา รวยสุด 239 ล้าน

เปิดกรุ 'ครม.ลุงตู่ 5' ชุติมา รวยสุด 239 ล้าน

รัฐบาลจัด Meet The Press ครั้งแรก รมว.ดิจิทัลกางแผนปีนี้เดินหน้าเข้มข้น

รัฐบาลจัด Meet The Press ครั้งแรก รมว.ดิจิทัลกางแผนปีนี้เดินหน้าเข้มข้น

ส่องอดีตนักการเมือง ทำอะไรช่วงพักร้อนยาว

ส่องอดีตนักการเมือง ทำอะไรช่วงพักร้อนยาว

เปิดเกณฑ์พักโทษ 'กำนันเป๊าะ' ดีลลับการเมือง?

เปิดเกณฑ์พักโทษ 'กำนันเป๊าะ' ดีลลับการเมือง?

"อภิสิทธิ์" ชนะคดี "พล.อ.อ.สุกำพล" ปลดจากราชการทหาร ย้อนหลัง 23 ปี

"อภิสิทธิ์" ชนะคดี "พล.อ.อ.สุกำพล" ปลดจากราชการทหาร ย้อนหลัง 23 ปี

คืบหน้าปฏิรูปตำรวจ ถ่ายโอนภารกิจให้หลายกระทรวง หวังช่วยลดงาน?

คืบหน้าปฏิรูปตำรวจ ถ่ายโอนภารกิจให้หลายกระทรวง หวังช่วยลดงาน?

"ประวิตร" แจงนาฬิกาหรูแลกเพื่อนใส่ พร้อมลาออกหาก ปปช.ชี้ผิด

"ประวิตร" แจงนาฬิกาหรูแลกเพื่อนใส่ พร้อมลาออกหาก ปปช.ชี้ผิด

ตั้ง กอ.ตร. ตรวจสอบตร. เป็นการปฏิรูปตำรวจอย่างไร?

ตั้ง กอ.ตร. ตรวจสอบตร. เป็นการปฏิรูปตำรวจอย่างไร?

นายกฯ ชี้ ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ยึดทำดี รู้จริง ถูกต้อง

นายกฯ ชี้ ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ยึดทำดี รู้จริง ถูกต้อง

คกก.ปฏิรูปตำรวจชี้ ทำอย่างไรตำรวจไทยจะมีเครื่องมือครบครัน

คกก.ปฏิรูปตำรวจชี้ ทำอย่างไรตำรวจไทยจะมีเครื่องมือครบครัน

แชร์สนั่น ผบ.ทบ.ถือกระเป๋าขึ้นเครื่องบินโลว์คอสต์ ลงใต้ให้กำลังใจทหาร

แชร์สนั่น ผบ.ทบ.ถือกระเป๋าขึ้นเครื่องบินโลว์คอสต์ ลงใต้ให้กำลังใจทหาร

"โฆษกไก่อู" เปิดใจความฝันวัยเด็ก อยากจับไมค์ร้องเพลง

"โฆษกไก่อู" เปิดใจความฝันวัยเด็ก อยากจับไมค์ร้องเพลง

"กล้านรงค์" วูบหมดสติกลางสภา จนท.ปั๊มหัวใจส่งโรงพยาบาล

"กล้านรงค์" วูบหมดสติกลางสภา จนท.ปั๊มหัวใจส่งโรงพยาบาล

ตร.ลุ้นอังกฤษออกหมายน้ำเงินคดี "ยิ่งลักษณ์" ยันไม่ได้ล่าช้า

ตร.ลุ้นอังกฤษออกหมายน้ำเงินคดี "ยิ่งลักษณ์" ยันไม่ได้ล่าช้า

วันเด็กปีนี้ ทำเนียบฯ เตรียมสแตนดี้ 'ลุงตู่' ต้อนรับอย่างอบอุ่น

วันเด็กปีนี้ ทำเนียบฯ เตรียมสแตนดี้ 'ลุงตู่' ต้อนรับอย่างอบอุ่น

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์