ข่าวอาญชากรรมกับผลกระทบต่อสังคมและสิทธิมนุษยชน

ข่าวอาญชากรรมกับผลกระทบต่อสังคมและสิทธิมนุษยชน

ศิรัฐประภากรณ์ รัตนพานิช หมายเหตุมติชนออนไลน์ บทความนี้สรุปมาจากวิทยานิพนธ์หัวข้อ "กฎหมายอาญาเกี่ยวกับสื่อมวลชนในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ระดับปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2551 ตีพิมพ์ในรายการประจำปีของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติในวาระครบรอบ 12 ปีซึ่งทางมติชนออนไลน์ได้ปรับปรุงชื่อเป็นบทความดังกล่าวข้างต้น

***************************

ปัจจุบันการแข่งขันกันในธุรกิจสื่อมวลชนมีสูง เน้นการแสวงหาข่าวด้วยความรวดเร็วสร้างจุดขายโดยการนำเสนอข่าวแบบเจาะลึก สร้างความตื่นเต้นชวนให้ผู้รับสารติดตาม เป็นผลให้ขั้นตอนการแสวงหาข่าวหรือเนื้อหาของข่าวที่นำเสนออาจกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลหรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอข่าวอาชญากรรม

สื่อมวลชนเน้นการนำเสนอรายละเอียดขั้นตอนของการประกอบแบบเจาะลึก เน้นการเปิดเผยโฉมหน้าของผู้กระทำผิดให้สาธารณะชนได้รับรู้ให้มากที่สุด ใช้ภาษาคำพูดในการนำเสนอที่น่าตื่นเต้นชวนให้ติดตาม หนังสือพิมพ์มีการพาดหัวข่าวด้วยถ้อยคำที่รุนแรงในบางครั้งเป็นการสร้างอารมณ์สาธารณะขึ้นจนมีการเข้ารุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ในการนำเสนอข่าวอาชญากรรมที่ผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายเป็นเด็กหรือเยาวชน

แม้จะมีกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในการห้ามเผยแพร่ภาพหรือเรื่องราวใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อเด็ก แต่ในบางครั้งก็ยังมีการกระทำที่ละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายเกิดขึ้น

จากที่กล่าวมาขอแยกพิจารณาปัญหาที่เกิดจากการนำเสนอข่าวอาชญากรรมของสื่อมวลชนออกเป็น 3 ประการ

ประการแรก ผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องหาและผู้เสียหายในคดีอาญา

ผู้ต้องหาในคดีอาญาย่อมได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด

หลักการนี้ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศทั่วโลก อย่างเช่นในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆในภาคพื้นยุโรปได้ยอมรับหลักการนี้โดยแจ้งชัดปรากฏตามอนุสัญญาของสภายุโรปเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน (European Convention for the Protection of Human Rights and Fundamental Freedoms) ซึ่งประเทศไทยก็ได้ยอมรับหลักการดังกล่าวโดยบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเช่นเดียวกัน

การตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาในบางกรณีผู้บริสุทธิ์อาจถูกกล่าวหาโดยมิชอบ ขณะเดียวกันผู้ที่แม้ได้กระทำความผิดจริงก็ยังอยู่ในฐานะมนุษย์อันพึงได้รับการปฏิบัติอย่างคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ หรือบุคคลผู้มีสิทธิในสังคม

การเผยแพร่ภาพผู้ต้องหาโดยไม่ได้รับความยินยอมย่อมก่อให้เกิดความเสียหายและในบางครั้งเกิดอันตรายแก่ผู้ต้องหาอย่างเช่น การถูกรุมทำร้ายโดยฝูงชน เนื่องจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนโดยใช้ถ้อยคำรุนแรงกระตุ้นอารมณ์สาธารณะ

อีกทั้งการเผยแพร่ภาพในลักษณะที่ผู้ต้องหาถูกเครื่องพันธนาการ เช่น กุญแจมือ โซ่ตรวน ผู้ต้องหาย่อมได้รับความอับอายและไม่ประสงค์ให้มีการเผยแพร่ภาพหรือเรื่องราวของตนออกไปเช่นนั้น และอาจมีผลถึงครอบครัวภรรยา และบุตร ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ประกอบอาชญากรรมแต่จำต้องได้รับผลกระทบในการดำรงชีวิตในสังคม

กรณีผลกระทบต่อผู้เสียหาย ในส่วนของผู้เสียหายในคดีอาญา สื่อมวลชนมีการเผยแพร่ภาพผู้เสียหายโดยการสัมภาษณ์ถามย้ำถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมถึงการอธิบายขั้นตอนการประกอบอาชญากรรมโดยละเอียด

ในบางครั้งมีการนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเผยแพร่นอกจากเป็นการกระทำความรุนแรงซ้ำซากต่อเหยื่อผู้เสียหายและบุคคลใกล้ชิดแล้ว การนำเสนอเรื่องราวข่าวอาชญากรรมบางกรณีมีผลกระทบต่อศักดิ์ศรีของผู้เสียหายในคดีอาญา อันเป็นการซ้ำเติมเพิ่มความเจ็บปวดทางจิตใจแก่ผู้เสียหาย

ตัวอย่างเช่น การนำเสนอข่าวในคดีข่มขืน แม้สื่อมวลชนจะรายงานข่าวโดยไม่ได้ระบุชื่อผู้เสียหายแต่บรรยายพฤติการณ์แวดล้อมหรือบรรยายชื่อ นามสกุล อาชีพและที่อยู่ของผู้ต้องหาซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้เสียหาย หรือในบางกรณีเป็นบุคคลในครอบครัวผู้เสียหาย ย่อมทำให้สาธารณชนโดยเฉพาะผู้ใกล้ชิดสามารถรู้ถึงตัวผู้เสียหายโดยง่าย

ประการที่สอง ผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

การนำเสนอข่าวอาชญากรรมของสื่อมวลชนอาจมีการนำเสนอทั้งข้อมูลที่เป็นความจริงและข้อมูลที่เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นหรือข้อสันนิษฐานเบื้องต้น อาจมีทั้งข้อเท็จจริงบางส่วนอาจนำไปเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้และบางส่วนไม่สามารถรับฟังประกอบการพิจารณาได้

ดังนั้น ปัญหาสิทธิเสรีภาพในการพิมพ์หรือสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนกับความเที่ยงธรรมในการพิจารณาคดีอาญา (freedom of the press and fair trail) จึงเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่ง

ศาลสูงสหรัฐได้วินิจฉัยปัญหาระหว่างเสรีภาพของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวคดีอาญากับความเที่ยงธรรมในการพิจารณาคดีอาญา ไว้ในคดี Irvin v. Dowd 366 U.S.717 (1961) และคดี Rideau V. Louisiana 393 U.S. 723(1963) โดยศาลสูงมีคำสั่งให้ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีใหม่เนื่องจากในการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจำเลยไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี โดยเหตุที่ว่า มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนทำให้คณะลูกขุนไม่มีความเป็นอิสระในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดี

และจากการศึกษาวิจัยของ Padawer-singer and Barton , Alfred Friendly และ Ronald L. Goldfarb นักนิติศาสตร์ชาวสหรัฐอเมริกา ได้ยืนยันว่า การเสนอข่าวคดีอาญาของสื่อมวลชนก่อนการพิจารณาพิพากษาคดีได้ส่งผลกระทบและก่อให้เกิดอคติขึ้นในจิตใจของคณะลูกขุน และยังเป็นการชี้นำความคิดเห็นของคณะลูกขุนและผู้พิพากษา กระทบต่อการอำนวยความยุติธรรมให้แก่คู่ความในคดีนั้นด้วย

ประการสุดท้าย ผลกระทบต่อสังคมในการลอกเลียนแบบอาชญากรรม

ผลการวิจัยตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันได้แสดงให้เห็นว่า สื่อมวลชนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการแสดงออกของมนุษย์ โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวอาชญากรรมโดยอธิบายขั้นตอนการประกอบอาชญากรรมโดยละเอียด ทำให้เกิดการทำตามจนกระทั่งเป็นการก่ออาชญากรรมแบบเดียวกันขึ้นซ้ำอีกโดยผู้ต้องหารายใหม่

ทั้งนี้ผู้ต้องหาในคดีหลังจะยอมรับว่า มีการลอกเลียนแบบมาจากข่าวที่นำเสนอผ่านช่องทางสื่อรูปแบบต่างๆ ซึ่งเหตุการณ์ในทำนองนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนซึ่งวุฒิภาวะยังน้อย สามารถซึมซับและเรียนรู้ได้รวดเร็วหากได้พบเจอข่าวในลักษณะที่มีความรุนแรงบ่อยครั้ง การนำเสนอข่าวอาชญากรรมที่มีความรุนแรงอาจนำไปสู่การเกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในสังคม

ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงผลเสียหายที่ได้รับกับประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอข่าวดังกล่าวแล้ว จะเห็นได้ว่า สัดส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ต้องหาและผู้เสียหายรวมถึงสังคมโดยส่วนรวมมีมากกว่าประโยชน์ที่สาธารณชนจะได้รับจากข่าว

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสื่อมทรามทางจิตใจและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่วนงผู้ต้องหาและผู้เสียหาย จึงสามารถออกกฎหมายมาจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและสิทธิในการรับรู้ของประชาชนในการนำเสนอและรับรู้ข่าวสารได้

อีกทั้งเมื่อพิจารณาข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดขึ้นโดยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติและอาจถือเป็นข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของสื่อทุกประเภทด้วยนั้น ได้กำหนดข้อต้องปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพไว้ว่าการนำเสนอข่าวต้องนำเสนอเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่แต่งเติมเนื้อหาของข่าวจนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ไม่สอดแทรกความคิดเห็นลงในข่าว

ในการเสนอข่าวหรือภาพใดๆต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาส ในการเสนอข่าวต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาสนั้นไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

การพาดหัวข่าวหรือความนำต้องไม่เกินไปจากข้อเท็จจริงในข่าว ไม่เสนอภาพน่าหวาดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณะชนอย่างถี่ถ้วน การแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ต้องให้ความเที่ยงธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกพาดพิงเสมอ เป็นการแสดงให้เห็นว่า สื่อมวลชนเองก็ตระหนักถึงความสำคัญในการนำเสนอภาพข่าวที่อาจกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมของสังคมเช่นกัน

แต่ในทางความเป็นจริงภาพข่าวลักษณะดังกล่าวยังเกิดขึ้นบ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นภาพผู้ต้องหาที่ถูกใส่กุญแจมือถูกตำรวจจูงเดินไปในสถานที่ต่างๆ การเผยแพร่รายละเอียดของข่าวเป็นเหตุให้เสื่อมเสียศักดิ์ศรีและเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหาย ภาพอาชญากรรมที่น่าหวาดเสียว

รายการโทรทัศน์บางรายการในประเทศ มีการเชิญชวนให้ผู้ชมที่เห็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมหรืออาชญากรรมในขณะเกิดเหตุถ่ายคลิปวีดีโอแล้วส่งมาร่วมรายการเพื่อนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวออกสู่สาธารณะชนโดยอาจมีรางวัลให้แก่ผู้ที่ส่งคลิปวีดีโอมาร่วมรายการดังกล่าวด้วย จนในบางครั้งผู้ที่เห็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมหรืออุบัติเหตุไม่ได้คิดถึงการช่วยเหลือผู้ที่กำลังประสบภัยอยู่ในขณะนั้น แต่กลับให้ความสนใจกับการถ่ายภาพเหตุการณ์เพื่อนำมาร่วมรายการยิ่งกว่า

การนำเสนอดังกล่าวจึงเป็นการสร้างค่านิยมทางสังคมที่ผิดและสะท้อนให้เห็นว่าไม่เพียงแต่การขาดการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพในการนำเสนอภาพข่าวที่มีความรุนแรงตามแนวทางแห่งจรรยาบรรณวิชาชีพเท่านั้นแต่ยังมีแนวโน้มในการสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวอีกด้วย

ประเทศฝรั่งเศสเป็นอีกประเทศหนึ่งในโลกที่ให้ความสำคัญกับสื่อมวลชนสูง การขยายตัวของสื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว สื่อโทรทัศน์เป็นสื่อมวลชนอันดับหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อพลเมืองฝรั่งเศส

แต่ในขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสก็ได้ให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์ของสื่อมวลชนโดยเคร่งครัดเช่นกัน ฝรั่งเศสมีสภาสูงว่าด้วยสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ทำหน้าที่ในการติดตาม ควบคุมสื่อมวลชนให้ดำเนินการตามจริยธรรมที่กำหนดไว้ กำกับดูแล ตรวจสอบ เป็นตัวแทนเจรจาการปกป้องประโยชน์ของสังคม ได้แก่ การดูแลด้านศีลธรรม สิทธิของผู้เยาว์และประชาชน รวมถึงมีอำนาจในการระงับ ยกเลิกการดำเนินงานของสถานีแต่ละแห่งทั้งเป็นการชั่วคราวและถาวรด้วย

นอกจากนี้ยังมีการออกกฎหมายสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของสื่อมวลชนหลายฉบับ โดยเฉพาะการเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถูกนำเสนอ การปกป้องผู้เยาว์ การรายงานข่าวที่ส่งผลกระทบต่อผู้ต้องหาและผู้เสียหายในคดีอาญา

พระราชบัญญัติที่สำคัญได้แก่ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการพิมพ์ได้ Loi du 29 juillet 1881 sur la libertรฉ de la presse ซึ่งมีการแก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ วันที่ 22มกราคม พ.ศ. 2552 มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและผู้เสียหายในคดีอาญาสองมาตรากล่าวคือมาตรา 35 ตรี บัญญัติห้ามมิให้สื่อมวลชนหรือผู้ใดเผยแพร่ภาพหรือเรื่องราวอื่นใดของผู้ต้องหาที่ถูกใส่กุญแจมือหรือถูกขังอยู่ในระหว่างพิจารณาผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 15,000 ยูโร เว้นแต่จะได้รับความยินยอมของผู้ต้องหา

นอกจากนี้ในมาตราดังกล่าวยังห้ามมิให้สื่อมวลชนเผยแพร่แสดงความเห็นหรือทำผลสำรวจเกี่ยวกับความผิดของผู้ต้องหา เช่น ทำผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่าผู้ต้องหากระทำความผิดหรือไม่ หรือการกระทำของผู้ต้องหาสมควรได้รับโทษแค่ไหน รวมถึงห้ามมิให้ผู้ใดสนับสนุนเปิดเผยวิธีการที่จะเข้าไปแสดงความคิดเห็นหรือเข้าไปดูผลโหวตในการทำผลสำรวจด้วย และในมาตรา 35 จัตวา ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองผู้เสียหายในคดีอาญา โดยบทบัญญัติดังกล่าวห้ามการเผยแพร่ด้วยวิธีใดหรือทำซ้ำซึ่งเหตุการณ์อาชญากรรมใดซึ่งการเผยแพร่หรือการทำซ้ำกระทบกระเทือนศักดิ์ศรีของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เสียหาย ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 15,000 ยูโร

นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติลงโทษเกี่ยวกับการยั่วยุให้เกิดอาชญากรรมในมาตรา 23 และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยบัญญัติให้การนำเสนอข่าว ไม่ว่าในรูปสื่อสิ่งพิมพ์หรือนำเสนอทางสื่อมวลชนในรูปแบบอื่น หากการนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวเป็นการยั่วยุให้เกิดอาชญากรรมขึ้น และหากมีการก่ออาชญากรรมขึ้นจนเป็นอันตรายแก่ชีวิตหรือเป็นอันตรายและทำให้เสื่อมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลใด ผู้กระทำจะต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 45,000 ยูโร ซึ่งกฎหมายในส่วนนี้จะมีความคล้ายคลึงกับเรื่องการเป็นผู้ใช้ในประมวลกฎหมายอาญา

แต่ในเรื่องของผู้ใช้นั้นสื่อมวลชนอาจยกเรื่องการนำเสนอข่าวตามหน้าที่ขึ้นอ้างว่าไม่ได้กระทำโดยเจตนาเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากความรับผิดทางอาญา

ประเทศฝรั่งเศสนับได้ว่าเป็นประเทศต้นแบบในการรับรองสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน คำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง ค.ศ.1789 ( La dรฉclaration des droits de lฒhomme et du citoyen ) ได้ยอมรับการมีอยู่ของสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด ซึ่งสิทธิเสรีภาพดังกล่าวหมายความรวมถึง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด และสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน การรับรองสิทธิเสรีภาพดังกล่าวได้มีอิทธิพลและถือเป็นหัวใจสำคัญในการเป็นต้นแบบการร่างรัฐธรรมนูญของประเทศไทยในเวลาต่อมา

เมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายของฝรั่งเศสแล้วพบว่า ในประเทศไทยยังไม่มีบทบัญญัติกฎหมายที่มีโทษทางอาญาในการคุ้มครองการนำเสนอภาพความรุนแรงอันเป็นการยั่วยุให้เกิดอาชญากรรม

ส่วนในเรื่องการคุ้มครองผู้ต้องหาและผู้เสียหายในคดีอาญาจากการนำเสนอภาพหรือเรื่องราวของสื่อมวลชนพบว่า ประเทศไทยปัจจุบันมีกฎหมายที่ห้ามเผยแพร่ภาพผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายในคดีอาญาอยู่ 4 ฉบับ ได้แก่

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ซึ่ื่อพิจารณาพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2534 และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เห็นได้ว่า คุ้มครองการเผยแพร่ภาพหรือเรื่องราวของผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายครอบคลุมเฉพาะผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายที่เป็นเด็กหรือเยาวชนเท่านั้น

ส่วนพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 มีวัตถุประสงค์มุ่งคุ้มครองเฉพาะผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ในการกระทำความผิดอาญาที่เกี่ยวกับข้องกับการกระทำความรุนแรงในครอบครัว และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มุ่งคุ้มครองผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เท่านั้น

ในปัจจุบันจึงยังไม่มีบทกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและผู้เสียหายโดยทั่วไปที่อาจได้รับความเสียหายเช่นกัน

ดังนั้น แม้ประเทศฝรั่งเศสจะเป็นต้นแบบของการยอมรับสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ก็ได้มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนและสังคมที่จะ ต้องได้รับการคุ้มครองยิ่งกว่า

เมื่อประเทศไทยได้รับต้นแบบในการรับรองสิทธิเสรีภาพดังกล่าวจึงควรศึกษาถึงขอบเขตการจำกัดสิทธิเสรีภาพด้วย จากการศึกษากฎหมายทั้งภายในประเทศและกฎต่างประเทศแล้วจึงมีเสนอแนะดังต่อไปนี้

ประการแรก ให้มีการบัญญัติกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและผู้เสียหายในคดีอาญา จากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการพิมพ์ของฝรั่งเศส Loi du 29 juillet 1881 sur la libertรฉ de la presse เป็นแนวทางในการบัญญัติกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับการบังคับใช้ในประเทศไทยต่อไป เพื่อให้มาตรการทางอาญาเป็นหนทางที่จะคุ้มครองผู้ที่จะต้องถูกนำเสนอข่าวโดยมิชอบของสื่อมวลชน แม้ที่ผ่านมาจะยังไม่เคยมีผู้ถูกลงโทษตามกฎหมายที่มุ่งประสงค์จะคุ้มครองบุคคล เช่น เด็ก หรือเยาวชน จากการนำเสนอเรื่องราวของสื่อมวลชน

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อมวลชนได้เริ่มตระหนักถึงความสำคัญและพยายามหลีกเลี่ยงไม่นำเสนอข่าวที่อาจละเมิดกฎหมายแม้จะยังปรากฏการกระทำความผิดอยู่บ้างตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ก็ตาม

ประการที่สอง ควรประชาสัมพันธ์ให้สื่อมวลชนและประชาชนได้ทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของตนที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามกฎหมาย การฟ้องร้องดำเนินคดีแก่สื่อมวลชนที่กระทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่เพื่อเป็นตัวอย่างและเมื่อมีคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลก็นำออกเผยแพร่สู่สาธารณะชน

ประการที่สาม จัดให้มีองค์กรทำหน้าที่ดูแลปกป้องสิทธิของผู้เสียหายจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนอย่างเช่นในประเทศฝรั่งเศสมีสภาสูงว่าด้วยสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ทำหน้าที่ในการติดตามควบคุมสื่อให้ดำเนินการตามจริยธรรมที่กำหนดไว้ ทั้งในด้านการบริหารจัดการคลื่นโทรทัศน์ กำกับดูแล ตรวจสอบ เป็นตัวแทนเจรจาการปกป้องประโยชน์ของสังคม ได้แก่ การดูแลด้านศีลธรรม สิทธิของผู้เยาว์และประชาชน รวมถึงมีอำนาจในการระงับ ยกเลิกการดำเนินงานของสถานีแต่ละแห่งทั้งเป็นการชั่วคราวและถาวรด้วย

อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนมีหน้าที่นำเสนอข่าวสารข้อมูลต่อสาธารณะชนรวมทั้งภารกิจอื่นอีกหลากหลายด้านซึ่งในบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ดังนั้น การนำกฎหมายอาญาทั้งในส่วนของกฎหมายสาระบัญญัติและวิธีสบัญญัติมาใช้บังคับจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสิทธิประโยชน์ของสาธารณะในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารนั้นกับสิทธิส่วนบุคคลที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามกฎหมาย หากเมื่อเทียบกันแล้วประโยชน์สาธารณะที่จะได้รับรู้ข่าวสารในเรื่องนั้นมีมากกว่า

การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนจึงสมควรได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มิฉะนั้นแล้วสื่อมวลชนจะไม่กล้าทำหน้าที่ในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยเกรงว่าจะต้องได้รับโทษทางอาญา

ดังนั้น แม้การนำกฎหมายอาญามาใช้แก่สื่อมวลชนยังมีความจำเป็นอยู่ในหลายด้าน แต่การบัญญัติข้อยกเว้นความรับผิดเฉพาะแก่ผู้กระทำความผิดที่เป็นสื่อมวลชนรวมถึงกฎหมายวิธีสบัญญัติที่เป็นธรรมแก่ทั้งสื่อมวลชนเองและผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเป็นการเฉพาะย่อมมีความจำเป็นและเป็นหลักประกันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนซึ่งสิทธิเสรีภาพดังกล่าวก็ได้รับการรับรองและคุ้มครองภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้สิ่งสำคัญของการแก้ไขปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือการส่งเสริมการวิจัยที่เกี่ยวกับทัศนคติและความรับผิดชอบของสื่อมวลชน ตลอดจนการวิจัยเชิงปฏิบัติการและการวิจัยแบบมีส่วนร่วมควรได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากสื่อมวลชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อตระหนักถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อทำให้สื่อมวลชนคงความมีสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารสู่สาธารณชนโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมไปพร้อมๆกัน

Advertisement Replay Ad
เครื่องเล่นงานวัดพระสมุทรเจดีย์ทรุดพังถล่ม บาดเจ็บระนาว

เครื่องเล่นงานวัดพระสมุทรเจดีย์ทรุดพังถล่ม บาดเจ็บระนาว

2 คนร้ายขนยาบ้า 3.5 ล้านเม็ด ซิ่งแหกด่านนครสวรรค์-เร่งล่า

2 คนร้ายขนยาบ้า 3.5 ล้านเม็ด ซิ่งแหกด่านนครสวรรค์-เร่งล่า

โดนข้อหา "พยายามฆ่า" หนุ่มลวงเซ็กซ์หญิงเร่ร่อน คว้ามีดฟันยับ

โดนข้อหา "พยายามฆ่า" หนุ่มลวงเซ็กซ์หญิงเร่ร่อน คว้ามีดฟันยับ

โชเฟอร์สองแถวชลบุรีชนต้นประดู่ 5 ศพ ยังไม่โผล่มามอบตัว

โชเฟอร์สองแถวชลบุรีชนต้นประดู่ 5 ศพ ยังไม่โผล่มามอบตัว

จบด้วยดี วิน จยย.ชกต่อยนักศึกษา 2 ฝ่ายไม่ติดใจเอาความ

จบด้วยดี วิน จยย.ชกต่อยนักศึกษา 2 ฝ่ายไม่ติดใจเอาความ

แฉพฤติกรรม “หลวงปู่เณรโต” นำเงินกฐินไปใช้ส่วนตัว

แฉพฤติกรรม “หลวงปู่เณรโต” นำเงินกฐินไปใช้ส่วนตัว

พบร่างประธานชุมชนฯ ถูกยิง 8 นัด ดับกลางสวนยาง

พบร่างประธานชุมชนฯ ถูกยิง 8 นัด ดับกลางสวนยาง

รวบแล้ว! คนร้ายยิงหนุ่มออฟฟิศเมท ตายย่านหนองจอก

รวบแล้ว! คนร้ายยิงหนุ่มออฟฟิศเมท ตายย่านหนองจอก

โฆษกตำรวจแนะนำ "ส่งยิ้มให้" คนที่ขับรถตัดหน้า

โฆษกตำรวจแนะนำ "ส่งยิ้มให้" คนที่ขับรถตัดหน้า

รอดคุก ศาลให้ประกัน "เฮียแก้ว" ปลอมเข็มงานพระราชพิธีฯ

รอดคุก ศาลให้ประกัน "เฮียแก้ว" ปลอมเข็มงานพระราชพิธีฯ

หนีคดี 15 วัน ผัวหึงโหดฆ่าเมียจนมุม หวังตายหนีตำรวจ

หนีคดี 15 วัน ผัวหึงโหดฆ่าเมียจนมุม หวังตายหนีตำรวจ

รวบยกแก๊ง 4 โจ๋ ใช้อีโต้ฟัน-รุมกระทืบคู่อริ เจ็บสาหัส

รวบยกแก๊ง 4 โจ๋ ใช้อีโต้ฟัน-รุมกระทืบคู่อริ เจ็บสาหัส

ศาลเตรียมเอาผิดสร้างพยานเท็จ "คดีครูจอมทรัพย์"

ศาลเตรียมเอาผิดสร้างพยานเท็จ "คดีครูจอมทรัพย์"

สั่งเด้ง! ผกก.สภ.ป่าตองกับพวก 10 นายเข้ากรุ

สั่งเด้ง! ผกก.สภ.ป่าตองกับพวก 10 นายเข้ากรุ

แม่ร้อง "ปวีณา" ช่วยลูกวัย 1 ขวบถูกชายคบหาทำร้ายสาหัส

แม่ร้อง "ปวีณา" ช่วยลูกวัย 1 ขวบถูกชายคบหาทำร้ายสาหัส

ตำรวจคาดคนร้ายข่มขืนสาวไม่สมประกอบ เป็นคนใกล้ตัว

ตำรวจคาดคนร้ายข่มขืนสาวไม่สมประกอบ เป็นคนใกล้ตัว

ศาลฎีกายกคำร้องรื้อคดี 'ครูจอมทรัพย์' ชี้พยานไม่น่าเชื่อ

ศาลฎีกายกคำร้องรื้อคดี 'ครูจอมทรัพย์' ชี้พยานไม่น่าเชื่อ

ลุ้น! ศาลพิจารณาคำร้องขอฟังพิพากษาคดี 'ครูจอมทรัพย์'

ลุ้น! ศาลพิจารณาคำร้องขอฟังพิพากษาคดี 'ครูจอมทรัพย์'

“นพ.ยอร์น” ดื่มสุราที่ร้านอาหารริมเจ้าพระยา ก่อนก่อเหตุขับรถทับร่าง รปภ.สธ.

“นพ.ยอร์น” ดื่มสุราที่ร้านอาหารริมเจ้าพระยา ก่อนก่อเหตุขับรถทับร่าง รปภ.สธ.

หนีมา 14 ปี รวบหนุ่มติดคดีร่วมฆ่า ขณะควงแฟนเที่ยวห้าง

หนีมา 14 ปี รวบหนุ่มติดคดีร่วมฆ่า ขณะควงแฟนเที่ยวห้าง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์