ไต่สวนยึดทรัพย์7.6หมื่นล.ทนายแม้วซัดคตส.2มาตรฐาน-ปิดโอกาสพิสูจน์กรรมสิทธิ์ทรัพย์ ย้ำคดีหมอายุความ

ไต่สวนยึดทรัพย์7.6หมื่นล.ทนายแม้วซัดคตส.2มาตรฐาน-ปิดโอกาสพิสูจน์กรรมสิทธิ์ทรัพย์ ย้ำคดีหมอายุความ

ทนายแม้วเบิกความคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านนัดแรก จวกคตส. 2 มาตรฐาน ปิดโอกาสพิสูจน์กรรมสิทธิ์ทรัพย์ ยันหมดอายุความไม่ฟ้อง 2 ปี ตามกม.ป.ป.ช. เผยรายได้ครอบครัวทักษิณเข้าบัญชีอ้อ ก่อนโอนให้อดีตนายกฯ นัดไต่สวนครั้งต่อไป 23 ก.ค. ยิ่งลักษณ์ เบิกความ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง สนามหลวง นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ไต่สวนพยานคดีที่อัยการสูงสุด ร้องขอให้ทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และบุคคลในครอบครัว มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ โดยขณะดำรงตำแหน่งใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น

โดยการไต่สวนนัดแรก ฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาได้นำพยานเข้าไต่สวนรวม 2 ปาก ประกอบด้วย นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจในการยื่นคำให้การคดีต่างๆ และนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ

นายฉัตรทิพย์ ผู้รับมอบอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณ เบิกความสรุปว่า พยานไดัรับมอบอำนาจจากพ.ต.ท.ทักษิณในการยื่นคำให้การและชี้แจงในคดีต่างๆ และสำหรับคดีการยื่นคำร้องยึดทรัพย์ฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้รับโอกาสและความเป็นธรรมจาก คตส.ในการนำพยานบุคคลกว่า 100 ปาก เพื่อเข้าชี้แจงหลังจากที่คตส.ไม่อนุญาตให้ฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณขยายเวลาการยื่นเอกสารชี้แจงออกไปอีก เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานซึ่งมีจำนวนมาก โดยการที่ คตส.ไม่อนุญาตขยายเวลาก็ระบุว่าขณะนั้น คตส.มีเวลาจำกัด เนื่องจากใกล้จะหมดเวลาแล้ว โดยพยานเอกสารกว่า 2 หมื่นหน้าที่ได้ยื่นต่อศาลในคดียึดทรัพย์นี้ พยานและทนายความก็เพิ่งจะได้ตรวจสอบและเห็นเอกสารดังกล่าว ขณะที่ในการทำสำนวนคดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2และ 3 ตัว (หวยบนดิน) รวมทั้งคดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา 90 ล้านต้น คตส.กลับเปิดโอกาสให้กับผู้ถูกกล่าวหานำพยานบุคคลเข้าให้การชี้แจงเพิ่มเติมได้ก่อนที่จะมีการชี้มูลความผิดหลายเดือน จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการลักหลั่นในทางปฏิบัติ ขณะเดียวกันในชั้น คตส.ยังไม่ได้มีคำสั่งพิสูจน์ทรัพย์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้คัดค้านคนอื่นๆ อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นหรือไม่ก่อนที่จะมายื่นต่อศาลซึ่งเป็นการขัดต่อหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย

นายฉัตรทิพย์ ยังเบิกความด้วยว่า คณะของ คตส.ที่ไต่สวนคดีนี้ปรากฏด้วยว่ามีกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งมีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ เช่น นายกล้าณรงค์ จันทิก นายแก้วสรร อติโพธิ และนายบรรเจิด สิงคเนติ ขณะที่การยื่นคำร้องยึดทรัพย์พยานเห็นว่าคดีขาดอายุความแล้วเนื่องจากตามกฎหมาย ป.ป.ช.ต้องให้ยื่นคำร้อง ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหายังดำรงตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่งแล้วไม่เกิน 2 ปี แต่คดีนี้ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.ค.48 แต่การที่ คตส.ระบุว่ามีการนับเวลาต่อจากที่พ.ต.ท.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งที่ 2 นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตาม รธน.และประเพณีการปกครอง ซึ่ง รธน.กำหนดไว้ว่าเมื่อดำรงตำแหน่งครบ 4 ปีก็ต้องเลือกตั้งใหม่ เสนอนายกรัฐมนตรีใหม่ และมีการแถลงนโยบายใหม่

ขณะที่ นางกาญจนาภา เบิกความสรุปว่า เรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วทำงานกับบริษัทเอกชนนาน 10 ปี จึงเริ่มเข้ามาทำงานที่บริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ จำกัด ในตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ตั้งแต่ปี 2530 และลาออกเมื่อเดือนเมษายน 2549 ขณะทำงานกับคุณหญิงพจมาน มีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่เรื่องงาน การเงิน ทรัพย์สิน หุ้น และเรื่องส่วนตัว รวมทั้งดูแลบุตรชายหญิงทั้ง 3 คน โดยตระกูลชินวัตรเริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าไหม ภาพยนตร์ อพาทร์เมนต์ ให้เช่าที่ดิน กระทั้งมาทำบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ ให้บริการเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ มี พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ เป็นผู้ถือหุ้นมาตั้งแต่ต้น กระทั้งปี 2533 ได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทั้งสามคนมีหุ้นรวมกันประมาณ 16-17 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 438 บาท รวมมูลค่าประมาณ 6 พันล้านบาทเศษ ต่อมามีการเพิ่มทุนรวม 3 ครั้งในปี 2534, 2537 และ 2542 ซึ่งทุกครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน และนายบรรณพจน์ จะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุกครั้งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นคงเดิมตลอด

นางกาญจนาภา เบิกความต่อว่า การนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ทำให้ราคาหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพราะมีการซื้อกันตามอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจในขณะเวลานั้น ซึ่งการซื้อขายหุ้นของบริษัททุกครั้งมีการบันทึกตามรายงานของตลาดหลักทรัพย์ โดยในปี 2536 นั้น มูลค่าหุ้นชินฯมีมูลค่าสูงสุดอยู่ที่ราคาหุ้นละ 1,400 บาทเศษ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน และนายบรรณพจน์ ถือหุ้นรวมกันประมาณ 34 ล้านหุ้นเศษ หากมีการซื้อขายหุ้นกันในขณะนั้นคาดว่าได้รับเงินไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท และหากจะเปรียบเทียบกับที่ขายหุ้นให้กับบริษัทเทมาเส็ก ของสิงคโปร์จำนวน 134 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 49 บาทเศษ แล้วก็น่าจะได้เงินไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นที่ขายให้กับบริษัทเทมาเส็กนั้นถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ซึ่งมูลเหตุการณ์ซื้อขายหุ้นชินฯมีจำนวนมากเนื่องจาก บริษัทชิน ถือเป็นบริษัทแม่ที่ถือหุ้นในบริษัทลูกที่ทำธุรกิจด้านโทรคมนาคม สื่อสารดาวเทียม โทรทัศน์ สายการบินพาณิชย์ และธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งต้องลงทุนสูง โดยเฉพาะทรัพย์สินของบริษัทชิน มีรวมกันไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท

นางกาญจนา ยังเบิกความด้วยว่า ส่วนบริษัทแอมเพิลริช ที่จดทะเบียนที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ว่า มีทุนจดทะเบียน 50,000 เหรียญสหรัฐ แต่มีการเรียกชำระค่าหุ้นเพียง 1 เหรียญสหรัฐ มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ โอนหุ้นให้กับนายพานทองแท้ บุตรชาย และ น.ส.พินทองทา บุตรสาวแล้ว ทั้งสองจึงเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทร่วมกับพยาน และนายเฮนรี เรา ซึ่งการเปิดบริษัทแอมเพิลริช ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจใด แต่เพื่อใช้ถือหุ้นในสัดส่วนบริษัทต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์แนสแดก โดยพยานไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการเป็นกรรมการ แต่ได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทในเครือชินคอร์ปฯ

นางกาญจนา ยังเบิกความถึง การให้การในชั้น คตส. ด้วยว่า เดินทางเข้าให้การทั้งหมดรวม 5 ครั้ง และได้ให้การไว้อย่างละเอียดพร้อมกับให้เอกสารที่ เกี่ยวกับบัญชีทรัพย์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน และบุตรชายหญิงทั้ง 3 คนแล้ว ว่ามีทรัพย์สินอะไรอยู่ที่ใดบ้าง แต่ คตส. ยังออกมาแถลงว่ามีการซุกซ่อนทรัพย์สินโดยไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน จึงไม่เป็นความจริง ซึ่งทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน และบุตรทั้ง 3 คนเสียหาย ทั้งที่เปิดเผยข้อมูลทางบัญชีไปหมดแล้ว พยานไม่ทราบว่าเอกสารและข้อมูลที่เคยให้กับ คตส.นั้น ถูกนำไปใช้พิจารณาหรือไม่ โดยความจริงแล้วรายได้ของครอบครัวชินวัตรจะโอนเข้าสู่บัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาสำนักรัชโยธิน ของคุณหญิงพจมานเป็นหลัก ก่อนที่จะโอนเข้าสู่บัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นครั้งคราว

ภายหลังพยานไต่สวนพยานทั้งสองปากแล้ว นัดไต่สวนพยานฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ อีกครั้งในวันที่ 23 กรกฎาคม นี้ เวลา 09.30 น. โดยทนายความเตรียมนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้คัดค้านยึดทรัพย์สิน และนายสมบูรณ์ คุปติมนัส ผู้รับมอบอำนาจคุณหญิงพจมานในการเข้าประมูลซื้อที่ดินรัชดาภิเษก ให้ศาลไต่สวน

Advertisement Replay Ad
ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

'ทักษิณ' ตรวจสุขภาพ บอกหัวใจแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก

'ทักษิณ' ตรวจสุขภาพ บอกหัวใจแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก

นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

นายกฯ จัดโผครม.เสร็จแล้ว รอทูลเกล้าฯ อุบ รมต.ใหม่กี่คน

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

สะพัด! นายกฯนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

ประวิตรไม่น้อยใจ ติดโผถูกปรับพ้นครม.ยันปลดล็อคเลือกตั้งท้องถิ่น

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่  กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

เปิดจดหมายของบิ๊กตู่ กับ 6 ข้อคำถามถึงคนไทย

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

ป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตไฟ 39 ล้าน สอบ “สุขุมพันธุ์” ไม่ยับยั้งทุจริตหรือไม่

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

มติ ครม.หยุดปีใหม่ 30 ธ.ค. ถึง 2 ม.ค. แผนสัญจรใต้ 27-28 พ.ย.

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

ประกาศสำนักนายกฯ ยืนยัน พล.อ.ศิริชัย ลาออก

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

“พล.ต.อ.ศรีวราห์”เผยกต.ถอนหนังสือเดินทาง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แล้ว

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯสั่งตั้งสำนักงานจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นายกฯ ยันยังไม่มีการเก็บประกันสังคมเพิ่ม

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์