นายกฯอุ้มกอร์ป ไม่ทุจริต!

นายกฯอุ้มกอร์ป ไม่ทุจริต!

2ฝั่งโต้นัวฎีกา โพลภาวะผู้นำ ชี้มาร์ค-แม้ว เด่นคนละด้าน

มาร์คโดดอุ้มกอร์ปศักดิ์ ชี้ทุจริตชุมชนพอเพียงผิดที่เจ้าหน้าที่ ส่วนกอร์ปศักดิ์ระมัดระวังใช้งบฯจนถูกว่าอนุมัติช้าด้วยซ้ำ แจงอนุมัติเงินไป 5 พันกว่าล้าน มีปัญหาแค่ 50 กว่าล้าน จิ๊บจ๊อยแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ กำลังเร่งตรวจสอบอยู่ ลั่นพร้อมรับข้อมูลฝ่ายค้านมาพิจารณาร่วมด้วย อ้อนส.ว.ช่วยยกมือผ่าน พ.ร.บ.เงินกู้ด้วย เพื่อไทยโวยปชป.ตั้งกก.สอบแค่กระบวนการตัดตอน-หาแพะ เผยผู้นำชุมชนโดนข่มขู่ห้ามแฉข้อมูล เต้นอัดบุญจงทูลเกล้าฯรายชื่อค้านฎีกาโดยไม่ตรวจเหมือนทำบัญชีเถื่อน อ๋อยจัดเสวนาย้ำรธน.50 ต้นเหตุไม่เป็นธรรม เอแบคโพลเผยผลภาวะผู้นำมาร์ค-แม้ว อภิสิทธิ์โดดเด่นด้านภาพลักษณ์ ทักษิณมีดีที่การบริหารจัดการ คนห่วงทุจริตชุมชนพอเพียงกระทบถึงเศรษฐกิจพอเพียง

มาร์ควอนสว.ไฟเขียวพรบ.กู้เงิน

วันที่ 9 ส.ค. เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปออกราย การ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถ.วิภา วดีฯ จากนั้นเวลา 10.15 น. เดินทางมายังสตูดิโอของบริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) เพื่อถ่ายภาพ ลงปกนิตยสารสุดสัปดาห์ ฉบับเดือนก.ย. ร่วมกับ นักร้อง นักแสดง จากนั้นช่วงบ่าย นายกฯ ได้เดินทางกลับบ้านพักย่านสุขุมวิท เพื่อพักผ่อนเป็นการส่วนตัวกับครอบครัว

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 50 ส.ว.จะไม่ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ... ที่จะพิจารณากันในวันที่ 10 ส.ค.นี้ ว่า ในพ.ร.บ.นี้จะมีสาระคล้ายกับพ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งครั้งนั้นก็มีส.ว.ที่ไม่เห็นด้วยอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้น กำชับรัฐมน ตรีแล้วว่าให้ไปชี้แจงกันอย่างละเอียด และตนพยายามจะไปร่วมประชุมชี้แจงด้วย แต่บังเอิญในวันที่ 10 ส.ค. ต้องรับเสด็จนายกรัฐมนตรีบาห์เรน แต่ก็จะพยายามใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการช่วยชี้แจงทำความเข้าในในวุฒิสภา

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าอาจจะเกิดปัญหาเหมือนครั้งที่พิจารณาพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลอยากให้ผ่านเพราะประชาชนต้องการความมั่นใจในเรื่องการสร้างงานในช่วง 2-3 ปีที่เราต้องทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมา และสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้ประชา ชน หากสะดุดลงย่อมจะกระทบในแง่จิตวิทยา ความมั่นใจ กระบวนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ข้อห่วงใยใดๆ ก็ตามอยากให้ไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการ เนื่องจากเป็นพ.ร.บ. แต่หากกระบวนการต้องสะดุดลงมันไม่เป็นผลดี และจะทำให้เรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจยืดเยื้อ จึงอยากขอความสนับสนุน และรัฐบาลพร้อมรับฟังและปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่เป็นข้อห่วงใยต่างๆ ขอย้ำว่างานนี้เป็นงานที่สร้างความมั่นคงให้แผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และจะทำให้โปร่ง ใสที่สุด อยากให้ผ่านการสนับสนุนจากกส.ว. และตั้งกรรมาธิการพิจารณาได้ อย่างไรก็ดีไม่ผ่านก็ต้องกลับไปที่สภาผู้แทนฯ ตามกระบวน การตามรัฐธรรมนูญ

ชี้ทุจริตชุมชนพอเพียงผิดที่เจ้าหน้าที่

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวการทุจริตในโครง การชุมชนพอเพียง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังให้รายงานตัวเลขรายละเอียดทั้งหมดเข้ามา เบื้องต้นเท่าที่ทราบโครงการชุมชนพอเพียงมีการอนุมัติเงินไปแล้ว 5,300 ล้านบาท ซึ่งโครงการที่กำลังเป็นที่วิจารณ์อยู่นั้นอยู่ในวงเงินประมาณ 50 ล้านบาท ถือเป็นร้อยละ 1 ซึ่งปัญหาเกิดจากการซื้อของใหม่ และตรวจสอบพบว่ามีคนเข้าไปเกี่ยวข้องในการที่จะให้ซื้อของเหล่านี้ ส่วนแพงมากน้อยแค่ไหนกำลังตรวจสอบอยู่ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์โครง การ ไม่เป็นไปตามความต้องการชุมชน หรือมีความไม่โปร่งใสรัฐบาลก็ไม่ยอม ดังนั้นโครงการประเภทเดียวกันที่รออนุมัติจึงมีการระงับไปหมดแล้ว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า และจากการตรวจสอบเบื้องต้นของรัฐบาลพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง มีการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งได้แจ้งความและจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนที่มีข่าวว่ามีคนไปตรวจสอบและถูกพักงานถ้าระบุชื่อมาได้ก็จะดี เพราะจากรายงานยังไม่มีเรื่องนี้ มีแต่กรณีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเคยเข้ามาช่วยงานในโครงการและเป็นผู้ถูกร้องเรียน จึงถูกให้หยุดปฏิบัติงานไป อย่างไรก็ตามยินดีรับข้อมูลจากทุกฝ่าย ถ้านำรายละเอียดมาจะดูแลให้โปร่งใส

อู้อี้กอร์ปศักดิ์ระวังงบฯรั่วอย่างดี

ขอเรียนว่าเรื่องการทุจริตนั้นแยกสองส่วน คือถ้าสรุปเดี๋ยวจะหาว่าผมอย่างนั้นอย่างนี้ คือในฝ่ายการเมืองในชั้นนี้ มีกระบวนการของนักการเมืองท้องถิ่นที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งโครงการขึ้นมาอนุมัติ บวกกับคนในสำนักงานที่ถูกแจ้งความไป ซึ่งเป็นคนที่เข้าใจว่ามีปัญหามาตั้งแต่เอสเอ็มแอล เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานชุดเดียวมาต่อเนื่อง ส่วนระดับการเมืองอื่นๆถ้ามีอะไรที่บ่งบอก ผมก็ต้องดำเนินการ เพราะกติกาที่เรียกว่ากฎเหล็ก 9 ข้อนั้นยังอยู่ทุกประการ เพราะฉะนั้นผมจะติดตาม และให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ สรุปราย งานมาให้ผมก่อน ส่วนข้อมูลที่ฝ่ายค้านบอกว่ายื่นมายังไม่ได้เห็น แต่จะนำมาดูพร้อมกันไป นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า แต่ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้ดูเหมือนให้การปกป้องนายกอร์ปศักดิ์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่พบอะไรผิดปกติ รับฟังการรายงานของรองนายกฯ มาโดยตลอด เห็นชัดเจนว่านายกอร์ปศักดิ์มีความระมัดระวัง จนถูกต่อว่ามาตลอดว่าอนุมัติช้า แต่หากมีข้อมูลอะไรส่งมาก็จะดูทุกอย่างบนข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม

เมื่อถามว่า การจัดซื้อนั้นต้องผ่านนายประโภชฌ์ สภาวสุ น้องชายนายกอร์ปศักดิ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารโครง การเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ที่ต้องเป็นคนอนุมัติโครงการ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ให้ส่งโครงสร้างมาให้ดู เพราะเท่าที่ตรวจสอบกับนายกอร์ปศักดิ์และท่านอื่นๆ พบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ถ้ามีว่าเป็นปัญหาอย่างนั้นจริงก็ต้องว่ากันอย่างตรงไปตรงมา

ปชป.ยันไม่ล็อบบี้สว.โหวตกู้เงิน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคปชป. กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ... ว่า เรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจำเป็นต้องใช้กระตุ้นนโยบายเศรษฐกิจให้กลับคืนมาเป็นด้านบวกให้ดีภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะขอเสียงสนับสนุนจากสภาสูง โดยไม่ใช้วิธีการล็อบบี้แต่อย่างใด แต่จะให้ข้อชี้แจงอย่างเต็มที่ตลอดการพิจารณา

เมื่อถามว่าจะทำการส่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจเพิ่มเติมหรือไม่ น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า ในช่วงสมัยปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพูดคุยพบปะกันตามปกติ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ถือว่าเป็นการให้ความร่วมมือการทำงานของรัฐสภาต่อฝ่ายบริหาร

น.พ.บุรณัชย์ยังกล่าวถึงโครงการชุมชนพอเพียงว่า การตัดสินใจใช้เม็ดเงินในส่วนของงบประมาณรัฐบาลที่มาจากการลงทุนแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเป็นการลงทุนในลักษณะการปฏิบัติการย่อย มากกว่าการใช้โครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจ็กต์ อำนาจการตัดสินใจโครงการรายย่อยในพื้นที่นั้นรัฐบาลไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจ แต่อยู่ที่อำนาจการตัดสินใจของกรรมการชุมชน ซึ่งมีกลุ่มผู้ต้อง การแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลจะไม่ยอมให้มีผู้หนึ่งผู้ใดทำการแสวงหาผลประโยชน์ในโครงการนี้ โดยมอบให้หน่วยงานองค์กรอิสระทำการตรวจสอบโครงการ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเส้นทางเงินจะสาวไปถึงผู้ใดก็ต้องรับผิดชอบ โดยปชป.พร้อมที่จะทำการเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนต่อสาธารณชน

ท้าแม้วดูฝีมือสร้างงาน1.5ล.ตำแหน่ง

น.พ.บุรณัชย์ยังกล่าวถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีครั้งล่าสุดที่ระบุว่า บ้านเมืองไม่มีความพัฒนาเพราะรัฐบาลไร้ฝีมือ ว่า บ้านเมืองในขณะนี้มีสถานะวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยมี 3 สาเหตุสำคัญที่เกิดจากพ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาลที่ถูกชักใยโดยพ.ต.ท.ทักษิณ 1.การคอร์รัปชั่น 2.การใช้อำนาจสร้างความแตกแยก และ 3.ระบบคุณธรรมได้ถูกทำลายลงไปและมีระบบพวกพ้องเข้ามาแทนที่ ทำให้บ้านเมืองสู่ทางตัน ขอยืนยันว่าฝีมือของรัฐบาลที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอ้างนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน เชื่อว่าประชาชนจะต้องดูที่พฤติกรรมของรัฐบาล นักการเมืองมากกว่าคำพูด และรัฐบาลขอเดิมพันด้วยสัญญาประชาคมเรื่องการสร้างงาน 1.5 ล้านตำแหน่งที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นไว้ ว่าก็จะดำเนินโครงการต่อไปเพื่อให้เกิดความสำเร็จจงได้ เพื่อพิสูจน์การทำงานของรัฐบาล

โฆษกพรรคปชป.กล่าวย้ำว่า คำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า จะฟิตร่างกายเพื่อกลับมาและขอบคุณประชาชนที่ร่วมลงชื่อให้พ.ต.ท. ทักษิณกลับประเทศไทยนั้น สอดคล้องกับข้อ มูลที่พรรคปชป.ได้รับรายงานจากหลายพื้นที่ เช่น ในจ.สุโขทัย เกี่ยวกับกระบวนการที่ขนคนมาก่อเหตุความไม่สงบทางการเมืองเมื่อเดือน เม.ย. ร่วมกับนักการเมืองท้องถิ่นในการว่าจ้างประชาชนให้เกิดความเข้าใจผิดและให้ทำการลงชื่อเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ จึงเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงของกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจ อย่างไรก็ตามพรรคปชป.มีความเชื่อมั่นว่า จะนำข้อเสนอของคณะกรรมการทั้งสองคณะ คือ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ระบบสภาเป็นทางออกในการแก้ไขความขัดแย้งของบ้านเมือง

นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคปชป. ในฐานะกรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า การถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ที่อ้างว่ามีการล่ารายชื่อได้กว่า 5 ล้านรายชื่อนั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหลายพื้นที่ว่าโดนหลอกให้ลงชื่อด้วยเหตุผลอื่น และด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง

อุ้มกอร์ปศักดิ์ไม่เกี่ยวทุจริต

นายสาธิตกล่าวถึงกระแสข่าวการทุจริตในโครงการชุมชุนพอเพียงว่า ต้องขอบคุณพรรคฝ่ายค้านและสือมวลชนที่คอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเข้าใจความเป็นพรรคฝ่ายค้านดี แต่การกระทำต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัวหรือเป้าหมายทางการเมือง และตามข้อมูลที่ได้รวบรวมโดยพรรคปชป.ก็ยังไม่พบข้อมูลที่มีความเกี่ยวโยงกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯแต่อย่างใด แต่พรรคก็จะดำเนินการเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป และโครงการนี้หลักใหญ่ก็อยู่ที่ชุมชน และที่ผ่านมา 80-90 เปอร์เซ็นต์ ก็ประสบความสำเร็จมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่มีปัญหา

นายสาธิตกล่าวว่า พรรคได้ตั้งคณะกรรม การขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เมื่อผลการสอบสวนออกมาเป็นอย่างไรจะเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ หากสอบสวนพบว่ามีการซัดทอดหรือพาดพิงถึงบุคคลใดในพรรคก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายกอร์ปศักดิ์แสดงสปิริตด้วยการลาออกนั้นเห็นว่าเรื่องนี้พรรคได้แสดงสปิริตมาตลอด ตั้งแต่กรณีของนายวิทูรย์ นามบุตร อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. ที่แสดงสปิริตโดยการลาออก อยากให้พรรคเพื่อไทยย้อนกลับไปดูว่าพรรคเพื่อไทยแสดงความมีสปิริตแค่ไหน คนที่ออกมาเรียกร้องให้นายกอร์ปศักดิ์ลาออก คือนายการุณ โหสกุล ที่มีคดีทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็ยังไม่ออกมาแสดงสปิริตแต่ อย่างใด

นายสาธิตกล่าวต่อว่า เรื่องการถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ที่อ้างว่ามีการล่ารายชื่อได้กว่า 5 ล้านรายชื่อนั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหลายพื้นที่ว่าโดนหลอกให้ลงชื่อด้วยเหตุผลอื่น และด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง

พท.ชี้ชุมชนทุจริตยันสุราษฎร์ฯ

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.อ.อนุดิษฐ์ นา ครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการชุมชนพอเพียงทั่วประเทศ ว่า ขณะนี้พบว่ารัฐบาลได้อนุมัติเงินในโครงการชุมชนพอเพียงให้กับ 30,000 ชุมชน เป็นเงินกว่า 8,000 ล้านบาท จากการตรวจสอบโครงการที่ได้รับการอนุมัตินั้นพบว่า มีทุจริตถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดทางภาคอีสาน เช่น จ.ศรีสะเกษ สกลนคร และสุรินทร์ พบว่าผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนส่วนใหญ่สั่งซื้อคือ เครื่องผลิตปุ๋ยชีวภาพ ขณะที่ 27 ชุมชนใน จ.สุราษฎร์ธานี ปรากฏว่ามีถึง 23 ชุมชนที่มีความผิดปกติในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ เครื่องผลิตปุ๋ยชีวภาพเช่นเดียว ซึ่งชี้ให้เห็นว่า จังหวัดในภาคอีสานและภาคใต้มีความผิดปกติเหมือนกันในเรื่องของการทำโครงการ เข้าข่ายเป็นการทุจริตเชิงนโยบายชัดเจน นอกจากนี้ ยังพบว่าเครื่องผลิตปุ๋ยชีวภาพในโครงการนี้ ยังละเมิดสิทธิบัตรของบริษัทเอกชนด้วย

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ส่วนกรณีผู้บริหารสำนักงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อ ยกระดับชุมชน (สพช.) ระบุว่า จะให้ทบทวนโครงการชุมชนพอเพียง 50,000 กว่าชุมชนที่ยังไม่อนุมัติโครงการนั้น เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะหากปล่อยให้ดำเนินการต่อไป ความเสียหายจะยิ่งมากขึ้น ส่วนโครงการที่อนุมัติไปแล้ว เรายืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบเอาผิดต่อไป

เผยผู้นำชุมชนโดนข่มขู่ห้ามแฉ

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พรรคปชป.ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบโครงการชุมชนพอเพียงนั้น เชื่อว่า เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อหาแพะรับบาป ต้องการตัดตอนไม่ให้ไปถึงคนของพรรคปชป. โดยเฉพาะกรณีที่นายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบการทุจริตชุมชนพอเพียง พรรคปชป. ระบุว่า ขอให้พรรคพท.กลับไปกวาดบ้านตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะมาตรวจสอบการทุจริตนั้น ขอย้ำว่า เรื่องที่พรรคพท.ทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องการทุจริตรัฐบาล พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการตรวจสอบสไตล์นักการเมืองน้ำเน่า ขอให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้ และหันมาหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นผู้บริหารของพรรคปชป.หรือไม่

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ส.ส.กทม. พรรคปชป.ระบุว่า รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง แต่เป็นการทำผิดของชุมชนเอง เป็นการตัดตอนความผิดให้กับประธานและกรรมการชุมชน และสิ่งที่ส.ส. พรรคปชป.พูด ก็เป็นการตรวจสอบเฉพาะพื้นที่กทม.ของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการตรวจสอบชุมชนทั่วประเทศ ขณะนี้ชุมชนในต่างจังหวัด ส่งข้อมูลการทุจริตโครง การชุมชนพอเพียงมาให้พรรคเพื่อไทยครบทุกจังหวัดแล้ว ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ซึ่งจะนำข้อมูลไปให้ส.ส.ในพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนจะแถลงข่าวใหญ่ให้ทราบอีกครั้งอย่างไรก็ตามทราบว่า ขณะนี้มีการล็อบบี้และข่มขู่ผู้นำชุมชนที่ออกมาให้ข้อมูลกับพรรคพท. ดังนั้น จะพาผู้นำชุมชนที่ถูกข่มขู่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.ลาดพร้าว วันที่ 9 ส.ค.

พร้อมพงศ์ลุ้นสว.คว่ำพรบ.กู้เงิน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระ ทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ของวุฒิสภา พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ส.ว.พิจารณาในเรื่องนี้เหมือนที่พิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตมาแล้ว เพราะที่ผ่านมาหลายโครงการในรัฐบาลชุดนี้เกิดการทุจริตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการชุมชนพอเพียง และโครงการต้นกล้าอาชีพ

นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงผลงาน 6 เดือน ของรัฐบาล ผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ว่า พรรคเห็นว่ารัฐบาลไม่มีความรู้สึกอายในสิ่งที่ควรอาย ที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายอย่างที่สนับสนุน 4 ประเด็นคือ 1.การแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่รัฐบาลบอกว่าไม่น่าวิตกกังวล แต่วันนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 81 ราย หากมีผู้เสียชีวิตครบ 100 รายเมื่อใดจะนิมนต์พระสงฆ์ 100 รูปเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลผู้เสียชีวิต 2.การทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง 3.คดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ยังไม่มีความคืบหน้า และ 4.การสอบสวนคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่ไปโยงกับบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ ไม่แปลกใจเลยที่นายกฯถึงบอกว่าอยากเป็นแบ๊ตแมน เพราะแบ๊ตแมนเป็นค้างคาว

ลั่นร้องศาล-มท.หลอกคนลงชื่อต้าน

นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ระดมประชาชนมาร่วมลงชื่อคัดค้านการถวายฎีกา ว่า ขณะนี้ทางพรรคได้รับการร้องเรียนจากหน่วยงานของรัฐ ตลอดจนประชาชนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะเห็นว่าหน่วยงานของรัฐกระทำการอันไม่ชอบธรรม เช่น กรณีที่ผู้บังคับการตำรวจ จ.อุบลราชธานี ออกคำสั่งไปถึงสถานีตำรวจทุกอำเภอในจังหวัด การที่นายอำเภอ อ.พิบูลมังสาหาร ทำหนังสือคำสั่งให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติตามคำสั่งรวบรวมรายชื่อตามที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการ นอกจากนี้ยังมีประชาชนในจ.ฉะเชิงเทรา ที่ร้องทุกข์ว่ามีผู้ใหญ่บ้านในเขตจังหวัด ร้องเรียนผ่านมายังนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา ว่ามีทหารไปล่ารายชื่อประชาชนโดยไม่บอกรายละเอียดที่ชัดเจน ให้ประชาชนรับทราบ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่าการดำเนินการของกระทรวงมหาดไทยเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของประชาชนที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 มาตรา 26 และมาตรา 27 ดังนั้นประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องผู้ออกคำสั่งตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9(1) เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวไม่ได้อยู่อำนาจที่เกี่ยวข้องกับกับกระทรวงมหาดไทย ตามที่บัญญัติไว้ในพ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 มาตรา 30 สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นในวันที่ 11 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ตนพร้อมประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามาจะเดินทาง ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทย

ชี้จัดม็อบต้านหวังสร้างความขัดแย้ง

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการดังกล่าว อาจเป็นความตั้งใจของผู้มีบารมีนอกพรรคร่วมรัฐบาลบางคนที่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม เพื่อนำไปสู่เหตุการณ์เช่นเดียวกับวันที่ 19 ก.ย. 2549 จึงขอฝากเตือนไปถึงนายอภิสิทธิ์อย่าไปหลงกลบุคคลดังกล่าว แต่ถ้ารัฐบาลยังเพิกเฉย ไม่ยอมดำเนินการใดๆ จนเกิดเหตุการณ์อย่างใดที่ทำให้ประชาชนขัดแย้งกัน รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว นายพร้อมพงศ์ได้นำเอกสารคำสั่งด่วนที่สุด จากผู้ว่าฯ ถึงผบก.ภ.จว. ชี้แจงหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ให้จัดทำบัญชีลงชื่อผู้คัดค้านการยื่นถวายฎีกา และให้รวบรวมรายชื่อผู้คัดค้านส่งกลับให้ผบก.จ.ภายในวันที่ 6 ส.ค. เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงมหาดไทยมาแสดงด้วย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า การยื่นถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ จะทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม ว่า ขอให้ถามว่านายบวรศักดิ์ เป็นใคร ที่ออกมาพูดห้ามไม่ให้ประชาชนใช้สิทธิของเขา เพราะถ้าประชาชนกว่า 5 ล้านคน ที่ลงชื่อยื่นถวายฎีกาไม่เดือดร้อน คงไม่ออกมาเคลื่อนไหว ดังนั้นไม่อยากให้นาย บวรศักดิ์พูดในลักษณะที่ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนอีก

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ที่ต่อต้านและออกมารวบรวมรายชื่อเพื่อคัดค้านการยื่นถวายฎีกานั้น เห็นว่าสามารถทำได้ เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ควรดำเนินการในกรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนด โดยไม่จำเป็นต้องออกมาแสดงท่าทีที่คัดค้านจนออกนอกหน้าเช่นนี้ เพราะอาจส่งผลให้ประชาชนสับสนและเกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม

เต้นโวยบุญจงทำบัญชีเถื่อนทูลเกล้าฯ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกนปช.แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ระบุว่า จะนำชื่อผู้ที่ถอนชื่อและคัดค้านการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษพ.ต.ท.ทักษิณยื่นประกบไปกับฎีกาของนปช. ว่า หมายความว่านายบุญจงจะนำรายชื่อคัดค้านและถอนชื่อจากฎีกาไปยื่นที่สำนักพระราชวัง เหมือนที่คนเสื้อแดงจะไปยื่นในวันที่ 17 ส.ค.นี้ใช่หรือไม่ ขอเรียกร้องให้นายบุญจง ระบุด้วยว่าการยื่นชื่อดังกล่าวดำเนินการภายใต้กฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญข้อใดรองรับ หากทำได้หมายความว่าสำนักพระราชวังมีหน้าที่รับชื่อถอนฎีกาของคนที่ค้านฎีกาของคนอื่นใช่ หรือไม่

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า แล้วเรื่องที่นายบุญจงระบุว่าสามารถยื่นทูลเกล้าฯ ถวายได้โดยไม่ต้องตรวจสอบนั้น หมายความว่ารัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย ทำบัญชีเถื่อนขึ้นมายื่นทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ นี่คือการกระทำของรัฐบาลที่อ้างว่าจงรักภักดีใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ต้องตอบคำถามของสังคมว่าสิ่งที่รัฐมนตรีของรัฐบาลท่านดำเนินการ ท่านเห็นชอบด้วยใช่ไหม หากไม่เช่นนั้นจะต้องตอบออกมาให้ชัดเจน

โสภณเตือนรบ.อย่าบังคับคนลงชื่อ

นายโสภณ เพชรสว่าง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับการติดต่อประสานงานจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนที่อึดอัดใจ อย่างเช่น อ.บ้านกรวด และอ.นางรอง มีประชา ชนส่งข้อมูลมาจำนวนมากว่า ฝ่ายการเมืองและราชการได้ทำอะไรบ้าง การไปคุกคามข่มขู่ประชาชนเป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรม ซึ่งการลงชื่อควรเป็นความสมัครใจของชาวบ้าน ถ้าเขาพร้อมก็ให้เขาลงชื่อได้ ขณะเดียวกันมีคนถามถึงการทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับพ.ต.ท.ทักษิณอีกจำนวนมาก ขณะนี้มีรายใหม่อีกเกือบ 1 หมื่นคนที่มาขอลงชื่อ ส่วนจ.บุรีรัมย์ที่ลงชื่อไปแล้วเกือบ 5 หมื่นคน ยืนยันมีตัวตนถูกต้อง มีเลขที่บัตรประชาชน 13 หลักเรียบร้อย และขณะนี้ก็ยังมาขอเพิ่มชื่ออีก และไม่มีคนใดไปขอถอนรายชื่อตามที่มีฝ่ายรัฐบาลปล่อยข่าว จะเห็นได้ว่าคนเสื้อแดงไม่ได้ไปโกหกประชาชนเพื่อหลอกให้มาลงชื่อ ขอเตือนว่าฝ่ายรัฐบาลหรือทางราชการอย่าดูถูกความคิดเห็นของประชาชน

นายโสภณกล่าวด้วยว่า ทำไมประชาชนถึงอยากจะลงชื่อทูลเกล้าฯถวายฎีกา เพื่อจะให้อภัยโทษพ.ต.ท.ทักษิณ เหตุผลสำคัญประการแรกคือรัฐบาลบริหารงานบกพร่องมาก อย่างเช่นขณะนี้รัฐบาลทำงานมาแล้ว 6 เดือนผลงานเด่นชัดประกอบด้วย 1.สร้างหนี้เพิ่ม 2.เรียกเก็บภาษีเพิ่ม 3.ยาบ้าเพิ่ม 4.ความยุติธรรมหดหายแต่มี 2 มาตรฐานเกิดขึ้นมาแทน รายได้ประชาชนก็แย่ พืชผลการเกษตรราคาตกต่ำอย่างหนักไม่เหมือนสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ประชาชนจึงคิดถึง ฉะนั้นชาวบ้านจึงต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศชาติอีกครั้ง

ติดวันหยุดยอดต้านไม่กระเตื้อง

นายโสภณกล่าวด้วยว่า กลุ่มเพื่อนเนวิน อาศัยอำนาจและหนังสือสั่งการจากนายอำเภอถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปคุกคามคนมาลงชื่อ ซึ่งได้มอบหลักฐานให้พรรคเพื่อไทยไปยื่นฟ้องรัฐบาลแล้ว ส่วนที่พรรคภท.จะส่งผู้สมัคร ส.ส.นั้นเราพร้อมเต็มที่และไม่กลัววิชามารของใคร และรู้กลโกง แต่สิ่งที่น่าห่วง ถ้าเลือกตั้งเร็วๆ นี้แล้วข้าราชการทำอย่างนี้ กลัวว่าข้าราช การจะติดคุก ส่วนการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของ จ.บุรีรัมย์ เป็นการส่งสัญญาณว่าเตรียมตัวการทำกิจกรรมและพร้อมที่จะสู้เมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าจะอยู่ 2 ปีก็อยู่ไป เพราะรัฐบาลยิ่งอยู่นานความเสียหายก็จะเกิดขึ้นมาก ชาวบ้านเอือมระอากันแล้ว ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ดี ชาวบ้านไม่เลือกหรอก ข้อสำคัญคือไปใส่ร้าย กล่าวหาว่าจะล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องทุจริตเอาผิดไม่ได้ ไปเอาเรื่องล้มสถาบันมาใส่ร้าย นี่คือการเมืองเพื่อแย่งอำนาจเป็นความชาญฉลาดของรัฐบาลที่จะใช้โจมตี ฉะนั้นเชื่อว่า ถ้าเลือกตั้งพรุ่งนี้พรรคภูมิใจไทยไม่มีแน่นอน

รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า สำหรับตัวเลขการตั้งโต๊ะรับลงชื่อต้านถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และถอนชื่อถวายฎีกา ในช่วงวันที่ 8-9 ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้มาลงชื่อน้อยมากเนื่องจากเป็นวันหยุด ยอดรวมยังอยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านคน โดยมีชื่อผู้ที่ลงชื่อถอนเพียง 10,000 คน ซึ่งในสัปดาห์นี้ จะกำชับให้แต่ละจังหวัดลงพื้นที่มากยิ่งขึ้น และจะให้นักวิชาการและนักกฎหมาย ให้ข้อมูลผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เกี่ยวกับการถวายฎีกา ผ่านทางวีดิทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการในพื้นที่ และเพื่อให้ผลการสรุปตัวเลขในสัปดาห์ถัดไปมากกว่าการลงชื่อถวายฎีกา ทั้งนี้ นายชวัรตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย จะแถลงยอดรวมอีกครั้งในวันที่ 10 ส.ค.นี้

อ๋อยย้ำรธน.50ต้นเหตุไม่เป็นธรรม

ที่อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลง กรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย จัดการเสวนาเรื่อง แนวทาง สมานฉันท์ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานสถาบันฯ นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรม การสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และนายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เข้าร่วมเสวนา

นายจาตุรนต์กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ที่รัฐธรรมนูญที่มีความไม่เป็นธรรม ส่วนกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นประเด็นที่สังคมเห็นแตกต่างเป็นสองฝ่าย ซึ่งความเห็นที่แตกต่างนั้นยังจะมีอยู่เรื่อยๆ สังคมควรหาหลักมาพูดกันว่าจะหา หลักที่ทำให้สังคมเกิดความสมานฉันท์ สามารถที่จะพัฒนาต่อไปได้อย่างราบรื่น หรือแม้มีความเห็นที่ต่างกันก็ยังอยู่ร่วมกันได้ นอกจากเรื่องรัฐ ธรรมนูญความรู้เกี่ยวกับการสมานฉันท์ ความรู้เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนความเห็นกันต้องรีบทำให้เกิดขึ้น เรื่องถวายฎีกาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความพยายามที่จะสมานฉันท์ต้องได้รับความสนใจจากทุกฝ่าย ที่ผ่านมาเราไม่ได้สนใจเท่าที่ควร ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยมันเลยจุดที่เป็นเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไปแล้ว จึงจำเป็นต้องมาพูดเรื่องระบบกติกา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าตัวบุคคล

พ.อ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรม นูญเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสมานฉันท์ ผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ องค์กรอิสระ คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ กลุ่มคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง พรรคการเมืองสองฝ่าย ต้องตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาร่วมกัน และควรยึดหลัก 4 ประการ คือ 1. ข้อเท็จจริง เป็นความขัดแย้งจากคนสองกลุ่ม 2. ความยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย ทุกฝ่ายใครที่ทำผิดกฎหมายต้องได้รับโทษ 3. การมีเมตตาธรรม และการให้อภัย และ 4. ใช้หลักความพอดี การแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

นักวิชาการชี้ต้องแก้บางมาตรา

นายชินวรณ์กล่าวว่า ทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหาความขัดแย้ง และเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องแก้ไข หากไม่พูดคุยกันปัญหาก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นายกฯมอบหมายให้วิปทั้ง 3 ฝ่าย หาทางออก โดยใช้รัฐบาลเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้เปิดประชุมรัฐสภา เพื่ออภิปรายทั่วไปในมาตรา 169 เพื่อให้สมาชิกได้ร่วมอภิปราย นี่เป็นเหมือนนิมิตหมายที่ดีภายหลังจากเกิดความขัดแย้งที่รุน แรงขึ้น

ด้านนายดิเรกกล่าวถึงแนวทางการสร้างความสมานฉันท์ ว่า คณะกรรมการสมาน ฉันท์ฯ เราไม่ได้พิจารณาเฉพาะแก้ไขรัฐธรรม นูญอย่างเดียว แต่เรามีแนวทางในการเสนอวิธีการสร้างความสมานฉันท์และปฏิรูปการเมือง 6 แนวทาง คือ 1.ลดวิวาทะใส่ร้ายการเมืองซึ่งกันและกัน 2. รัฐบาลและฝ่ายค้านควรลดเงื่อนไขเก่าที่มีอยู่และไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ 3. สื่อมวล ชน ควรเข้ามามีบทบาทในการเสนอแนวทาง 4. เน้นการเจรจาเพื่อสันติ 5. ควรจัดการสมาน ฉันท์ในภูมิภาค เพราะปัจจุบันความแตกแยกไม่ได้เกิดเพียงแค่ภาคต่างๆ เท่านั้น แต่ยังลงลึกไปถึงคร

Advertisement Replay Ad
นักนิติวิทยาฯชี้ นำอวัยวะ ‘น้องเมย’ ออกเป็นเรื่องปกติ แต่ยังมีข้อสงสัย

นักนิติวิทยาฯชี้ นำอวัยวะ ‘น้องเมย’ ออกเป็นเรื่องปกติ แต่ยังมีข้อสงสัย

คนงานหายไป 3 วัน ที่แท้ศพจมน้ำขึ้นอืดใต้แคมป์พัก

คนงานหายไป 3 วัน ที่แท้ศพจมน้ำขึ้นอืดใต้แคมป์พัก

คืบหน้าคดีครูจอมทรัพย์ "สับ วาปี" ดอดมอบตัว แฉถูกจ้างให้รับผิดแทน

คืบหน้าคดีครูจอมทรัพย์ "สับ วาปี" ดอดมอบตัว แฉถูกจ้างให้รับผิดแทน

ประวิตรย้ำ นตท.ป่วยตาย ปัดโดนซ้อม-หมอส่งคืนอวัยวะแล้ว

ประวิตรย้ำ นตท.ป่วยตาย ปัดโดนซ้อม-หมอส่งคืนอวัยวะแล้ว

สาวโพสต์เฟซบุ๊ก เรียกใช้ GrabBike ถูกวินมอเตอร์ไซค์ไล่ทำร้าย

สาวโพสต์เฟซบุ๊ก เรียกใช้ GrabBike ถูกวินมอเตอร์ไซค์ไล่ทำร้าย

คืบหน้า อวัยวะภายใน นตท.หาย ทหาร-แพทย์ยอมรับเก็บไว้ตรวจสอบ

คืบหน้า อวัยวะภายใน นตท.หาย ทหาร-แพทย์ยอมรับเก็บไว้ตรวจสอบ

สาวพิการไร้แขนทั้งสองข้าง แจ้งจับพี่เขย ข่มขืนนาน 8 ปี

สาวพิการไร้แขนทั้งสองข้าง แจ้งจับพี่เขย ข่มขืนนาน 8 ปี

จับยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 10 ล้านเม็ด ซุกบ้านหรูย่านบางพลี

จับยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 10 ล้านเม็ด ซุกบ้านหรูย่านบางพลี

เพื่อนข้างห้องเช่าผงะ พบศพหนุ่มดับปริศนาคาห้องเช่านาน 7 วัน

เพื่อนข้างห้องเช่าผงะ พบศพหนุ่มดับปริศนาคาห้องเช่านาน 7 วัน

พบเบาะแสคนร้าย แหกด่านยาเสพติด ขอน้ำชาวบ้านดื่ม

พบเบาะแสคนร้าย แหกด่านยาเสพติด ขอน้ำชาวบ้านดื่ม

โศกนาฏกรรม “นาหม่วย” ความรันทดของโชคชะตา

โศกนาฏกรรม “นาหม่วย” ความรันทดของโชคชะตา

จำคุก 1 ปี ผู้จัดการ 'บี พีระพัฒน์' โกงค่าตัว ไม่รออาญา

จำคุก 1 ปี ผู้จัดการ 'บี พีระพัฒน์' โกงค่าตัว ไม่รออาญา

'บี พีระพัฒน์' เผย อดีตผจก.สารภาพยักยอกเงินเพราะติดพนัน

'บี พีระพัฒน์' เผย อดีตผจก.สารภาพยักยอกเงินเพราะติดพนัน

เครื่องเล่นงานวัดพระสมุทรเจดีย์ทรุดพังถล่ม บาดเจ็บระนาว

เครื่องเล่นงานวัดพระสมุทรเจดีย์ทรุดพังถล่ม บาดเจ็บระนาว

2 คนร้ายขนยาบ้า 3.5 ล้านเม็ด ซิ่งแหกด่านนครสวรรค์-เร่งล่า

2 คนร้ายขนยาบ้า 3.5 ล้านเม็ด ซิ่งแหกด่านนครสวรรค์-เร่งล่า

โดนข้อหา "พยายามฆ่า" หนุ่มลวงเซ็กซ์หญิงเร่ร่อน คว้ามีดฟันยับ

โดนข้อหา "พยายามฆ่า" หนุ่มลวงเซ็กซ์หญิงเร่ร่อน คว้ามีดฟันยับ

โชเฟอร์สองแถวชลบุรีชนต้นประดู่ 5 ศพ ยังไม่โผล่มามอบตัว

โชเฟอร์สองแถวชลบุรีชนต้นประดู่ 5 ศพ ยังไม่โผล่มามอบตัว

จบด้วยดี วิน จยย.ชกต่อยนักศึกษา 2 ฝ่ายไม่ติดใจเอาความ

จบด้วยดี วิน จยย.ชกต่อยนักศึกษา 2 ฝ่ายไม่ติดใจเอาความ

แฉพฤติกรรม “หลวงปู่เณรโต” นำเงินกฐินไปใช้ส่วนตัว

แฉพฤติกรรม “หลวงปู่เณรโต” นำเงินกฐินไปใช้ส่วนตัว

พบร่างประธานชุมชนฯ ถูกยิง 8 นัด ดับกลางสวนยาง

พบร่างประธานชุมชนฯ ถูกยิง 8 นัด ดับกลางสวนยาง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์