ป.ป.ช.ส่งนายกฯพิจารณาผลวิจัยเช่ารถเมล์ส่อล็อคสเปค เตือนระวังม.157ย้อนเล่นงาน

ป.ป.ช.ส่งนายกฯพิจารณาผลวิจัยเช่ารถเมล์ส่อล็อคสเปค เตือนระวังม.157ย้อนเล่นงาน

ป.ป.ช.ส่งนายกฯพิจารณาผลวิจัยเช่ารถเมล์ส่อล็อคสเปค เตือนระวังม.157ย้อนเล่นงาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ป.ป.ช.แถลง 3 ปี เคลียร์ผลงานพิจารณาคดีไปแล้ว 68 % เหลืออีกแค่กว่า6พันเรื่อง เปิดผลวิจัยเช่ารถเมล์ฉาว 4 พันคัน ส่อล็อคสเปค เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเดียว อ้างผลศึกษาข้อมูลไม่ครบ บางส่วนเท็จ ชงนายกฯพิจารณา เตือนไม่ดำเนินการเจอม.157เล่นงานแน่


โชว์ 3 ปีเคลียร์คดีเกือบ70%

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงผลงานของ ป.ป.ช.ในรอบ 3 ปี เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ตุลาคมที่สำนักงาน ป.ป.ช.ว่า 3 ปีที่ผ่านมา มีคดีอยู่ในคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งสิ้น 20,215 เรื่อง พิจารณาเสร็จไปแล้ว 13,808 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 68 ชี้มูลไปแล้ว 206 เรื่อง แบ่งเป็นคดีที่มีความผิดทางวินัยและผู้บังคับบัญชาลงโทษไปแล้ว 51 เรื่อง ส่วนคดีที่มีความผิดทางอาญา ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ส่งให้อัยการสูงสุดฟ้องศาล ปัจจุบันมีที่ส่งฟ้องแล้ว 44 เรื่อง อยู่ที่อัยการ 55 เรื่อง และตั้งคณะทำงานร่วม 22 เรื่อง มีคดีเหลือค้างอยู่อีก 6,407 เรื่อง โดยสรุปจะมีคดีเข้ามาที่ ป.ป.ช.เดือนละกว่า 200 เรื่อง จึงต้องแก้ปัญหาทั้งการเพิ่มคนและเปลี่ยนวิธีการทำงานให้คดีเสร็จเร็วมากขึ้น แต่หากมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ขึ้นมาจะแบ่งเบาภาระได้มาก โดยขณะนี้มีคณะอนุกรรมการไต่สวนที่ยังทำงานอยู่ 726 คณะ


วิจัยเมล์ฉาวส่อล็อคสเปค

ต่อมา คณะทำงานพิจารณาติดตามศึกษาการเช่ารถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติ (ซีเอ็นจี) ขององค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่มีนายต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธาน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะอนุกรรมการป้องกันการทุจริตด้านเศรษฐกิจ ที่มีนายเมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการ แถลงผลการศึกษาโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน หลังใช้เวลาศึกษานาน 4 เดือน

โดยนายศิริบูรณ์ เนาว์ถิ่นสุข กรรมการบริหารราชยานยนต์ สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะคณะทำงานฯ กล่าวว่า การร่างทีโออาร์ที่ผ่านมาของ ขสมก.ทั้ง 11 ครั้ง ส่อว่าจะล็อคสเปค เนื่องจากมีการกำหนดคุณลักษณะของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น กำหนดว่ารถเมล์ที่จะเข้าโครงการต้องเป็นรถเมล์ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 236 แรงม้า และกำหนดว่าต้องเป็นดิสก์เบรกเอบีเอส ฯลฯ นอกจากการกำหนดให้ใช้เชื้อเพลิงซีเอ็นจี โดยไม่กำหนดมาตรฐานไอเสีย อาจทำให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต เพราะก๊าซธรรมชาติของไทยในปัจจุบันมาจากอ่าวไทยและพม่าที่มีสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน

ด้าน รศ.สิริลักขณา คอมันตร์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะคณะทำงานฯ กล่าวว่า คณะทำงานพบข้อมูลที่น่าตกใจหลังเชิญตัวแทน ขสมก.มาให้ข้อมูล เนื่องจากพบว่าไม่เคยมีการวิจัยประเมินความเป็นไปได้โครงการอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ผลการศึกษาด้านการตลาดอ้างอิงมาจากสวนดุสิตโพล ส่วนการศึกษาความเป็นไปได้โครงการก็อ้างจากสถาบันพระปกเกล้าเป็นเพียงรายงานของนักศึกษาที่ไปเรียนในสถาบันพระปกเกล้า ที่ไม่มีการลงชื่อผู้วิจัยแต่อย่างใด การศึกษาในส่วนสำคัญมากๆ นอกจากข้อมูลจะไม่ครบถ้วนบางส่วนยังเป็นเท็จ อาทิ ที่มาของตัวเลขต้นทุน ที่มาของจำนวนผู้โดยสาร ฯลฯ


แฉเอื้อเอกชนรายเดียว

"ที่สำคัญคือการกำหนดตัวเลขว่าต้องเช่า 4,000 คัน ซึ่งไม่มีผู้ผลิตรถยนต์รายไหนทำได้ยกเว้นแหล่งผลิตแห่งหนึ่งซึ่งอยู่เหนือประเทศไทยเท่านั้น คณะทำงานจึงเสนอว่าควรจะแยกการประมูลออกเป็นครั้งละ 400 คัน เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ ลบข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนบางราย" รศ.สิริลักขณากล่าว และว่า คณะทำงานจะส่งรายงานฉบับนี้ให้กับนายกรัฐมนตรีให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อให้ไปดำเนินการต่อ ว่าจะทำอย่างไร แต่ถ้าภายหลังเกิดความเสียหาย อาจจะถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินคดีฐานะละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โทษฐานที่เตือนแล้วแต่ไม่ฟัง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook