เต้นเอาผิดทักษิณขอไทมส์ส่งเทปคำสัมภาษณ์

เต้นเอาผิดทักษิณขอไทมส์ส่งเทปคำสัมภาษณ์

แม้วถึงกัมพูชารปภ.คุมเข้ม ครม.ควํ่าเจรจาพื้นที่ทับซ้อน

ทักษิณ ถึง กัมพูชา รปภ.วางกำลังคุมเข้ม ฮุนเซน เปิดโรงแรมหรูเลี้ยงรับรอง ต้อนรับเพื่อนเก่า นักวิเคราะห์เยอรมันส่องปมขัดแย้ง หวั่น 2 ชาติปัญหาระอุ แม้ว ทวิตฯถึงแฟนคลับย้ำความจงรักภักดี อ้อนขอความสงสารจากสื่อให้ความเป็นธรรม มาร์ค แลกหมัด ฮุนเซน งัดมติครม.คว่ำเจรจาพื้นที่ทับซ้อนในทะเล อ้าง ทักษิณ เป็นตัวแปร เจรจาไม่ได้ เร่งทำเรื่องขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนทันที รัฐบาลเต้น ประสานไทมส์ขอต้นฉบับคำต่อคำสัมภาษณ์ ทักษิณ ให้ได้ เทพเทือก ลั่นคนไทยทนไม่ได้ แม้วจ้อปีนเกลียว บิ๊กจิ๋ว สับนายกฯคิดแต่แง่ร้าย ตั้งแง่มองเพื่อนบ้านเป็นศัตรูไปหมด อิจฉา ทักษิณ มีเพื่อนมีน้ำใจอย่าง ฮุนเซน ฝ่ายพันธมิตรฯ นัดรวมพลสำแดงให้โลกรู้คนไทยจงรักภักดี สนธิ แฉธาตุแท้ ทักษิณ โผล่ ส.อ.ท.ห่วงนักธุรกิจเดี้ยง หากปัญหา 2 ชาติบานปลาย จับตา โอบามา ประชุมร่วมชาติอาเซียน

* ทักษิณเหยียบกัมพูชา

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. สำนักข่าวต่าง ประเทศทั้งเอพี, เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานข่าวพร้อมภาพข่าวจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางมาถึงประเทศกัมพูชาแล้ว เพื่อทำหน้าที่ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา โดยเครื่องบินไอพ่นส่วนตัวถึงท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ จากนั้นมีขบวนรถมาต้อนรับนำสู่กรุงพนมเปญท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

นายเฟย์ สีฟาน โฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงว่า ถือเป็นเกียรติสำหรับภาคเศรษฐกิจของกัมพูชา และเราหวังว่าประชาชนทั้งประเทศจะต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างอบอุ่น จากนั้นจะมีงานต้อนรับพร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมก๊วนกอล์ฟมาด้วยกัน คาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะพำนักอยู่ในกัมพูชาเป็นเวลา 2-3 วัน โดยมีกำหนดจะแสดงทรรศนะกับผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของกัมพูชาร่วม 300 คน ในกรุงพนมเปญในวันที่ 12 พ.ย.นี้

* จัดทีมคุ้มกันเป็นไข่ในหิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชาว่า สมเด็จฮุนเซนได้จัดบ้านพักรับรองที่เตรียมไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในบริเวณบ้านพักของสมเด็จฮุนเซน ที่อยู่ใกล้กับวงเวียนอนุสรณ์อิสรภาพ บ้านหลังนี้สมเด็จฮุนเซนเคยให้สัมภาษณ์ว่าได้เตรียมบ้านพักให้ พ.ต.ท. ทักษิณอยู่ หากต้องการจะมาพักที่ประเทศกัมพูชา โดยเป็นบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานมีสีขาว ค่อนข้างใหญ่โต และสวยงาม อยู่ เคียงข้างบ้านพักสมเด็จฮุนเซน

บรรยากาศโดยรอบบ้านพัก มีทหาร ตำรวจและหน่วยรักษาความปลอดภัยยืนเฝ้าอยู่หน้าบ้านเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีขบวนรถเบนซ์จอดเรียงรายอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก ที่คาดว่าจะเป็นขบวนรถที่สมเด็จฮุนเซนจัดไว้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณใช้ในช่วงที่พักอยู่ที่ กรุงพนมเปญ ทั้งนี้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน ทางสมเด็จฮุนเซนได้เตรียมงานเลี้ยงต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่โรงแรมพนมเปญ โดยได้เชิญรัฐมนตรี นักธุรกิจ ร่วมถึงผู้นำกองทัพกัมพูชามาร่วมงานเลี้ยงอย่างคับคั่ง สำหรับบรรยากาศรอบกรุงพนมเปญ ประชาชนยังใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่ได้มีความวิตกกังวลกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา

* นักวิเคราะห์หวั่น2ชาติระอุ

ส่วนกรณีที่ไทยจะยกเลิกบันทึกความเข้าใจเรื่องการสำรวจแหล่งแก๊สธรรมชาติและน้ำมันกับกัมพูชานั้น นายกอย กวง โฆษก กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาไม่ได้วิตกเรื่องนี้ และกัมพูชาจะไม่ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเราทราบแน่ชัดแล้วว่า คดีนี้เขาเป็นเหยื่อทาง

อีกด้านหนึ่ง เอเอฟพีรายงานอีกว่า นายพอล แชมเบอร์ส นักวิจัยอาวุโสด้าน การเมืองไทยของมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า การเดินทางไปเยือนพนมเปญของ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองรวมทั้งเจ้าภาพ อย่างกัมพูชา แต่เรื่องนี้อาจนำทั้งไทยกับ กัมพูชาไปสู่ปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดน โดยเฉพาะการจุดประเด็นเรื่องข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนโดยรอบปราสาทพระวิหาร สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้อาจขับเคลื่อนให้ทั้งไทยและกัมพูชาใกล้ที่จะเกิดข้อขัดแย้งรุนแรง นายแชมเบอร์ส กล่าว

* ทวิตฯข้อความย้ำจงรักภักดี

เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. พ.ต.ท. ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ในระหว่างที่อยู่ประเทศกัมพูชาว่า วันนี้ผมมาถึงพนมเปญแล้วครับ คิดถึงบ้านมากครับ คืนนี้จะพบและรับประทานอาหารกับครอบครัวท่านฮุนเซน ขอย้ำครับว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่ในใจตลอด

นอกจากนี้ตลอดทั้งวัน พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้โพสต์ข้อความตอบบุตรชาย บุตรสาว และแฟนคลับหลายข้อความ อาทิ Im so upset and fed up with international media., รัฐบาลนี้กลัวความจริงปิดกั้นข่าวสารทุกรูปแบบเหมือนปิดประตูตีแมว สื่อก็เชื่อฟังจนไม่ว่ารู้อุดมการณ์ไปไหนหมดโดยเฉพาะทีวี, ต้องวิงวอนสื่อช่วยให้ความเป็นธรรมผมบ้างครับ ผมคนไทยนะครับ อย่างน้อยผมเคยทำประโยชน์ให้สังคม ขอความเป็นธรรมผมบ้าง

* รัฐบาลหยุดถกพื้นที่ทับซ้อน

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปถึงก็จะดำเนินการทำหนังสือขอตัวมาตามสนธิสัญญา ซึ่งทางหน่วยงานกำลังดำเนินการขอตัวอยู่ เมื่อถามว่าหากทางกัมพูชาไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณไทยจะมีมาตรการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เมื่อสิ่งที่กัมพูชาทำมานั้นกระทบต่อความสัมพันธ์ในเรื่องใดเราก็จะต้องมีการมาทบทวนตาม ความเหมาะสม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบในกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการตามกระบวนการ เพื่อ ที่จะมีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจที่ทำ ไว้กับทางกัมพูชา เนื่องจากสภาพเหตุการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้น คืออดีตนายกฯของไทยไปเป็นที่ปรึกษาของ ฝ่ายกัมพูชา นอกจากนั้นการเจรจาตามกรอบ MOU ในหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และไม่ครอบคลุมในประเด็นที่อยู่ในบันทึกความเข้าใจด้วย ทั้งนี้การยกเลิกจะมีผลต่อเมื่อสภาต้องเห็นชอบก่อนตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะต้องพิจารณาให้รอบคอบรัดกุมเพราะอาจจะถูกโต้แย้งได้

* ชี้แม้วตัวแปรตัดสินใจ

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องแจ้งให้ทางกัมพูชาทราบอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ความจริงกัมพูชาเขาก็ทราบอยู่แล้วและขณะนี้ทางฝ่ายกัมพูชาเองก็ดูเหมือน จะให้ข่าวทำให้คนสับสนมากขึ้นเช่นไปพูด ถึงบันทึกข้อตกลงต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องพรมแดนทั้งที่รัฐบาลไทยไม่ได้ดำเนินการอะไร ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงว่าในสิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการนั้นทุกอย่างอยู่บนเหตุผลของความเปลี่ยนแปลงจากการแต่งตั้ง พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเป็นหลัก

นายกฯ ยังกล่าวว่า กัมพูชาก็ต้อง คิดว่าทำให้เกิดสถานการณ์ที่มีผลประโยชน์ขัดกันขึ้นมาอย่างนี้และการจะเจรจาทำอะไรต่อไปก็ต้องมาตั้งต้นใหม่หมดนั้นเพื่ออะไร และการที่มาแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมของไทยมันเหมาะสมหรือไม่ คิดง่าย ๆ ย้อนกลับไปสัก 3 สัปดาห์ ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี เมื่อถามว่าจะต้องให้กัมพูชาขอโทษประเทศไทยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องให้เขาได้พิจารณา

* เข็นเข้าสภาทราบยุติเอ็มโอยู

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนา ยากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการให้กระทรวงการต่างประเทศยุติบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาว่า ด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชา ต่างอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนบนอ่าวไทย ฉบับลงนามวันที่ 18 มิ.ย. 2544 แล้วให้กระทรวง การต่างประเทศทำสรุปข้อมูลมาเสนอต่อ ครม.เพื่อส่งต่อไปยังรัฐสภาเพื่อขอกรอบใหม่ แต่ขณะนี้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือขอยุติเรื่องนี้แล้วส่ง เข้ารัฐสภา เพราะการยุติเอ็มโอยูอาจมีผลกระทบ

นายปณิธาน กล่าวว่า หลังจากที่รัฐสภามีมติเห็นชอบให้ยกเลิกแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจะทำหนังสือแจ้งเรื่องนี้ต่อฝ่ายกัมพูชา ส่วนเหตุผลที่ยุติเอ็มโอยูนี้ คือ 1.แม้การพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนร่วมกันทางทะเล มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว แต่การปักปันกำหนดพื้นที่ตรงนี้ใน 8 ปี ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าน้อยมาก ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของเอ็มโอยูฉบับนี้ 2.เกิดกรณีการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณรู้และเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลงนี้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงรับข้อมูลมาโดยตลอด โดยเฉพาะข้อมูลทางเทคนิค จึงทำให้เงื่อนไขการทำงานร่วมกันกับกัมพูชาเปลี่ยนแปลงไป

* เร่งทำเรื่องขอตัว ทักษิณ

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในด้านอื่น ๆ ยังดีอยู่และจะดำเนินต่อไปด้วยดี ยังมีความเข้าใจดีกันอยู่ในหลายเรื่อง เช่น เรื่องการค้า ซึ่งไทยยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อตกลงเดิมที่มีอยู่ถ้าเป็น ข้อตกลงที่ไม่มีผลกระทบ และการค้าตาม แนวชายแดนก็ไม่มีปัญหา โดยเราไม่ได้คิด ว่าต้องปิดพรมแดน เราจึงยืนยันว่าจะเป็น เพื่อนบ้านที่ดี นายปณิธาน กล่าว

นายปณิธาน กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปถึงกัมพูชา เพราะกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้เตรียมการไว้แล้ว โดยเมื่อทางกระทรวงฯยืนยันชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางไปยังกัมพูชาจริง ทางฝ่ายคดีต่างประเทศของ อสส.จะเดินเรื่องเพื่อขอให้ทางกระทรวงฯเสนอไปยังกัมพูชาเพื่อขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทย โดยอสส.ระบุว่าใช้เวลา ไม่เกิน 1-2 วันก็สามารถเดินเรื่องได้ แต่ ขึ้นอยู่กับการยืนยันสถานที่อยู่ของ พ.ต.ท. ทักษิณอย่างเป็นทางการ

* ถกเข้มวาระเลิกเอ็มโอยู

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ที่ประชุมครม.ได้ใช้เวลาหารือวาระจรเพื่อขอความเห็นชอบให้ยกเลิกข้อตกลงร่วมไทย-กัมพูชา ปี พ.ศ. 2544 ประมาณ 15 นาที ประเด็นที่ติดใจและสอบถามกันมากโดยเฉพาะจากนายกฯคือ เอ็มโอยูถือเป็นสนธิสัญญาและสามารถยกเลิกได้หรือไม่ ซึ่ง นายกษิตและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงรายหนึ่งที่เข้าชี้แจง ครม. ได้บอกว่าไม่ถือเป็นสนธิสัญญาเป็นเพียงหนังสือแสดงเจตจำนง การยกเลิกต้องแจ้งให้ประเทศที่เป็นคู่สัญญาทราบล่วงหน้า 6 เดือน ถึง 1 ปี แต่ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับก็มีสิทธิร้องต่อยูเอ็น เพื่อตั้งกรรมการขึ้นมาไกล่เกลี่ยได้

โดยเจ้าหน้าที่ระดับที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงว่า อะไรก็ตามที่เอาเข้าไปให้สภาเห็นชอบ เวลายกเลิกก็ต้องเสนอสภา นายกฯ จึงได้กำชับว่าต้องระมัดระวังในการออกมติครม. ทั้งนี้ท้ายที่สุด ครม.จึงให้ความเห็นชอบในหลักการ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศไปดูช่องทางที่ถูกต้องว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก่อนนำเสนอเข้าสู่สภา

* ขอใบเสร็จคำต่อคำสัมภาษณ์

นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีของนิตยสารไทมส์และไทมส์ออนไลน์เสนอคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ทาง กระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือชี้แจงไปแล้ว และมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาในเรื่องกฎหมาย

ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ส่ง หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไทมส์ออนไลน์ ไปแล้ว เพราะกระทบต่อสถาบันเบื้องสูง และความรู้สึกของคนไทย ได้ทำหนังสือไป ยังไทมส์ออนไลน์เพื่อขอเทปบันทึกเสียงคำ ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพื่อจะได้พิสูจน์ว่าฝ่ายใดบิดเบือน เชื่อว่าคงจะได้รับความร่วมมือ

* เทือกลั่นคนไทยรับไม่ได้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ไทมส์ออนไลน์ที่มีลักษณะจาบจ้วงสถาบันว่า การกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นการกระทำที่มิบังควรและเป็นการกระทำที่ทำร้ายจิตใจคนไทยมาก ตนคิดว่าคนไทยคงไม่สามารถที่จะทนทานได้ในสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูด ทางกระทรวงการต่างประเทศจะต้องชี้แจงเพื่อเป็นการปกป้องสถาบันที่เคารพรักของคนไทย และให้ประชาชนชาวโลกได้รู้ความจริงว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย

นายสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำก็คือ 1.ต้องชี้แจงให้สื่อต่างประเทศเข้าใจว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดเป็นการกระทำเพื่อตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง 2.รัฐบาลต้องดูว่ามีหนทางใดที่จะต้องย้ำให้คนรู้ว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปอยู่กัมพูชาโดยมีความพยายามที่จะไปตั้งหลักที่จะทำร้ายประเทศไทย สำหรับข้อกฎหมายที่จะดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

* ซัดเป้าทักษิณเพื่อตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ในช่วงนี้เกี่ยวข้องกับการที่ศาลจะมีการพิจารณาคดียึดทรัพย์ในวันที่ 12 พ.ย.นี้หรือไม่ จึงต้องมีการเคลื่อนไหวรอบ ๆ ประเทศ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ตนอ่านที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับไทมส์ออนไลน์ เห็นชัดเจนว่ามุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของตัวเองชัดเจน อะไรก็ได้ขอให้ได้ผลประโยชน์ของตัวเองคืนมา

เมื่อถามว่า ได้มีการติดต่อกับนาย ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาหรือไม่ นาย สุเทพ กล่าวว่า พบกันครั้งสุดท้ายก็ช่วง ที่มาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่อำเภอ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ดีเรื่อง ผลกระทบชายแดนของประชาชน นายกฯได้ ให้นโยบายกับตนชัดเจนว่าให้ตนได้ดูแลด้าน ความมั่นคง เราก็จะรักษาอธิปไตยของเราไม่ ให้มีการรุกล้ำ จะดูแลความปลอดภัยของ ประชาชนตามแนวชายแดนได้ใช้ชีวิตอย่าง เป็นปกติสุข เพราะฉะนั้นจุดยืนฝ่ายความ มั่นคงจะไม่ไปปิดด่าน เราจะพยายามที่จะให้ทั้งสองประเทศใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งเราก็จะทำให้ดีที่สุด

* รอเขมรตอบรับส่งตัวผู้ร้าย

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายพนิช วิกฤติเศรษฐ์ ผู้ช่วย รมว.การต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางถึงประเทศกัมพูชาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้จัดทำสำนวนความผิดของอดีตนายกฯ โดยทำเป็นเอกสารคำร้อง 2 ฉบับ คือ สำนวนคำร้องขอจับกุมชั่วคราว และหมายจับกุม เพื่อส่งกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง และนำส่งต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชา

นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการ ฝ่ายคดีต่างประเทศ กล่าวว่า สำนักงาน ต่างประเทศได้ส่งหนังสือถึงเจ้าพนักงานผู้ มีอำนาจทางการกัมพูชา เพื่อให้ดำเนินการตามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่ ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เพื่อส่งต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ขณะ ที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ ยอมรับว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือดังกล่าวกลับ มาจาก อสส.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ เตรียมจัดส่งไปยังกัมพูชาแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

* บิ๊กป๊อกอัดไม่ควรกระทำ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงว่า ผบ.เหล่าทัพมีการพูดคุยและหารือกันแล้วว่า เราจะทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้รู้เรื่องในความเป็นจริง แต่น่าหนักใจต่อข้อกฎหมาย เพราะถ้ามีลักษณะเหตุการณ์ทำซ้ำจะเป็นแง่ทางกฎหมายทันที

เรามีนโยบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และปกป้องเทิดทูนสถาบัน ทั้งนี้เราต้องช่วยกันปกป้องและเทิดทูนสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้กับประเทศชาติ และให้รู้ว่าการกระทำดังกล่าวมิบังควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นคนไทย

เมื่อถามว่า การให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ รุนแรงกว่าทุกครั้ง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เขาดำเนินการอย่างไรก็รู้กัน อยู่ เขาเคลื่อนไหวกันมาต่อเนื่อง เขานึกว่าถึงจุดที่จะทำอย่างนั้นได้ ซึ่งการละเมิด ตนพูดรายละเอียดไม่ได้ ผบ.เหล่าทัพเห็นตรงกันหมดว่าเป็นการกระทำที่ไม่บังควร แต่การที่จะไปดำเนินการอะไรต่อค่อนข้างจะยาก เพียงแต่บอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าพูดเรื่องนี้ต่อ เพราะไม่เป็นการบังควร ส่วนการไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กัมพูชา เรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องพิจารณาเอง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอดีตนายกฯไทยควรจะรู้ว่า อะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะ

* องคมนตรีไม่เต้นตามให้เสีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เป็นประธานการประชุมคณะองคมนตรีประจำสัปดาห์ในวาระปกติ ซึ่งการประชุมไม่ได้มีการนำประเด็นคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่มีการพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงเพราะเห็นว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดำเนินการ และรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สถาบันเบื้องสูงเกิดภาพลบ ซึ่งการจะให้ทำเนียบองคมนตรี หรือสถาบันเบื้องสูง ออกมาดำเนินการคงไม่สามารถทำได้

แหล่งข่าว ระบุว่า องคมนตรียังไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ ต้องดูว่ารัฐบาลจะ ทำอย่างไร เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ จะต้องดำเนินการ จะให้เราไปเต้นตาม พ.ต.ท.ทักษิณคงไม่ได้ แต่การที่ พ.ต.ท. ทักษิณออกมาพูดพาดพิงสถาบันเบื้องสูง ทำให้ตัวเขาแย่และเสียเครดิตไปมาก พ.ต.ท. ทักษิณยิ่งพูดก็ยิ่งเสีย ขณะนี้ยอมรับว่าทุกฝ่ายเหนื่อยใจ รัฐบาลจะต้องรีบดำเนินการ ปล่อยเฉยไม่ได้ หากปล่อยเฉยจะยิ่งทำให้สถานการณ์ดูย่ำแย่ ควรมีมาตรการอะไรออกมา เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล จะให้สถาบันออกมาคงไม่ได้

* จิ๋วสับนายกฯคิดแง่ร้าย

ที่พรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ โดยตอบคำถามเกี่ยวกับสาเหตุที่สมเด็จฮุนเซนตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจว่า ตนไม่ทราบว่าสมเด็จฮุนเซนคิดอย่างไร แต่เท่าที่มองเห็นเป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่ดีเท่านั้น เมื่อถามว่าคิดอย่างไรที่คนไทยคิดว่าไปอยู่ข้างศัตรูของชาติ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า การจะว่าใครสักคนต้องดูอดีต ว่าผลงาน ที่ผ่านมาได้ทำอะไรมา ตนทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ สร้างมิตรภาพกับประเทศต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ได้ทำงาน

พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวว่า หัวใจที่จะพิ จารณาคน ๆ หนึ่งว่ามีเป้าหมายอะไร ในอนาคต ก็ต้องดูอดีต และตนไม่เข้าใจ ว่าทำไมไปเห็นว่าเขาเป็นศัตรู แต่หากมี การมองอย่างนั้นจริง ๆ ตนก็ไม่ทราบ คงต้องถามนายอภิสิทธิ์ ว่าเหตุใดจึงมีการมอง เช่นนั้น

* อ้อนคืนสังเวียนหวังพัฒนา

เมื่อถามว่าในสถานการณ์ที่กองทหารของทั้ง 2 ฝ่ายประจันหน้ากัน การไปให้คำปรึกษากับกัมพูชา ก็เท่ากับเป็นศัตรูของไทย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ใครไปบอกว่าตนให้คำปรึกษาเขา แต่ไปบอกว่าการเผชิญหน้ามันไม่ดี ซึ่งเขาก็เห็นด้วยกับการถอนกำลังทหารออกมา และให้ดำเนินการไปตามวิธีปกติของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ และคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็อย่าเข้าไปยุ่ง

เมื่อถามว่าการเข้ามาพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคและนายกฯหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปแล้วหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนกลับเข้ามาสู่การเมืองอีกครั้งโดยมีความมุ่งหมายที่จะแก้ไขปัญหาประเทศชาติที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้แก้ไข ซึ่งปัญหาที่สำคัญคือเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน แรกเริ่มก็คิดว่าจะเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น ไม่คิดจะเป็นผู้บริหารพรรค แต่เมื่อคนในพรรคสนับสนุนก็ยินดี แต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือนายกฯ ตั้งใจจะมาแก้ปัญหาแค่ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่งเท่านั้น นั่นคือเป้าหมาย

* ย้ำฮุนเซนมีน้ำใจให้เพื่อน

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไป อยู่กัมพูชานานหรือไม่และมองอย่างไรกับความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนยังไม่มีโอกาสคุยกับ พ.ต.ท. ทักษิณ จึงไม่ทราบว่าจะอยู่กัมพูชานานหรือ ไม่ ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสอง คิดว่า เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สมเด็จฮุนเซนเป็น เพื่อนที่น่ารักมาก ตนยังอิจฉาและอยากมี เพื่อนอย่างนี้บ้าง

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการขอส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศไทยตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดใน ข้อกฎหมาย แต่อยากยกตัวอย่างในกรณีของนายซกเยือน ที่สมเด็จฮุนเซนทำเรื่องขอตัวกลับไปดำเนินคดีในประเทศกัมพูชา โดยระบุว่าเป็นอาชญากร ประเทศไทยพิจารณาแล้วก็ยังไม่ส่งตัวกลับไปเลย ที่พูดนี่ไม่ได้ปกป้องสมเด็จฮุนเซน แต่อยากให้มองอย่างเข้าใจ มองกันอย่างมิตร เท่านั้นก็จบ

* ตู่สับบิดเบือนหวังขัดขา

ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังใช้วิธีการเดียวกันกับที่สมัย คมช. เคยใช้ ด้วยการทำประชาสัมพันธ์เป็นเอกสารลับเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ พ.ต.ท.ทักษิณ สำหรับกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาได้ตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มแรกนาย สุเทพ และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย ประกาศชัดว่าเปต่ก็มาปรับทัพใช้วิธีเดินเกมปลุกลัทธิชาตินิยมคลั่งชาติ รวมทั้งมีการใช้ผลเอแบคโพลแสดงถึงความนิยมของนายอภิสิทธิ์ ที่สูงขึ้น 3 เท่า ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทั้งสิ้น ถ้าจริงก็ขอท้านายกฯยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไปเลย

นายจตุพร กล่าวอีกว่า กรณีที่ไทมส์ออนไลน์ลงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ จาบจ้วงสถาบัน ตนเห็นว่าเป็นการลงข่าวที่บิดเบือน เพราะข้อเท็จจริงมีการดำเนินการจากคน 2 คน โดยคนแรก เป็นสามี ส.ส.พรรครัฐบาล ที่เป็นประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง และอีกคนคือโทรโข่งรัฐบาลที่ได้เดินทางไปนิวยอร์ก สหรัฐ เพื่อวางแผนเจรจาก่อนที่จะมีการสัมภาษณ์ดังกล่าว จึงขอเรียกร้องให้นิตยสารไทมส์ที่อ้างว่าเป็นนิตยสารระดับโลกต้องสอบสวนกระบวนการดังกล่าวด้วย ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ โดนใช้เป็นเหยื่อเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวของการทำงานของรัฐบาล

* รวมพลเสื้อเหลืองให้โลกรู้

ที่บ้านพระอาทิตย์ เวลา 12.30 น. แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิป ไตย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 15 พ.ย. โดยนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 6/2552 เรื่องจัดชุมนุมใหญ่ร่วมแสดงพลังแผ่นดินปกป้องเกียรติภูมิของชาติอย่างสันติ โดยระบุว่าที่ประชุมแกนนำเห็นควรจัดชุมนุมใหญ่ และเชิญชวนพี่น้องประชาชน ทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสี ผู้รักชาติมาร่วมกันแสดงพลังแผ่นดินอย่างสันติ ในนามพสกนิกรไทย นัดรวมตัวที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. แล้วเดินขบวนสำแดงพลังแผ่นดินอย่างสันติไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของปวงชนชาวไทยอย่างพร้อมเพรียง เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

1. ให้ประชาคมโลกได้รับทราบว่าพสกนิกรชาวไทยมีความรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ยินยอม ให้ผู้ทรยศชาติมาละเมิดจาบจ้วง 2. เพื่อแสดงออกให้ประชาคมโลกได้ทราบว่า ยัง มีประชาชนชาวไทยผู้รักชาติพร้อมที่จะรักษา ไว้ซึ่งเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของชาติจนถึงที่ สุด มิให้ประเทศชาติอื่นเข้ามาดูหมิ่นเหยียดหยามกระบวนการของศาลยุติธรรมแห่ง ราชอาณาจักรไทยได้ และ 3. เพื่อแสดงสัญลักษณ์และร่วมกันประณามนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร และนายฮุนเซน นายกฯแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาไปทั่วโลก ที่ได้มา ย่ำยีเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีแห่งราชอาณาจักรไทยในครั้งนี้

* ธิลิ้มฉะธาตุแท้ทักษิณ

ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้ม ทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ ไทมส์ออนไลน์ว่า เป็นการฆ่าตัวตายด้วยคำพูด สังคมไทยและโลกได้รู้แล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พูดจาจาบ จ้วงสถาบันเบื้องสูงทำให้เสียหายอย่างมาก แล้วยังโกหกว่าไม่ได้พูดเช่นนั้น แถมยังตำหนิไทมส์ออนไลน์จนเขาต้องเอาหลักฐานถอดคำให้สัมภาษณ์ 12 หน้าออกมาตีพิมพ์ให้เห็น ซึ่งจากการตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวคำพูดก็ตรงชัดเจน ครั้งนี้มีใบเสร็จเช็กบิลชัดเจน การกระทำเมื่อวานนี้เป็นการเช็กบิลย้อนหลังไปตั้งแต่วันแรกที่ได้มีข้อสงสัยว่าทักษิณไม่จงรักภักดี และต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด

นายสนธิกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่นายฮุนเซนบอกให้รัฐบาลไทยยุบสภานั้น ไม่ใช่นายฮุนเซนพูดเอง แต่เป็นเพราะมีคนแก่ คนหนึ่งไปบอกให้พูด และเรื่องนี้ถือว่า เป็นการไร้มารยาทเป็นอย่างมาก วงการระหว่างประเทศเขาถือกันมากเรื่องการแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่น นายฮุนเซน ไม่เคยมีมารยาทกับเรื่องพวกนี้ นายฮุนเซน จึงเป็นได้เพียงกุ๊ยทางการเมืองระหว่างประเทศ เท่านั้น

* จำลองวอนทหารแก่โชว์พลัง

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้เพื่อนทหารออกมาแสดงการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามหน้าที่แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว เพราะเราเคยถวายสัตย์ฯ ร่วมกันว่าจะต้องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ไปตลอดชีวิต โดยการชุมนุมจะไม่มีการตั้งหลักปักฐาน แต่เป็นการรวมพลังเพื่อแสดงเจตจำนง

พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ขอยืนยันว่าจะไม่พูดคุยกับ พล.อ.ชวลิต หากส่งคนติดต่อมาและไม่พร้อมที่จะหารือด้วย เพราะ พล.อ.ชวลิต สังกัดพรรคเพื่อไทยถือว่าเลือกข้างชัดเจนแล้ว และแกนนำของพรรคดังกล่าวยังคงเดินหน้าด่าทอ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี อย่างสาดเสียเทเสีย ขณะที่ตนเองเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิ การ พล.อ.เปรม เมื่อครั้งเป็นนายกฯ จึงไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะไปพูดคุย กับ พล.อ.ชวลิต

* โอบามานั่งถกกลุ่มอาเซียน

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมว่า ครม. รับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอเอกสารสำคัญของการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 1 คือ ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 1 เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ และนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐจะได้เป็นประธานร่วมในการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 1 ในวันที่ 15 พ.ย. 2552 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยในโอกาสนี้จะมีการออกแถลงการณ์ร่วม ระหว่างผู้นำอาเซียนและสหรัฐอเมริกา ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงเสนอร่างแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวให้ ครม. พิจารณา

* สภาป่วนนับองค์ประชุม

ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาเป็นวันที่ 2 มีการเริ่มพิจารณากรอบการเจรจาเรื่องเขตพื้นที่ทางทะเลที่ ไทย มาเลเซีย และเวียดนามอ้างสิทธิทับซ้อนกัน โดยบรรยากาศของการประชุมส่วนใหญ่เป็นไปอย่างวุ่นวายเพราะมีการปะทะคารมกันเป็นระยะระหว่าง ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย สลับกับการอภิปรายแสดงความห่วงใยของ ส.ว. ภายหลังการอภิปรายอย่างกว้างขวาง กว่า 5 ชั่วโมง ในที่สุดที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกับการเจรจาฯดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 327 ต่อ 2 งดออกเสียง 116 ไม่ลงคะแนน 14

จากนั้น น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ วิปรัฐบาล ได้เสนอให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุมขึ้นมาพิจารณาก่อนจำนวน 10 เรื่อง จึงทำให้ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยโวยวายว่าประธานวิปรัฐบาล ระบุว่าจะเสนอเลื่อนการพิจารณาขึ้นมาเพียง 3 เรื่อง เพราะเอกสารหลายเรื่องพวกตนยังไม่ได้ศึกษา จึงไม่อยากให้ใช้รัฐสภาเป็นพิธีกรรมทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ท้ายที่สุดนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมได้ขอมติจากที่ประชุมว่าจะอนุญาตตามที่วิปรัฐบาลเสนอให้เลื่อนวาระการประชุมหรือไม่ ปรากฏว่านายประสพสุขต้องกดออดเรียกสมาชิกอยู่หลายรอบ ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่พอใจที่ประธานไม่ยอมขานผลการนับองค์ประชุม

* พท.โวยจนท.ช่วยซิกแซ็ก

ขณะที่ นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า มองด้วยสายตาองค์ประชุมไม่ครบอยู่แล้ว ที่ไม่ยอมเปิดเผยผลคะแนนเพราะมีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ จึงขอให้ประธานรัฐสภาตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ด้วยเพราะมีพฤติกรรมแบบนี้หลายครั้งแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดนายประสพสุข ได้สั่งพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาที หลังจากเห็นว่าองค์ประชุมอาจไม่ถึงกึ่งหนึ่งจริง โดยหลังจากที่ประธานได้สั่งพักการประชุม ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยได้กรูกันเข้าไปทุบกระจกห้องของเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมคอม พิวเตอร์ลงคะแนนด้วย

กระทั่งเวลา 15.35 น. การประชุมเปิดขึ้นอี

Advertisement Replay Ad
ศาลฎีกาสั่งโทษจำคุก 12 เดือน จตุพร คดีหมิ่น อภิสิทธิ์ ไม่รออาญา

ศาลฎีกาสั่งโทษจำคุก 12 เดือน จตุพร คดีหมิ่น อภิสิทธิ์ ไม่รออาญา

ไม่มีลดราวาศอกกันแล้วนาทีนี้ เพจดังคาด "บิ๊กป้อม" มี ริชาร์ด มิลล์ อีกเรือน

ไม่มีลดราวาศอกกันแล้วนาทีนี้ เพจดังคาด "บิ๊กป้อม" มี ริชาร์ด มิลล์ อีกเรือน

ประวิตรยังไม่แจง ป.ป.ช.ปมแหวน-นาฬิกา บอกไม่ขอพูดอีก

ประวิตรยังไม่แจง ป.ป.ช.ปมแหวน-นาฬิกา บอกไม่ขอพูดอีก

"ประวิตร" ยิ้มไม่ตอบ ปมแหวนเพชรแม่ นาฬิกาเพื่อน

"ประวิตร" ยิ้มไม่ตอบ ปมแหวนเพชรแม่ นาฬิกาเพื่อน

รัฐบาลจวกข่าวปลอม ยันไม่ได้เก็บภาษี "พี่ตูน" ก้าวคนละก้าว

รัฐบาลจวกข่าวปลอม ยันไม่ได้เก็บภาษี "พี่ตูน" ก้าวคนละก้าว

"ประวิตร" ไม่ร่วมถกจัดการแร่ สื่อคาดไม่อยากตอบปมนาฬิกา

"ประวิตร" ไม่ร่วมถกจัดการแร่ สื่อคาดไม่อยากตอบปมนาฬิกา

ป.ป.ช. จ่อสอบ "ประวิตร" ปมนาฬิกาหรู-แหวนเพชร

ป.ป.ช. จ่อสอบ "ประวิตร" ปมนาฬิกาหรู-แหวนเพชร

ประวิตรยังไม่ถกปลดล็อก ยึดโรดแมปเลือกตั้ง ชี้แหวน-นาฬิกามีหลักฐานชัด

ประวิตรยังไม่ถกปลดล็อก ยึดโรดแมปเลือกตั้ง ชี้แหวน-นาฬิกามีหลักฐานชัด

"ประวิตร" แจงก็แค่สวมแหวนวงเดิม ไม่ได้คิดจะโชว์

"ประวิตร" แจงก็แค่สวมแหวนวงเดิม ไม่ได้คิดจะโชว์

นายกฯ นำ ครม.ถ่ายภาพหมู่ สื่อแซวแหวนเพชร "พล.อ.ประวิตร"

นายกฯ นำ ครม.ถ่ายภาพหมู่ สื่อแซวแหวนเพชร "พล.อ.ประวิตร"

กต.ยืนยัน "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ได้ถือพาสปอร์ตอังกฤษ

กต.ยืนยัน "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ได้ถือพาสปอร์ตอังกฤษ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เสียชีวิตแล้ว

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เสียชีวิตแล้ว

เปิดตัว "น้องเกี่ยวก้อย" มาสคอตสัญลักษณ์แทนการปรองดอง

เปิดตัว "น้องเกี่ยวก้อย" มาสคอตสัญลักษณ์แทนการปรองดอง

นายกฯ ประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง ‘สงขลา-ปัตตานี’

นายกฯ ประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง ‘สงขลา-ปัตตานี’

คุมเข้ม! ครม.สัญจรสงขลา หลังปะทะม็อบหิ้วขึ้นโรงพัก

คุมเข้ม! ครม.สัญจรสงขลา หลังปะทะม็อบหิ้วขึ้นโรงพัก

หม่อมปนัดดา เขียนขอบคุณ-อำลาตำแหน่งพ้น ครม.ประยุทธ์

หม่อมปนัดดา เขียนขอบคุณ-อำลาตำแหน่งพ้น ครม.ประยุทธ์

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ประยุทธ์ 5 แล้ว

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ประยุทธ์ 5 แล้ว

โฆษกกลาโหมขอโทษญาติ ปัดจงใจพูดกระทบความรู้สึก

โฆษกกลาโหมขอโทษญาติ ปัดจงใจพูดกระทบความรู้สึก

"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์