ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องยากลำบาก

ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องยากลำบาก

กรณีการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของกระทรวงการต่างประเทศนั้นกลายเป็นลักษณะ แมวไล่ จับหนู และมักถูกวิจารณ์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอดทำเกินไป ทีมหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้สัมภาษณ์ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

**มองความเคลื่อนไหว พ.ต.ท.ทักษิณ ชิน วัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในต่างประเทศในช่วงเกือบ 1 ปีอย่างไร

หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับการประสานงานจากอัยการสูงสุดและตำรวจสากลเพื่อให้ช่วยนำหมายศาลไปสู่ประเทศที่เราคาดว่า หรือมีข้อมูลว่า พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ ซึ่งในช่วงแรกของการดำเนินการ ได้แบ่งกลุ่มประเทศเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มักเดินทางไปในช่วงหลังจากเกิดการปฏิวัติวันที่ 19 ก.ย. 49 อาทิ ประเทศสหราชอาณาจักร ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ค่อนข้างคำนึงถึงความสัมพันธ์กับไทยมาก ๆ โดยเขาส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรเข้าไปในประเทศนั้น หลังจากที่เราได้ส่งหมายศาลออกไป โดยเราทราบว่าช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เข้าไปในประเทศเหล่านั้น 2.กลุ่มประเทศที่เราทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณไปลงทุนอยู่แล้วหรือมีเครือข่าย มีความรู้จักกับผู้นำหรือนักธุรกิจ และเข้าไปลงทุนจริง ๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และ 3.กลุ่มประเทศที่ให้การสนับสนุนและชักจูง พ.ต.ท.ทักษิณไปลงทุน ซึ่งเราจะมีข้อมูลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ต้องให้ความชัดเจนด้วยการออกจดหมายไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่าง ๆ ให้ได้รับทราบถึงหมายศาลที่ออกมาจากอัยการสูงสุดว่า พ.ต.ท.ทักษิณไปอยู่ประเทศไหน ก็ให้ประเทศนั้นได้รับข้อมูลและอาจจะผ่านกระบวนการของประเทศนั้นว่าจะส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่หรือจะจับกุมตัวชั่วคราวซึ่งตรงนั้นขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมของแต่ละประเทศ

ในส่วนของยูเออีนั้น ผมได้เข้าไปพูดคุยกับเขาตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปเจรจาทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเขาก็ตอบรับเราด้วยดีและระบุว่าให้ความสำคัญระหว่างไทยกับยูเออีเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่แบบนักธุรกิจปกติ ไม่มีการขับเคลื่อนทางการเมืองก็เป็นสิทธิของประเทศนั้น ๆ ว่าจะดำเนินการกับท่านอย่างไร และยากมากที่เขาจะส่งตัวมาให้เรา กระทั่งเกิดเหตุการณ์เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณใช้ดูไบเป็นฐานในการขับเคลื่อนทางการเมือง ผมก็ไปอีกซึ่งทางยูเออีเขาก็ตอบรับและบอกว่าจะตรวจสอบถ้า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ เขาจะแจ้งให้ออกนอกประเทศเพราะเขาไม่ให้ใช้ประเทศเขาเป็นฐานขับเคื่อนทางการเมือง ช่วงนั้นเราเห็นว่าเป็นการเคลื่อนไหวซึ่งไม่ปลอดภัยต่อประเทศ รมว.การต่างประเทศจึงได้สั่งให้ถอนพาสปอร์ตสีน้ำตาลหรือหนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นการทำตามขั้นตอนกฎหมายเช่นเดียวกับที่คนอื่น ๆ ที่เข้าข่ายเป็นผู้ร้ายข้ามแดนที่เราไม่ต้องการให้เขาสามารถเคลื่อนไหวโดยใช้พาสปอร์ตไทยเพราะอาจเกิดอันตรายกับประเทศ จากนั้นเราก็ทราบ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปในหลาย ๆ ประเทศซึ่งใช้พาสปอร์ตของ ประเทศอื่นโดยที่เราได้ข้อมูลมา เป็นการสะกดชื่อคล้ายกับชื่อเดิมเรามีทั้งชื่อและหมายเลขพาสปอร์ตที่ท่านถืออยู่ แต่ด้วยสารบบเราไม่สามารถตรวจสอบชื่อตามหมายเลขพาสปอร์ตเองได้ยกเว้นจะได้รับความร่วมมือจากประเทศที่เป็นเจ้าของพาสปอร์ต

เรื่องของขบวนการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ แต่เป็นเรื่องของทางตำรวจสากลที่มีการดำเนินการตามขั้นตอน กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของศาล ถ้าประเทศใดเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมและระบบศาลของไทยที่ได้พิพากษาคดีให้ถึงที่สุดแล้ว ก็ต้อง ยอมรับและให้เกียรติกับสิ่งที่เกิดขึ้น จะมาอ้างว่าเป็นคดีทางการเมืองไม่ได้ และถ้าเป็นคดีทางการเมืองจริง อดีตนายกฯก็ไม่ควรจะมาสู้คดี แต่ท่านได้ผ่านการต่อสู้ในชั้นศาลมาแล้ว

**รู้สึกว่าเหนื่อยหรือไม่กับการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณมา รับโทษ

ต้องยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนสำคัญ เป็นบุคคลที่ประชาชนและชาวต่างประเทศรู้จักและท่านมีความสามารถทำให้คนคิดได้ว่าคดีของท่านเป็นคดีการเมือง ถามว่าลำบากไหม ยอมรับว่าลำบากเมื่อเทียบกับบุคคลทั่วไปเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่อยู่ในกระแสตลอด เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นประเทศใดที่จะดำเนินการจับกุมตัวต้องคิดหนักมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังเชื่อมาตลอดคือ ประเทศที่มีระบบศาลยุติธรรมที่แข็งแกร่งเขาให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เขาจึงไม่ให้อดีตนายกฯกลับเข้าไปอีกได้เพราะเขารู้และให้เกียรติศาลของไทยแต่ก็มีบางประเทศที่ออกมาบอกว่าศาลของเราไม่เป็นธรรมเขาจึงไม่สามารถดำเนินการให้เราได้ ทำให้เราต้องชี้แจงต่อนานาประเทศมากขึ้นว่าคดีของท่านไม่ใช่เป็นเรื่องทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องของบุคคลต่อบุคคล แต่เป็นเรื่องของบุคคลกับกระบวนการทางศาล

**มีการวิจารณ์ว่าพุ่งเป้าที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นพิเศษ

ผมบอกได้คำเดียวว่าถ้าใครก็แล้วแต่ที่เป็นคนไทย อยู่ต่างประเทศ และถูกหมายศาลไทย ขับเคลื่อนทางการเมืองเพื่อโจมตีส่งผลกระทบให้เกิดความไม่มั่นคงในประเทศไทย เช่น โจมตีสถาบัน โจมตีองคมนตรี แล้วมาโจมตีรัฐบาลอันนันผิดอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านไม่ขับเคลื่อนทางการเมืองก็ไม่มีปัญหาอะไร ช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ในการทำเรื่องนี้ เราได้ทำให้อดีตนายกฯถูกตีกรอบมีพื้นที่ในการขับเคลื่อนหรือเดินทางน้อยลงมากเพราะวันนี้ท่านก็ไปในประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเรามาก ๆ ไม่ได้ เหลือแต่บางประเทศที่มองแต่เรื่องของธุรกิจมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

**มีบางคนมองว่าทำไมไม่มีข่าวการดำเนินการติดตามตัวคนอื่นที่หนีคดีบ้าง

เรารู้ว่าพวกเขาอยู่ต่างประเทศ อัยการและตำรวจก็กำลังดำเนินคดีติดตามตัวอยู่โดยประสานมายังทางกระทรวงฯเช่นกัน เราส่งหมาย ไปแล้ว เขาอาจอยู่ในกระบวนการของประเทศที่เขาอยู่ แต่นักข่าวไม่ได้สนใจ และที่สำคัญที่สุด เขาไม่ได้ขับเคลื่อนทางการเมืองที่กระทบต่อประเทศไทย

**นอกจากภารกิจในการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ทำอย่างอื่นหรือไม่

ผมได้รับมอบหมายงานด้านเศรษฐกิจ เช่น ทำหน้าที่ในคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาได้ทำในเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านตามกรอบของอาเซียน คือ เรื่องการสร้างระบบเชื่อมโยงที่ตอนนี้กระทรวงฯเข้ามามีบทบาทตามกรอบความร่วมมือต่าง ๆ อีกทั้ง ผมทำเรื่องของการเป็นตัวแทนการเจรจาหาพลังงานทดแทนต่าง ๆ รวมถึงอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเพิ่งเริ่มดำเนินการคือ เรื่องการเงินเพื่อการทูตโดยผมเห็นว่า 5-6 ประเทศในอาเซียนมีการพัฒนาเรื่องของระบบการเงินที่แข็งแรงแล้ว ยกเว้นลาว กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งผมคิดว่าการเข้าไปช่วยลดช่องว่างของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จะทำให้ประเทศเหล่านั้นมีความมั่นคงมากขึ้น และจะแก้ปัญหาเรื่องของแรงงานที่เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย รวมถึงปัญหาอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น สิ่งที่ผมพยายามทำคือการช่วยดูแลการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรของเขา เช่น ตอนนี้ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำลังเข้าไปเตรียมตั้งตลาดหลักทรัพย์ให้กับประเทศลาว ดังนั้น เมื่อประเทศเหล่านี้มีตลาดทุนที่แข็ง บริษัทที่ดี ๆ ของเขาก็สามารถระดมทุน เขาก็มีความแข็งแกร่งได้ ขณะเดียวกัน เราสามารถกระจายการลงทุนของนักลงทุนไทยเข้าไปในตลาดทุนของประเทศเพื่อนบ้านของเราได้.

Advertisement Replay Ad
ศาลฎีกาสั่งโทษจำคุก 12 เดือน จตุพร คดีหมิ่น อภิสิทธิ์ ไม่รออาญา

ศาลฎีกาสั่งโทษจำคุก 12 เดือน จตุพร คดีหมิ่น อภิสิทธิ์ ไม่รออาญา

ไม่มีลดราวาศอกกันแล้วนาทีนี้ เพจดังคาด "บิ๊กป้อม" มี ริชาร์ด มิลล์ อีกเรือน

ไม่มีลดราวาศอกกันแล้วนาทีนี้ เพจดังคาด "บิ๊กป้อม" มี ริชาร์ด มิลล์ อีกเรือน

ประวิตรยังไม่แจง ป.ป.ช.ปมแหวน-นาฬิกา บอกไม่ขอพูดอีก

ประวิตรยังไม่แจง ป.ป.ช.ปมแหวน-นาฬิกา บอกไม่ขอพูดอีก

"ประวิตร" ยิ้มไม่ตอบ ปมแหวนเพชรแม่ นาฬิกาเพื่อน

"ประวิตร" ยิ้มไม่ตอบ ปมแหวนเพชรแม่ นาฬิกาเพื่อน

รัฐบาลจวกข่าวปลอม ยันไม่ได้เก็บภาษี "พี่ตูน" ก้าวคนละก้าว

รัฐบาลจวกข่าวปลอม ยันไม่ได้เก็บภาษี "พี่ตูน" ก้าวคนละก้าว

"ประวิตร" ไม่ร่วมถกจัดการแร่ สื่อคาดไม่อยากตอบปมนาฬิกา

"ประวิตร" ไม่ร่วมถกจัดการแร่ สื่อคาดไม่อยากตอบปมนาฬิกา

ป.ป.ช. จ่อสอบ "ประวิตร" ปมนาฬิกาหรู-แหวนเพชร

ป.ป.ช. จ่อสอบ "ประวิตร" ปมนาฬิกาหรู-แหวนเพชร

ประวิตรยังไม่ถกปลดล็อก ยึดโรดแมปเลือกตั้ง ชี้แหวน-นาฬิกามีหลักฐานชัด

ประวิตรยังไม่ถกปลดล็อก ยึดโรดแมปเลือกตั้ง ชี้แหวน-นาฬิกามีหลักฐานชัด

"ประวิตร" แจงก็แค่สวมแหวนวงเดิม ไม่ได้คิดจะโชว์

"ประวิตร" แจงก็แค่สวมแหวนวงเดิม ไม่ได้คิดจะโชว์

นายกฯ นำ ครม.ถ่ายภาพหมู่ สื่อแซวแหวนเพชร "พล.อ.ประวิตร"

นายกฯ นำ ครม.ถ่ายภาพหมู่ สื่อแซวแหวนเพชร "พล.อ.ประวิตร"

กต.ยืนยัน "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ได้ถือพาสปอร์ตอังกฤษ

กต.ยืนยัน "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ได้ถือพาสปอร์ตอังกฤษ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เสียชีวิตแล้ว

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เสียชีวิตแล้ว

เปิดตัว "น้องเกี่ยวก้อย" มาสคอตสัญลักษณ์แทนการปรองดอง

เปิดตัว "น้องเกี่ยวก้อย" มาสคอตสัญลักษณ์แทนการปรองดอง

นายกฯ ประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง ‘สงขลา-ปัตตานี’

นายกฯ ประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง ‘สงขลา-ปัตตานี’

คุมเข้ม! ครม.สัญจรสงขลา หลังปะทะม็อบหิ้วขึ้นโรงพัก

คุมเข้ม! ครม.สัญจรสงขลา หลังปะทะม็อบหิ้วขึ้นโรงพัก

หม่อมปนัดดา เขียนขอบคุณ-อำลาตำแหน่งพ้น ครม.ประยุทธ์

หม่อมปนัดดา เขียนขอบคุณ-อำลาตำแหน่งพ้น ครม.ประยุทธ์

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ประยุทธ์ 5 แล้ว

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ประยุทธ์ 5 แล้ว

โฆษกกลาโหมขอโทษญาติ ปัดจงใจพูดกระทบความรู้สึก

โฆษกกลาโหมขอโทษญาติ ปัดจงใจพูดกระทบความรู้สึก

"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์