ไทย-กัมพูชา จากอดีตถึงปัจจุบัน : ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน

ไทย-กัมพูชา จากอดีตถึงปัจจุบัน : ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

หากไม่นับความขัดแย้งอันเกี่ยวเนื่องกับปราสาทพระวิหารแล้ว ถือว่าประเทศไทยกับกัมพูชานั้นมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างแน่นแฟ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนมากมาย เป็นมูลค่ามหาศาล ทั้งนี้สำนักข่าวแห่งชาติได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับกัมพูชา ดังนั้นในตอนนี้จึงขอหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจบางประเด็นเพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้อ่านทุกท่าน โดยเฉพาะในด้านการค้าชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา การค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากจะมีรูปแบบการค้าตามปกติที่มีการนำเข้าและส่งออกทางเส้นทางการคมนาคมต่าง ๆ แล้ว ประเทศไทยยังมีการทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านในรูปของ "การค้าชายแดน อีกด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่ไทยมีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน การค้าชายแดน เป็นการค้าในรูปแบบต่าง ๆ ของประชาชนหรือผู้ประกอบการค้าที่มีภูมิลำเนาหรือพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ทำการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน โดยมีมูลค่าครั้งละไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำเป็นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สินค้าอุปโภค สินค้าเกษตร สินค้าที่หาได้จากธรรมชาติ เป็นต้น การค้าชายแดนมีวิธีที่ไม่ยุ่งยาก เน้นความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งมีทั้งการค้าที่ถูกกฎหาย (ผ่านด่านศุลกากร) และที่ผิดกฎหมาย (ลักลอบค้า) ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชาเป็นระยะทาง 725 กิโลเมตร มีด่านถาวรที่สามารถส่งออกและนำเข้าสินค้าได้จำนวน 6 แห่ง ทำให้การค้าชายแดนมีบทบาทสูง โดยมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าการค้าร่วมระหว่างประเทศทั้งสอง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชามีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1) มีลักษณะทั้งในรูปแบบการค้าชายแดนที่แท้จริง คือ เป็นการซื้อขายระหว่างคนในพื้นที่ที่อาศัยอยู่บริเวณจังหวัดชายแดน 2) มีรูปแบบคล้ายกับการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ได้มีการทำการค้าขายเฉพาะกลุ่มผู้ค้าภายในพื้นที่บริเวณจังหวัดชายแดนเท่านั้น แต่ประกอบด้วยผู้ค้าจากส่วนกลาง และที่อื่น ๆ เข้ามาดำเนินการค้าขายผ่านชายแดน มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ประเทศไทยมีแนวโน้มเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยได้ดุลการค้าในปี 2546 มูลค่า 17,782 ล้านบาท เป็น 23,530 31,128 36,022 และ 37,354 ล้านบาท ในปี 2547 2548 2549 และ 2550 ตามลำดับ และในปี 2552 ปรากฏว่ามีมูลค่าการค้าถึง 7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากมูลค่าการส่งออกชายแดนของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่ามูลค่าการนำเข้าชายแดนกัมพูชา โดยสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้า สินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งทอ เป็นต้น ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าของสินค้านำเข้าจากกัมพูชาซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรกรรม เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง สิ่งทอ เศษเหล็ก หนังโค-กระบือ สินค้าประมงและปศุสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าของไทยนั้นเป็นที่นิยมและยอมรับของประชาชนชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ได้มีหลายฝ่ายแสดงความกังวลต่อการบริโภคสินค้าของชาวกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าจากเวียดนามที่กำลังพยายามตีตลาดในกัมพูชาแข่งกับสินค้าไทย แม้สินค้าไทยจะมีคุณภาพและได้รับความนิยมมากกว่า แต่หากการผลิตและขนถ่ายสินค้าไทยชะงักลง ย่อมส่งผลให้เกิดสินค้าไทยขาดตลาด ในที่สุดชาวกัมพูชาก็จะหันไปบริโภคสินค้าจากประเทศอื่น ๆ โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเวียดนามที่กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในหลาย ๆ ด้าน ประกอบกับความได้เปรียบของเวียดนามในด้านโลจิสติก หรือ การขนส่ง ที่มีความสะดวกสบาย และเป็นไปได้อย่างมากที่เวียดนามจะใช้ยุทธศาสตร์ในเชิงรุกในตลาดกัมพูชามากขึ้นจากช่องว่างที่ไทยกับกัมพูชามีกรณีความขัดแย้งต่อกัน เมืองคู่แฝด โครงการเมืองคู่แฝด (เมืองคู่มิตร) เป็นการดำเนินงานเพื่อพัฒนาพื้นที่ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นเมืองเชื่อมโยงระหว่างกัน เป็นรากฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรม การค้า การท่องเที่ยว สนับสนุนการย้ายฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมจากไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548 ให้กำหนดมาตรการผ่อนปรนสำหรับเมืองที่เป็น Sister City นำร่องในการจัดทำ Contract Farming 3 แห่ง ได้แก่่สอด-เมียวดี (2) ไทย-ลาว : เลย-ไชยบุรี และ (3) ไทย-กัมพูชา : จันทบุรี-พระตะบอง/ไพลิน จากแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ACMECS ตามปฏิญญาพุกามที่ผู้นำทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย ได้ลงนามร่วมกัน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2546 ณ เมืองพุกาม เพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง โดยเห็นชอบให้เกิดโครงการร่วมกันของทุกประเทศ และโครงการระดับทวิภาคี (Bilateral Project) รวมทั้งโครงการเมืองคู่แฝด (Sister Cities) ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่กำหนดขึ้นเพื่อให้ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจบรรลุตามวัตถุประสงค์ ซึ่งเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่มีร่วมกัน คือ 1. เชื่อมโยงธุรกิจบริการ การค้า ธุรกรรมการเงิน (Account Trade) 2. ขนส่ง (Logistics Industry) 3. ตลาดกลางสินค้าเกษตรร่วม 4. เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว 5. เขตประกอบการอุตสาหกรรม เขตการผลิตร่วม เน้นอุตสาหกรรมใช้แรงงาน 6. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน โดยโครงการร่วมกัมพูชา-ไทย กำหนดให้มีเมืองคู่แฝด 9 โครงการ ได้แก่ เสียมเรียบ ศรีสะเกษ โอดดาร์เมียนเจย สุรินทร์ บันเตียเมียนเจย สระแก้ว ไพลิน จันทบุรี เกาะกง ตราด พระวิหาร อุบลราชธานี พระตะบอง จันทบุรี ปราสาท ตราด โอดดาร์เมียนเจย บุรีรัมย์ ไทยกับกัมพูชามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ที่ต่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ที่สำคัญก็คือต่างมีรากฐานทางวัฒนธรรมเดียวกัน ทำให้มีความคล้ายคลึงกันหลายประการ นอกจากนี้ประชาชนไทยและประชาชนกัมพูชาต่างมีความสนิทใกล้ชิดกันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ความปรองดองระหว่างทั้งสองประเทศจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ก่อประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย กรณัฏฐ์ ขวัญคง เรียบเรียง

Advertisement Replay Ad

เรื่องน่าสนใจ

ช็อค! หญิงฮ่องกงถูกผลักกระเด็นตกรางรถไฟใต้ดิน

ช็อค! หญิงฮ่องกงถูกผลักกระเด็นตกรางรถไฟใต้ดิน

สลด! ลูกสาวเศรษฐียูเครนซิ่งรถชนคนตาย 5 ราย หวั่นใช้อิทธิพลพ่อหลบหนีโทษจำคุก

สลด! ลูกสาวเศรษฐียูเครนซิ่งรถชนคนตาย 5 ราย หวั่นใช้อิทธิพลพ่อหลบหนีโทษจำคุก

“อาเบะ” จ่อสร้างสถิตินั่งเก้าอี้นายกฯญี่ปุ่นนานที่สุด

“อาเบะ” จ่อสร้างสถิตินั่งเก้าอี้นายกฯญี่ปุ่นนานที่สุด

น่ารักได้อีก หนูน้อยผีไร้หน้า กลับมาพร้อมชุดใหม่ วันฮาโลวีนปีนี้

น่ารักได้อีก หนูน้อยผีไร้หน้า กลับมาพร้อมชุดใหม่ วันฮาโลวีนปีนี้

"ชีวอน" โดนวิจารณ์ขอโทษช้า สุนัขที่เลี้ยงกัดเพื่อนบ้านถึงตาย

"ชีวอน" โดนวิจารณ์ขอโทษช้า สุนัขที่เลี้ยงกัดเพื่อนบ้านถึงตาย

โจ๋อังกฤษงี่เง่า จุดพลุไฟให้พุ่งเข้ารถบัส ผู้คนตกใจกระเจิง

โจ๋อังกฤษงี่เง่า จุดพลุไฟให้พุ่งเข้ารถบัส ผู้คนตกใจกระเจิง

ตร.เยอรมันจับหมูป่า 2 ตัว อาละวาดวิ่งไล่กัดคนหวิดนิ้วขาด

ตร.เยอรมันจับหมูป่า 2 ตัว อาละวาดวิ่งไล่กัดคนหวิดนิ้วขาด

เกิดระเบิดกรุงคาบูล ตาย 84 บาดเจ็บ 194

เกิดระเบิดกรุงคาบูล ตาย 84 บาดเจ็บ 194

ซึ้ง! ลูกชายวัย 50 ผูกแม่วัยชราขึ้นหลัง เดินทางพาไปหาหมอ

ซึ้ง! ลูกชายวัย 50 ผูกแม่วัยชราขึ้นหลัง เดินทางพาไปหาหมอ

อุทาหรณ์! หนุ่มจีนมัวเล่นมือถือ ขับรถพุ่งตกสระน้ำข้างทาง

อุทาหรณ์! หนุ่มจีนมัวเล่นมือถือ ขับรถพุ่งตกสระน้ำข้างทาง

จีนทดลองปลูก “ข้าวยักษ์” พันธุ์ใหม่ สูงกว่าคน 2.2 เมตร

จีนทดลองปลูก “ข้าวยักษ์” พันธุ์ใหม่ สูงกว่าคน 2.2 เมตร

นักศึกษาสาวจีนป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะใช้วิจัยโรค

นักศึกษาสาวจีนป่วยหนัก ขอยุติการรักษา บริจาคศีรษะใช้วิจัยโรค

โรงงานดอกไม้ไฟในอินเดียระเบิด คนงานดับ 8 เจ็บ 20

โรงงานดอกไม้ไฟในอินเดียระเบิด คนงานดับ 8 เจ็บ 20

โรแมนติก! หนุ่มขับรถเมล์เซอร์ไพรส์ ขอผู้โดยสารสาวแต่งงาน

โรแมนติก! หนุ่มขับรถเมล์เซอร์ไพรส์ ขอผู้โดยสารสาวแต่งงาน

เด็กป่วยหลับยาก แม่ก็ไม่กล้าปลุก โชเฟอร์รถเมล์พาส่งถึงป้ายสุดท้าย

เด็กป่วยหลับยาก แม่ก็ไม่กล้าปลุก โชเฟอร์รถเมล์พาส่งถึงป้ายสุดท้าย

เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ล้อหน้าหลุด อึ้ง! รู้หลังลงจอด

เครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ล้อหน้าหลุด อึ้ง! รู้หลังลงจอด

นิวซีแลนด์ได้นายกรัฐมนตรีหญิง อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

นิวซีแลนด์ได้นายกรัฐมนตรีหญิง อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์

เครื่องบินเล็กพุ่งลงกลางถนน ชนรถยนต์ 2 คัน บาดเจ็บ 5 คน

เครื่องบินเล็กพุ่งลงกลางถนน ชนรถยนต์ 2 คัน บาดเจ็บ 5 คน

เกษตรกรจีนเก็บผลผลิต “แอปเปิล” ลูกดกสีสวยละลานตา

เกษตรกรจีนเก็บผลผลิต “แอปเปิล” ลูกดกสีสวยละลานตา

หนุ่มจีนสุดขยัน ส่งของวันละเป็นร้อยเจ้า รับทรัพย์ 8 หมื่นทุกเดือน

หนุ่มจีนสุดขยัน ส่งของวันละเป็นร้อยเจ้า รับทรัพย์ 8 หมื่นทุกเดือน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์