เสื้อแดงประกาศดีเดย์10ธันวาคม

เสื้อแดงประกาศดีเดย์10ธันวาคม

บชน.ผวานองเลือดแม่ศิวรักษ์เยี่ยมลูก

บช.น. หวั่นวินาศกรรมนองเลือดกลางกรุง 4 ธ.ค. ดีเดย์ปิดฉากงานร้องเพลงชาติไทย สั่งระดมกำลังอารักขา ครม. เต็มพิกัด ส่วน เทพเทือก ย้ำข่าวป่วนเมืองช่วงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ มาร์ค สั่งรับมือหลัง นปช. ประกาศชุมนุมรอบใหม่ 10 ธันวา อ้างอุ่นเครื่องก่อนระดมพลครั้งใหญ่ 3 เกลอ เสี้ยมอำมาตย์จ้องปลด ผบ.ทบ. พ้นทาง เสธ.แดง เฉไฉเกณฑ์ ทหารพราน ร่วมม็อบแดง ด้าน นพดล โชว์ผลงานข่ม กษิต หลังต่อสายพา แม่วิศวกร เยี่ยมลูกอีกหนสะดวกโยธิน โถ...หัวอกแม่หอบกุนเชียง-หมูหยองไปฝาก แย้ม พท. ดูแลอบอุ่นกว่ารัฐบาล ฟาก รมต.น้องเดียว สั่งตีปิ๊บแจงผลงานรัฐบาล 23 ธ.ค. นี้ ส่วน กกต. ชงศาลฯ เขี่ย พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ พ้น รมช.คลัง เกียรติกร หลุด ส.ส. ตั้งแต่ปากไวไขก๊อก ขณะที่ มาร์ค-เทือก ปัดใช้ช่วงชุลมุนปรับ ครม. ปู่ชัย นำทีม ก.ก. แจงแบบสภาใหม่ขาวจั๊วะ

* นปช.นัดชุมนุมใหม่10ธ.ค.

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า วันที่ 10 ธ.ค. จะมีการชุมนุมของคนเสื้อแดง เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เวลา 12.00-24.00 น. โดยใช้สถานที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ชุมนุมอย่างสงบ และไม่มีการเคลื่อนขบวน การชุมนุมดังกล่าวเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้นอกจากจะพูดเรื่องรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการปราศรัยทาง และได้เชิญนายอุดม มั่งมีดี อดีตหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลฎีกามาพูดถึงการปฏิรูประบบศาลของไทย

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การชุมนุมวันที่ 10 ธ.ค.นี้ คนเสื้อแดงจะถือโอกาสประกอบพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรในช่วงเย็น และขอฝากไปยังรัฐบาลว่าคนเสื้อแดงไม่กลัวหากจะประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เนื่องจาก นปช. ประกาศชุมนุมอย่างสงบ แต่ถ้ามีใครเคลื่อนไหวนอกจากแนวทางสันติ พวกตนจะไม่รับผิดชอบใด ๆ อย่างไรก็ตามวันที่ 9 ธ.ค. จะนัดหมายแกนนำเสื้อแดงมาหารือเพื่อกำหนด วันชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลอีกครั้ง

* ปูดอำมาตย์จ้องปลด ผบ.ทบ.

ส่วนที่มีข่าวว่าแกนนำเสื้อแดงแตกคอเป็นครั้งที่สองนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามในลักษณะหากินง่าย เพราะรัฐบาลต้องการพูดผ่านสื่อให้คนเสื้อแดงแตกแยก ขอชี้แจงว่าความเป็นเอกภาพของคนเสื้อแดงไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่จิตวิญญาณการต่อสู้ วันนี้นอกจากจะไม่มีใครหายไปแล้วยังมีเพิ่มขึ้นทุกวัน และเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลจะเห็นคนเสื้อแดงมาชุมนุมเป็นล้านคนแน่นอน

ผมเห็นภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แล้วรู้สึกเวทนา อยากบอกให้เอาบุญว่าคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ 3 อย่าง คือ 1.สถานการณ์มหากาพย์เพื่อ กำราบมาร์ค เนื่องจากการตั้ง ผบ.ตร. ขอให้จับตาดูการลุยสอบทุจริตของกองปราบปรามให้ดี เพราะจะมีผลไปถึง สตช. และ ก.ต.ช. 2.สถานการณ์คลื่นใต้น้ำที่คนในพรรคประชาธิปัตย์มีความแตกแยกต้องการเก้าอี้รัฐมนตรี และ 3.ขุมอำนาจอำมาตย์กำลังเล่นเกมป๊อกเด้ง เพื่อเปลี่ยนตัวคนสำคัญ เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ แกนนำเสื้อแดง ระบุ

* ซัดรัฐบาลโยนบาประเบิดปีใหม่

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ออกมาระบุว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่อาจมีการก่อวินาศกรรมขึ้นเหมือนในช่วงเดือน ธ.ค. 49 ว่า เรื่องนี้ทราบมาจากนายพลคนหนึ่งอยู่ในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งรัฐบาลพยายามโยนความผิด และออกข่าวว่าจะมีการวางระเบิดในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 52-1 ม.ค. 53 เพื่อบลั๊ฟการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ดังนั้นตนก็ขอกล่าวหาดัก ไว้เลยว่าเรื่องนี้เป็นการวางแผนของรัฐบาลให้คนเข้าใจผิดว่าคนเสื้อแดงเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งที่พวกตนไม่ได้รู้เห็น และหากมีเหตุเกิดขึ้นจริง ขอให้คนไทยลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาล เพราะว่าเป็นวิธีการที่ชั่วร้าย เหมือนกรณีที่กุข่าวว่าคนเสื้อแดงขนคนต่างด้าวมาร่วมชุมนุม

* บิ๊กจิ๋วปัดทพ.ร่วมม็อบแดง

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ในฐานะประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เปิดเผยว่าจะมีอดีตทหารพรานจากค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมา เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยุบค่ายปักธงชัยว่า คงไม่ใช่อย่างที่เป็นข่าว การยุบค่ายไม่ใช่ความต้องการของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเรื่องของกองทัพที่เห็นว่าหมดความต้องการแล้วก็อาจจะยุบค่ายได้ เชื่อว่านักการเมืองคงไม่มายุ่งกับทหาร

ต่อข้อถามว่า มีกระแสข่าวว่าถังแตกถึงขั้นประกาศขายคอนโดมิเนียม ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นการพูดที่น่าเกลียด คงไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นเพราะไม่เข้าใจ ข่าวที่ออกมาทำให้คนเข้าใจว่าตนออกมาโวยวายเรื่องเงินทอง ซึ่งไม่เคยเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้คงเป็นข่าวที่ผิดพลาด เนื่องจากบุตรสาวของตนต้องการส่งหลานไปเรียนต่อในอเมริกาจึงบอกขายคอนโดฯ ซึ่งตนได้ช่วยถามว่ามีใครต้องการซื้อ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อถามว่า จะฟ้องสื่อที่ตีพิมพ์เรื่องนี้หรือไม่ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คงไม่ฟ้อง เรื่องมากกว่านี้ยังไม่เคยฟ้อง ใคร มีคนด่าแม่ก็ยังไม่ฟ้อง

* แขวะมาร์ค-กษิตชอบท้าต่อย

พล.อ.ชวลิต ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ อีกครั้ง โดย พล.อ. ชวลิต ให้เหตุผลว่า เรื่องระหว่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์คงไม่ดี เรื่องนี้รัฐบาลคงสามารถทำให้มีความเรียบร้อยได้ ทั้งนี้รัฐบาลควรสร้างความเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไม่อยากให้บ้านลุกเป็นไฟ เข้าใจว่ารัฐบาลคงกำลังหาทางที่จะพูดจากับกัมพูชาให้รู้เรื่อง จึงควรให้เวลากับรัฐบาล ก่อน ส่วนตนคงไม่ไปแนะนำรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีคนทำงานที่มีฝีมืออยู่แล้ว

ต่อข้อถามว่า นายกฯ ระบุว่าการที่ท่าทีของสมเด็จฮุนเซนเป็นเช่นนี้ เพราะถูกยั่วยุจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อดีตนายกฯ กล่าวว่า อย่าไปตัดสินหรือพูดอะไรที่มีผลกระทบเร็วนัก นายกฯ อาจมีข้อมูล แต่ถ้าไม่มีข้อมูลก็ไม่ควรไปสร้างเรื่อง พูดง่าย ๆ น่าจะพูดให้น้อยที่สุด พูดกันในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้คำพูดมาจากพื้นฐานทางความคิดและจิตใต้สำนึกที่คิดว่าต้องตีต้องต่อยกันตลอดเวลา เมื่อถามย้ำว่า จะเดินทางไปกัมพูชาเพื่อพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน อีกหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า คงไม่จำเป็นเพราะพูดคุยกันรู้เรื่องแล้ว ขอเพียงอย่าไปด่าไปแขวะ

* ไม่แย่งซีนช่วยวิศวกรชาวไทย

ส่วนบทบาทของพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาลที่มีลักษณะแย่งผลงาน โดยกรณี การช่วยเหลือวิศวกรชาวไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวนั้น ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรคิดถึงคนที่เดือดร้อน มารดาวิศวกรไทยเดือดร้อน ก็ต้องช่วยกันให้ไปเยี่ยมก่อน ฝ่ายค้านยืนยันว่าไม่ได้แย่งผลงานรัฐบาล

เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เคยออกมาระบุว่าปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านส่วนหนึ่งมาจากการเดินทางไปกัมพูชาของ พล.อ.ชวลิต ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะโทษมาก็ได้ตนยอมรับ แต่อย่าไปคิดอย่างนั้น ตนเดินทางไปกัมพูชาเป็นการไปทำในสิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงหลายเรื่อง เช่น การเผชิญหน้าด้วยกำลังทหาร หรือการเจรจาปัญหาที่ควรจะเจรจาแบบทวิภาคีมากกว่าพหุภาคี แต่อาจเป็นเพราะรัฐบาลไปยกเอาคำพูดของนายกฯ กัมพูชา ที่ออกมาระบุว่ามีความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จึงทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เรามีแต่สร้างมิตรให้เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความแตกแยก

* แม่บินไปเยี่ยมศิวรักษ์รอบ2

วันเดียวกัน เวลา 07.45 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นางสิมารักษ์ ณ นครพนม และนายพงษ์สุรีย์ ชุติพงษ์ มารดาและน้องชายของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส จำกัด หรือแคทส์ ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมในข้อหาจารกรรมข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ ได้เดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อเยี่ยมนายศิวรักษ์ที่เรือนจำเพรยซอเป็นครั้งที่สอง โดยมีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ไปอำนวยความสะดวก

นางสิมารักษ์ เปิดเผยว่า การขอให้พรรคเพื่อไทยช่วยเหลือ เพราะเกรงใจรัฐบาล ไม่มีนัยแอบแฝง แต่ต้องการใช้ทุกช่องทางเพื่อช่วยให้เดินทางไปพบบุตรชาย ทั้งนี้ขอปฏิเสธเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศยึดหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) สำหรับวงเงินประกันตัวทราบว่าสถานทูตเตรียมไว้แล้วประมาณ 5 หมื่นบาท ถึง 2 แสนบาท

* รับพท.ดูแลอุ่นใจกว่ากต.

มารดานายศิวรักษ์ เปิดเผยอีกว่า ขอให้เห็นใจหัวอกคนเป็นแม่ที่เป็นห่วงลูก อย่าโจมตีหรือมองเป็นเรื่องการเมือง ไม่ว่าช่องทางใดที่ช่วยเหลือลูกชายได้ก็พร้อมจะทำและรู้สึกดีใจมากที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาช่วยเหลือซึ่งทำให้รู้สึกอุ่นใจมากกว่าที่ผ่านมา การไปครั้งนี้ต้องการไปให้กำลังใจลูกชายให้มีกำลังใจในการต่อสู้คดี หากนายศิวรักษ์ได้รับการประกันตัวในวันที่ 4 ธ.ค. นี้จะเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิต เพราะขณะนี้บุตรชายมีอาการโรคหอบหืดกำเริบ กลางคืนจะเกิดอาการแพ้อากาศและหายใจขาดเป็นช่วง ๆ ซึ่งมีอาการคล้ายโรคหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันร่วมด้วย อีกทั้งร่างกายทรุดโทรมไปมาก ครั้งก่อนนายศิวรักษ์บอกว่านอนไม่หลับและได้ขอยานอนหลับ แต่ตนไม่กล้าให้ไว้ เพราะ กลัวเจ้าหน้าที่จะกล่าวหาว่าให้ยานอกเหนือจากยาประจำตัว

นางสิมารักษ์ กล่าวด้วยว่า การเดินทางไปในเที่ยวนี้จะค้างที่กรุงพนมเปญ 1 คืน พรรคเพื่อไทยได้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และวันที่ 7 ธ.ค. จะเดินทางไปอีกครั้งเพื่อร่วมฟังการตัดสินคดีในวันที่ 8 ธ.ค.

* โถขนกุนเชียง-หมูหยองไปฝาก

นางสิมารักษ์ ยังได้เปิดกระเป๋าเดินทางให้ผู้สื่อข่าวดูสิ่งของเครื่องใช้ที่นำไปให้บุตรชาย ประกอบด้วยเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ชุดนอน เสื้อยืด ผ้าเช็ดตัว พร้อมอาหารแห้ง อาทิ กุนเชียง หมูหยอง

นายพร้อมพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้วางแผนว่าจะเดินทางไปกัมพูชาด้วย แต่เกรงว่าจะถูกโจมตีมากกว่านี้ เพราะขณะนี้โดนกล่าวหาว่ามาแย่งซีน ฉกฉวยโอกาสทางการเมือง ทั้งที่นางสิมารักษ์ไปขอร้องให้พรรคเพื่อไทยช่วยเหลือ และพรรคเห็นว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นการช่วยรัฐบาลอีกทาง ซึ่งนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศได้ประสานกับบริษัทแคทส์และภาคเอกชนกัมพูชาให้เข้ามาช่วยเหลือนางสิมารักษ์ได้เข้าเยี่ยมบุตรชายอีกครั้ง คาดว่าวันที่ 4 ธ.ค. กระทรวงการต่างประเทศจะยื่นประกันตัวน่าจะมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตามพรรคได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้แล้วหากมีการตัดสินว่านายศิวรักษ์ต้องรับโทษตามกฎหมายกัมพูชา โดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย จะประสานเพื่อขอนิรโทษกรรมให้กับนายศิวรักษ์ทันที

* เสธ.แดงชิ่งระดมม็อบทพ.

ขณะที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์กรณีระบุว่าเตรียมนำกองกำลังทหารพรานค่ายปัก ธงชัย จ.นครราชสีมา รวมตัวปกป้องกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เรียกตนไปพบ เพราะขณะนี้ทหารพรานค่ายปักธงชัยที่ถูกยุบกำลังรวมตัวออกมาเป็นพันคน และมีการเตรียมอาวุธหนักพร้อมรบ เพราะเห็นว่ารัฐบาลไม่มีความเป็นธรรมซึ่งตอนที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบิน แต่ทหารไม่ออกมาปราบปราม แต่เมื่อกลุ่มเสื้อแดงออกมาล้อมทำเนียบรัฐบาล อย่างเหตุการณ์เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทหารก็ออกมาปราบปราม ซึ่งทหารพรานเหล่านี้จะแฝงตัวเป็นการ์ดคนเสื้อแดง เวลามีม็อบเสื้อแดงก็จะแฝงตัวไป ดังนั้นขอเตือนว่าทหารอย่าออกมาช่วงนี้ เพราะจะถูกทหารพรานที่มีอาวุธพร้อมรบอาจทำให้เกิดสงครามกลางเมืองได้

* ว้ากนายเต้นตามเสื้อเหลือง

พล.ต.ขัตติยะ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญทหารพรานเหล่านี้ใช้อาร์พีจีเก่งกว่าทหารหลัก การที่ พล.อ.พัลลภ เรียกตนไปพบ เพราะต้องการไปเคลียร์ว่าอย่าเพิ่งให้ทหารพรานเข้ามา อย่างไรก็ตามการที่ทหารพรานนี้ออกมาเป็นเพราะ พล.อ.ชวลิตเป็นคนตั้งค่ายนี้ขึ้นมา เมื่อ พล.อ.ชวลิต ลงเล่นการเมืองจึงอยากจะออกมาและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีบุญคุณ เพราะสมัยเป็นนายกฯ ได้ขึ้นเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงให้

ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีความพยายามปลดและถอดยศของตนทั้งที่ยังไม่มีความผิดด้านวินัยว่า กองทัพบกอยู่ใต้คำสั่งของนายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่หรือของใคร เพราะนายสุริยะใสบอกให้สั่งสอบก็จะทำการสอบทันที หากปลดตนก็เป็นเรื่องไม่พอใจส่วนตัว เพราะตนไม่มีความผิดอะไร แล้วจะมาถอดยศ มาปลดตนได้อย่างไร คนที่ถอดยศตนได้มีเพียงพระองค์เดียว หากปลดตนระวังออกจากกองทัพไม่ได้และวันนี้ พอมีข่าวออกไป กองทัพก็เต้นกันไปหมด โทรศัพท์มาขู่ตนทั้งวันจากทั้งฝ่าย เสธ.และฝ่ายต่าง ๆ แต่ตนไม่ผิด ตนไม่กลัว

* เชื่อเทพเทือกตีปลาหน้าไซ

ด้าน พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่าศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) วิเคราะห์อาจมีการก่อวินาศกรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า เป็นการพูดกันไว้ก่อน เมื่อวันขึ้นปีใหม่ปี 50 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ขึ้นซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด รวมถึงหลังปีใหม่กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะชุมนุมอีกครั้ง ดังนั้น รองนายกฯ อาจพูดในลักษณะป้องปรามไว้ก่อน เป็นการยกตัวอย่างไม่ให้เจ้าหน้าที่ประมาท ทั้งนี้ หลังยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เจ้าหน้าที่ก็ติดตามและเฝ้าระวังข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ไม่ได้กำชับอะไรพิเศษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.ขัตติยะ ระบุว่ามีกำลังทหารพรานกว่า 1 พันคนเป็นแนวร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า เป็นการเปิดแนวร่วมฝ่ายเสื้อแดง แต่กองกำลังทหารพรานปัจจุบันอยู่ในระเบียบวินัย มีผู้บังคับบัญชาทำความเข้าใจตลอดเวลาถึงผลตอบแทนที่ได้รับ อีกทั้งทำความ เข้าใจว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือกลุ่มคนปลุกกระแสจนเกิดความแตกแยกในกองทัพ

* หวั่นระเบิดลงงานร้องเพลงชาติ

รายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แจ้งว่า จากการประชุมประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยพื้นที่กรุงเทพฯ จนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ของ บช.น. ที่มี พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ รักษาการ ผบช.น. พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับรอง ผบช.น. และหน่วยงานด้านการ ข่าว โดยคาดว่าน่าจะมีเหตุก่อวินาศกรรมขึ้น จากกลุ่มผู้ไม่หวังดีมุ่งเป้าไปที่งาน ไทยสามัคคีไทยเข้มแข็ง วันที่ 4 ธ.ค. ระหว่างเวลา 17.30-18.00 น. บริเวณสนามศุภชลาศัย ที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมร้องเพลงชาติไทยตามโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะมีประชาชนมารวมตัวหลายหมื่นคน จึงกำหนดเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตามองและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สัณฐาน ได้กำชับ ให้ระดมกำลังตำรวจอรินทราช ตำรวจ 191 บก.น.6 สน.ปทุมวัน คุมเข้มสนามศุภชลาศัยเป็นพิเศษ เน้นจุดเข้า-ออกและพื้นที่โดยรอบตั้งจุดตรวจค้นผู้ที่มาร่วมงาน รถเข้า-ออกและรถที่ผ่านบนถนนทุกสายที่มุ่งหน้าบริเวณจัดงาน ให้เจ้าหน้าที่สรรพาวุธ สุนัขตำรวจตรวจเข้มวัตถุต้องสงสัยแบบปูพรม และสั่งการให้จัดกำลังอรินทราช 26 ดูแลอาคารสูงเป็นพิเศษ เน้นการดูแลความปลอดภัยให้กับนายกฯ และ ครม. ที่มาร่วมงาน รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับตำรวจสันติบาลและกองปราบปรามตามแผนรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

* วอร์รูมปชป.หยันม็อบแดง

รายงานข่าวจากคณะทำงานปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมืองพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่า วอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในช่วงปลายปี 52 เห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงถึงขั้นที่จะกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาล แม้กลุ่ม นปช. ประกาศชุมนุมวันที่ 10 ธ.ค.นี้ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะควบคุม สถานการณ์ได้ อีกทั้งเป็นการชุมนุมเพียง เพื่อประกาศให้สาวกเสื้อแดงเห็นว่ากระแสข่าวความแตกแยกในแกนนำคนเสื้อแดงไม่เป็นความจริง แกนนำยังเหนียวแน่นกันอยู่ แต่จากการวิเคราะห์เชื่อว่าแกนนำคนเสื้อแดงมีความแตกแยก แบ่งเป็น 2 สาย คือ กลุ่ม 3 เกลอหัวกลม และกลุ่มแดงสยาม

* สุมหัววิเคราะห์แดงแตก2ขั้ว

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สาเหตุของความแตกแยกมาจากแนวทางการเคลื่อนไหวของทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน แม้จะมีจุดมุ่งหมาย คือ ล้มรัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่กลุ่ม 3 เกลอ เคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะที่แนวทางของกลุ่มแดงสยามมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้ความเด็ดขาด โดยใช้กำลังเพื่อล้มรัฐบาล

* บัวแก้วอ้างเลิกตามแม้ว

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วย รมว. การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า ขอพักติดต่อกับ ประชาชนผ่านทางทวิตเตอร์ 3 วัน เพราะจะเดินทางไปประเทศในทวีปยุโรปว่ากระทรวง การต่างประเทศไม่มีภารกิจในการติดตามการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างเดียว และไม่ใช่เรื่องสำคัญ โดย กระทรวงฯ ยังมีงานอื่น ๆ ที่ต้องดูแลอีกมาก และสิ่งสำคัญกระทรวงฯ ไม่มีหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปประเทศในทวีปยุโรปจริง เพียงแต่รับทราบการเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ จากสื่อผ่านทางทวิตเตอร์เท่านั้น ไม่รู้ว่าสิ่งใดจริงหรือลวง

ผู้ช่วย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปประเทศในยุโรปเป็นสิทธิของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถือหนังสือเดินทางของประเทศอื่น ๆ เดินทางเข้าประเทศต่าง ๆ ได้ แต่ถ้าเป็นรายงานจากสถานเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปประเทศนั้นจริง และเตรียมให้ข่าวในลักษณะเคลื่อนไหวทางการเมือง ทางกระทรวงฯ ก็รับทราบและติดตามเป็นปกติ โดยไม่จำเป็นต้องจับตามองเป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะดูเหมือนเป็นการติดตามทุกฝีก้าว

* 23 ธ.ค.ตีปี๊บผลงานรัฐบาล1ปี

ที่โรงแรมแกรนด์ ทาวเวอร์อินน์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า จะมอบนโยบายให้ประชาสัมพันธ์จังห วัดทุกจังหวัด ประชาสัมพันธ์โครงการและผลงานของรัฐบาลในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะครบ 1 ปี ในช่วงปลายปีนี้ พร้อมให้รับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนกลับมายังรัฐบาลด้วย ส่วนการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี ตนได้หารือกับนายกฯ แล้วและกำหนดให้มีการแถลงผลงาน 1 ปี วันที่ 23 ธ.ค.นี้ โดยจะใช้รูปแบบเดียวกับการแถลงผลงานครบรอบ 6 เดือนที่เคยทำมา นอกจากนี้จะให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดได้รับทราบแนวทางการทำงานของรัฐบาลในปีหน้า โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งของสถานการณ์ในบ้านเมือง หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ประเมินสถานการณ์หลังปีใหม่ว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงอาจรุนแรงขึ้น

* วอนเสธ.แดงเลิกป่วนเมือง

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ความสมานฉันท์ถือเป็นเรื่องสำคัญ จะสามารถตัดเงื่อนไขในการชุมนุมที่อาจรุนแรงขึ้นได้ จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบในเรื่องเหล่านี้ เมื่อถามว่าแนวโน้มสถานการณ์จะมีความรุนแรงในช่วงหลังปีใหม่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีการรับทราบแนวทางความเคลื่อนไหว แต่จะมีการยกระดับให้รุนแรงหรือไม่ รัฐบาลต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป อย่างไรก็ตามมั่นใจว่ารัฐบาลจะรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้

ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยประกาศพักรบ แต่ยังมีความเคลื่อนไหวที่ตรงข้ามและมีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรงนั้น รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนจะมองเรื่องเกมการเมืองออก อย่างไรก็ตามขอให้พักรบอย่างแท้จริง รัฐบาลจะไม่ละเลย แต่จะดูแลไม่ให้สถานการณ์ซ้ำรอยเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ส่วนที่ พล.ต.ขัตติยะ ระบุว่าทหารพรานพร้อมร่วมรบกับคนเสื้อแดง ตนก็อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง

* กกต.ชงศาลฯเชือดพฤฒิชัย

อีกเรื่องหนึ่ง ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต. เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมามีมติเสียงข้างมากส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของ นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคสาม สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีหนังสือแจ้ง กกต. ว่า นพ.พฤฒิชัยถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 5 ตามที่กฎหมายกำหนด โดยถือหุ้นในบริษัท ครัวราสเบอรี่ จำกัด จำนวน 200 หุ้น จากทั้งหมด 1 พันหุ้น คิดเป็นร้อยละ 20 และถือหุ้นในบริษัท อีสเทอร์น ดราก้อน จำกัด จำนวน 4.5 แสนหุ้นจากทั้งหมด 4 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 11.25

เลขาธิการ กกต. แถลงต่อว่า นพ. พฤฒิชัย มิได้มีหนังสือแจ้งให้ประธาน ป.ป.ช. ทราบว่าประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัททั้งสองแห่งภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 ประกอบมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 (7)

* ชี้ถือหุ้นบริษัทเกินกว่าร้อยละ5

นายสุทธิพล กล่าวว่า การกระทำ ดังกล่าวของ นพ.พฤฒิชัย เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยเจตนา เป็นการจงใจปกปิด การถือหุ้น ข้ออ้างที่ นพ.พฤฒิชัยหยิบยกขึ้นต่อสู้ว่าบริษัททั้งสองแห่งได้เลิกกิจการไปแล้วฟังไม่ขึ้น เพราะบริษัทแห่งหนึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการชำระบัญชีและขณะที่อีกแห่งหนึ่งยังไม่ได้ชำระบัญชี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1,249 แม้บริษัทจะเลิกกิจการแต่ให้ถือว่ายังคงตั้งอยู่ ตลอดระยะเวลาที่จำเป็นในการชำระบัญชี ดังนั้นจึงถือว่าบริษัททั้งสองแห่งยังคงอยู่ อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าว ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบ แต่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่ให้อำนาจ ป.ป.ช. ในการดำเนินการต่อ ดังนั้น ป.ป.ช. จึงส่งเรื่องดังกล่าวแจ้งแก่ นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และประธาน กกต. เพื่อให้ดำเนินการตาม รัฐธรรมนูญ และในการนี้ กกต. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคสามในการเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

* ชี้เกียรติกรพ้นส.ส.7ก.ย.

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรม นูญ แถลงผลการวินิจฉัยกรณีประธานรัฐสภาส่งเรื่องที่ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106(3) หรือไม่ เนื่องจากนายเกียรติกร ได้แถลงข่าวลาออกต่อหน้าสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 52 โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว มีมติเห็นว่า การแถลงข่าวลาออกของนายเกียรติกรต่อสื่อมวลชนเป็นการแสดงเจตนาลาออกด้วยวาจา ให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณชน การแสดงเจตนาของนายเกียรติกร จึงถือว่ามีผลสมบูรณ์ผูกพันอันเป็นผลให้สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายเกียรติกรต้องสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่มีการแสดงเจตนาคือ วันที่ 7 ก.ย. 52

นายประวิง คชาชีวะ รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า วันที่ 3 ธ.ค. จะนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแจ้งให้ที่ประชุม กกต. รับทราบเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งแทนนายเกียรติกร แม้ว่าศาลจะพิจารณาให้สิ้นสมาชิกภาพตั้งแต่วันที่ 7 ก.ย. ก็ไม่เป็นปัญหาต่อ กกต. ทั้งนี้จะอาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา 92 กำหนดวันเลือกตั้งโดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแทน

* เด็กเนวินแซะเก้าอี้มานิต

ส่วนกระแสข่าวการปรับ ครม. นั้น นายวิเชียร อุดมศักดิ์ ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการปรับ ครม. เพราะรัฐมนตรีทุกคนยังทำงานได้ดี มีเพียงแต่รอให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องการถือครองหุ้นของนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ว่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะหากถูกตัดสินให้พ้นสภาพเชื่อว่าพรรคจะนำเสนอชื่อบุคคลที่เข้ามาแทนที่นายมานิตทันที

ส.ส.ภูมิใจไทยรายนี้ เปิดเผยว่า ผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนนายมานิต คือ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม เพราะเป็นผู้อาวุโส และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้การสนับสนุน แต่สุดท้ายจะเสนอบุคคลใด แกนนำพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายเนวิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุชาติ ตันเจริญ ต้องมาคุยว่าจะเสนอใครขึ้นมาแทน เพราะนายมานิตเป็นโควตาในกลุ่มมัชฌิมาธิปไตยของนายสมศักดิ์

*ปิดปากเขี่ยกษิตพ้นครม.

นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีใครพูดว่าหากตนพ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรี และจะเตรียม บุคคลอื่นเข้ามาแทนที่ ส่วนหากพ้นสภาพไปจริงก็เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคจะเสนอผู้ที่มีความเหมาะสม อย่างไรก็ตามกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคงอีกนาน เพราะตนได้ทำเรื่องคัดค้านไปที่ กกต. ว่าได้ขายหุ้นไปตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. 51 ก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรีวันที่ 20 ธ.ค. 51 และขณะนี้ กกต. ยังไม่ส่งเรื่องมาที่ตนเลย ทั้งนี้หากคำคัดค้านของตนมีมูล กกต. อาจกลับคำวินิจฉัยก็ได้

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการทำงานตลอด 1 ปีว่า ต้องให้ คนอื่นประเมินถึงจะเหมาะสม แต่หากจะให้ตนประเมินก็ต้องผ่านอยู่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยก็ทำงานผ่านเช่นเดียว กับตน

นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ทำงานครบ 1 ปีก็ควรปรับ ครม.เพื่อให้สถานการณ์ ดีขึ้น แต่ปรับแล้วเลวลงก็ไม่ควรปรับ นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ กกต. จะวินิจฉัย เรื่องนายมานิตและ นพ.พฤฒิชัย ส่วนจะปรับหรือ ไม่เป็นเรื่องหัวหน้าพรรค ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยทำงานกันดีทุกคน แต่อาจจะมีบางคนที่ยังไม่เข้าตาบ้าง เมื่อถามว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ อยู่ในข่ายต้องปรับออกหรือไม่ นายรณฤทธิชัย กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ

* ปู่ชัยนำทีมแจงแบบโปร่งใส

อีกด้านหนึ่ง ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกรรมการตัดสินการประกวดแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ นำโดยนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา คนที่ 2 นางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี อดีตอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกันแถลงผลการตัดสินผู้ชนะการประกวดแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ

นางดวงขวัญ จารุดุล สถาปนิกใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรรมการฯ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้เริ่มให้ส่งผลงานเข้าประกวดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 52 มีผู้ยื่นเอกสารประกวดแบบ 99 ราย จำนวน 133 แบบ จากนั้นได้คัดเลือกให้เหลือ 10 ราย เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ก่อนคัดเหลือ 5 รายเมื่อวันที่ 24 ส.ค. รอบสุดท้ายทั้งห้ารายได้ใช้เวลาพัฒนาแบบ 90 วันเพื่อนำเสนอในรูปแบบจำลอง พร้อมเอกสารการนำเสนอผลงาน สุดท้ายได้นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา

* กก.ร่ายเหตุผลประกอบเพียบ

กรรมการฯ ผู้นี้ กล่าวต่อว่า เกณฑ์การตัดสินรวม 100 คะแนน แบ่งเป็น 1.แนวคิดในการวางผังแม่บท ผังบริเวณและภูมิทัศน์ 10 คะแนน 2.การตอบสนองความต้องการ ประโยชน์ใช้สอยและงบประมาณ รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อมที่คำนึงถึงคนพิการและผู้สูงอายุ 25 คะแนน 3.แนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมภายในที่มีเอกลักษณ์ 40 คะแนน 4.การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม 15 คะแนน และ 5.ประวัติและผลงานของคณะผู้ออกแบบ 10 คะแนน

นางดวงขวัญ กล่าวด้วยว่า คณะ กรรมการทั้ง 14 คน ได้รับฟังคำชี้แจงจากทั้งห้าบริษัท ผลปรากฏว่าผู้ชนะการประกวดแบบคือ แบบที่ 1 ของนายธีรพล นิยม ผงานชื่อ สัปปายะสภาสถาน มีเหตุผลคือ ออกแบบสอดคล้องกับแนวคิดสะท้อนวัฒนธรรมไทย มีที่มาที่ไปยึดโยงและต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมวางผังแม่บท ได้อย่างสมดุล สง่างาม ใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจุดเด่น มีหลังคาเครื่องยอดบนอาคารหลักชูสัญลักษณ์ความเป็นไทย การจัดวางอาค

Advertisement Replay Ad
“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

นายกฯ เผย มิ.ย.61 ประกาศวันเลือกตั้ง คาดจัดได้พ.ย.61

นายกฯ เผย มิ.ย.61 ประกาศวันเลือกตั้ง คาดจัดได้พ.ย.61

ลงดาบ! รอง ผบก.น.5 ผิดวินัยตำรวจ พาอดีตนายกฯ หลบหนี

ลงดาบ! รอง ผบก.น.5 ผิดวินัยตำรวจ พาอดีตนายกฯ หลบหนี

ทักษิณยัวะ ! เตรียมดำเนินคดีบุคคลที่พาดพิงชื่อ โยงหมิ่นเบื้องสูง

ทักษิณยัวะ ! เตรียมดำเนินคดีบุคคลที่พาดพิงชื่อ โยงหมิ่นเบื้องสูง

ผล DNA บนรถไม่ชัด! พ.ต.อ.พ้นผิด ช่วย 'ยิ่งลักษณ์' หนี

ผล DNA บนรถไม่ชัด! พ.ต.อ.พ้นผิด ช่วย 'ยิ่งลักษณ์' หนี

ออกหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’ เพิ่ม ข้อหาออกนอกประเทศไม่ตามช่องทางกำหนด

ออกหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’ เพิ่ม ข้อหาออกนอกประเทศไม่ตามช่องทางกำหนด

 “บิ๊กตู่” เมินดราม่าไม่ได้ยืนพรมแดง ย้ำประกาศวันเลือกตั้งปี 61

 “บิ๊กตู่” เมินดราม่าไม่ได้ยืนพรมแดง ย้ำประกาศวันเลือกตั้งปี 61

“บิ๊กตู่” พบ “ทรัมป์” ยันประกาศเลือกตั้งปี 2561

“บิ๊กตู่” พบ “ทรัมป์” ยันประกาศเลือกตั้งปี 2561

นายกรัฐมนตรี พบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอบคุณต้อนรับอบอุ่น ทรัมป์ลุยสัมพันธ์ไทย

นายกรัฐมนตรี พบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอบคุณต้อนรับอบอุ่น ทรัมป์ลุยสัมพันธ์ไทย

นายกรัฐมนตรี ถึงสหรัฐแล้ว หารือคณะทำงานก่อนพบ "โดนัล ทรัมป์"

นายกรัฐมนตรี ถึงสหรัฐแล้ว หารือคณะทำงานก่อนพบ "โดนัล ทรัมป์"

“ชัชชาติ” ปฏิเสธร่วมทีมร่างแผนประเทศ

“ชัชชาติ” ปฏิเสธร่วมทีมร่างแผนประเทศ

โหร ส.ว.ทำนายดวงนายกฯ เป็นห่วงกลัวเสียท่าให้ "ทรัมป์"

โหร ส.ว.ทำนายดวงนายกฯ เป็นห่วงกลัวเสียท่าให้ "ทรัมป์"

กต.รับลูก เดินหน้าถอนพาสปอร์ต 'ยิ่งลักษณ์'

กต.รับลูก เดินหน้าถอนพาสปอร์ต 'ยิ่งลักษณ์'

เอม พินทองทา โพสต์ลูกฝาแฝดถาม "ทำไมไม่เคยเจอตาตาที่เมืองไทย?"

เอม พินทองทา โพสต์ลูกฝาแฝดถาม "ทำไมไม่เคยเจอตาตาที่เมืองไทย?"

CNN ตีข่าว ยิ่งลักษณ์ ซุกลอนดอนขอลี้ภัยทางการเมืองแล้ว

CNN ตีข่าว ยิ่งลักษณ์ ซุกลอนดอนขอลี้ภัยทางการเมืองแล้ว

CNN ตีข่าว ‘ยิ่งลักษณ์’ ซุกลอนดอน ขอลี้ภัยทางการเมืองแล้ว

CNN ตีข่าว ‘ยิ่งลักษณ์’ ซุกลอนดอน ขอลี้ภัยทางการเมืองแล้ว

โทษนักการเมืองไร้อายุความ “ยิ่งลักษณ์” ต้องหนีตลอดชีวิต?

โทษนักการเมืองไร้อายุความ “ยิ่งลักษณ์” ต้องหนีตลอดชีวิต?

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์