ดัชนี SET แรงหนุนลงทุนกองทุนระยะยาว

ดัชนี SET แรงหนุนลงทุนกองทุนระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 701.58 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.12 จาก 680.37 จุดในสัปดาห์ก่อน และพุ่งขึ้นร้อยละ 55.92 จากสิ้นปี 2551 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.51 จาก 87,543.04 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 117,755.78 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้นจาก 17,508.61 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 23,551.16 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 5,800.90 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิที่ 1,978.19 ล้านบาท 1,923.94 ล้านบาท และ 1,898.77 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ระดับ 213.22 จุด ขยับขึ้นร้อยละ 0.91 จาก 211.30 จุดในสัปดาห์ก่อน และพุ่งขึ้นร้อยละ 30.87 จากสิ้นปีก่อน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวของดัชนีหุ้นไทยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยดัชนีหุ้นไทยปิดบวกในวันจันทร์ นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ หลังนักลงทุนคลายความกังวลกรณีบริษัทดูไบ เวิลด์ เลื่อนการชำระหนี้ จากนั้นดัชนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับปิดสูงสุดเกือบ 3 สัปดาห์ในวันอังคาร จากแรงซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงบ่าย นำโดยหุ้นกลุ่ม ปตท. (PTT) โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่ากรณีการลงทุนในมาบตาพุดจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาตัดสินในวันที่ 2 ธ.ค. และราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่ปรับขึ้น รวมถึงทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปรับขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ดัชนีปิดลดลงในวันพุธ จากแรงเทขายที่มีออกมามากในหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดให้ระงับการลงทุนใน 65 โครงการในพื้นที่มาบตาพุด ส่วนในวันพฤหัสบดี ดัชนีปิดปรับตัวขึ้นได้ จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มแบงก์ และพลังงาน หลังจากที่ปรับลงแรงในวันก่อนหน้า ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในมาบตาพุดได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น ส่วนในวันศุกร์ ดัชนีหุ้นไทยปิดลดลง ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีแรงขายทำกำไร หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ออกมาแย่กว่าคาด อย่างไรก็ตาม แรงซื้อที่มีเข้ามาในช่วงบ่าย ทำให้ดัชนีหุ้นไทยกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย และดัชนีสามารถปิดเหนือระดับ 700 จุดได้

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (8-11 ธ.ค.52) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีน่าจะได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนที่ระดมได้ผ่านกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ขณะที่แรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศอาจเริ่มชะลอลงเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี โดยปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตา ได้แก่ การรายงานตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย. ในวันที่ 9 ธ.ค. โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเด็นความคืบหน้าเกี่ยวเนื่องกับการลงทุนในมาบตาพุด และสถานการณ์การเมือง ส่วนปัจจัยในต่างประเทศที่สำคัญ คงจะต้องติดตามการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ระดับ 673 และ 666 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 714 และ 718 จุด ตามลำดับ

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook