กษิต ยันกต.ไม่ได้สั่งเลขาฯทูตล่วงข้อมูล แม้ว

กษิต ยันกต.ไม่ได้สั่งเลขาฯทูตล่วงข้อมูล แม้ว

กษิต ยันกต.ไม่ได้สั่งเลขาฯทูตล่วงข้อมูล แม้ว

กษิต ออกแถลการณ์ยันก.ตป.ไม่เคยสั่งการเลขาฯ เอกทูต โทร.ล่วงข้อมูล ทักษิณ ชี้ คำรบ-ศิวรักษ์ ต่างตกเป็นเหยื่อการเมือง

(16ธ.ค.) ที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. เว็ปไซด์กระทรวงการต่างประเทศได้เผยแพร่แถลงการณ์ของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ชี้แจงกรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ถูกทางการกัมพูชาจับกุม และดำเนินคดี และต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระมหากษัตริย์กัมพูชา และได้เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552 นั้น เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 โดยนายกษิต มีแถลงการณ์ ข้อความดังนี้

1. กระทรวงการต่างประเทศรู้สึกยินดีกับนายศิวรักษ์ฯ และครอบครัว ที่นายศิวรักษ์ฯ ได้รับอิสรภาพ และเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพ ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่นายศิวรักษ์ฯ ถูกจับกุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศให้ความช่วยเหลือทางการกงสุลแก่นายศิวรักษ์ฯ รวมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวของนายศิวรักษ์ฯ อย่างดีที่สุดในทุกทางที่กระทำได้ เช่น การที่อุปทูต ณ กรุงพนมเปญได้พยายามติดต่อทางการกัมพูชาหลายช่องทางทันทีที่ได้ทราบข่าวเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน เพื่อขอเข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์ฯ (ซึ่งถูกจับตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน โดยทางการกัมพูชามิได้มีการแจ้งให้ฝ่ายไทยทราบ) ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้สั่งการให้กรมการกงสุลให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยได้มอบหมายให้ น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุลเป็นผู้เดินทางไปเยี่ยมมารดาของนายศิวรักษ์ฯ ถึงจังหวัดนครราชสีมาเอง และให้รับผิดชอบดูแลให้ความสะดวกแก่ครอบครัวในการดำเนินการต่าง ๆ โดยตลอดตั้งแต่การเดินทางไปกัมพูชาของครอบครัวนายศิวรักษ์ฯ ครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน เพื่อเข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์ฯ ในเรือนจำ และกระทรวงการต่างประเทศได้แนะนำทนายความกัมพูชาที่มีชื่อเสียงให้นายศิวรักษ์ฯ

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลไปร่วมรับฟังการพิจารณาคดีของศาลกรุงพนมเปญทุกครั้ง รวมทั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งเดิมศาลได้กำหนดให้มีการพิจารณาคำร้องขอประกันตัว แต่ต่อมาครอบครัวและทนายของจำเลยเองได้ขอยกเลิกคำร้องดังกล่าวจนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม รองอธิบดีกรมการกงสุลได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับการเดินทางกลับประเทศไทยของนายศิวรักษ์ฯ และมารดาด้วย

นอกจากการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลตามช่องทางปกติแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ได้พยายามเป็นพิเศษในการให้ความช่วยเหลือผ่านช่องทางอื่น ๆ ทุกทางที่ทำได้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เป็นผู้เชิญ ศ. ดร. อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ และนายสุนัย ผาสุก องค์การ Human Rights Watch มาปรึกษาหารือเพื่อหาทางช่วยนายศิวรักษ์ฯ ในด้านอื่น ๆ นอกจากการดำเนินการปกติของกระทรวงฯ และต่อมาระหว่างวันที่ 23 - 24 พฤศจิกายน กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานอำนวยความสะดวกให้รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศนำคณะของสภาทนายความ และคณะของรองปลัด กระทรวงยุติธรรมเดินทางไปกัมพูชาด้วย

อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ฯ กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องเคารพการตัดสินใจของนายศิวรักษ์ฯ และครอบครัวเช่นกัน เมื่อนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ฯ ได้ตัดสินใจเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่จะประสานงานผ่านพรรคเพื่อไทยให้ช่วยเหลือบุตรชาย แทนกระทรวงการต่างประเทศก็ถือเป็นสิทธิของครอบครัวที่สามารถตัดสินใจเช่นนั้นได้ รวมทั้งการตัดสินใจของนางสิมารักษ์ฯ ในเวลาต่อมา ที่จะขอเปลี่ยนทนายความใหม่ และเปลี่ยนแนวทางการสู้คดีเป็นการไม่ยื่นขอประกันตัวและยอมรับคำตัดสินของศาลโดยไม่อุทธรณ์ด้วย กระทรวงการต่างประเทศได้เคารพการตัดสิน ใจดังกล่าว และได้แสดงความพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือนายศิวรักษ์ฯ ในทุกทางต่อไป

2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศไม่เคยกล่าวหาว่า นายศิวรักษ์ฯ และครอบครัว เป็นผู้จัดฉากสร้างเรื่องให้เกิดปัญหาขึ้น ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกระดับของกระทรวงการต่างประเทศได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า ในฐานะที่นายศิวรักษ์ฯ เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ไปประสบความเดือดร้อนในต่างประเทศ ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือด้านการกงสุลและการคุ้มครองดูแลผลประโยชน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐอย่างเต็มที่ และกระทรวงการต่างประเทศยืนยันที่จะทำงาน เพื่อดูแลช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศต่อไป

3.เกี่ยวกับความพยายามของบางฝ่ายในประเทศไทยที่จะกล่าวหาว่า มีการสั่งการจากกรุงเทพฯ ให้นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ดำเนินการจารกรรมโดยใช้นายศิวรักษ์ฯ เป็นเครื่องมือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่เคยสั่งการใด ๆ ให้นายคำรบฯ ไปทำการจารกรรมในกัมพูชาหรือดำเนินการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ทางการทูตทั้งสิ้น ต้นเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นฝ่ายเดินทางไปกัมพูชาโดยมีสถานะเป็นนักโทษหนีคดี และเป็นที่ต้องการตัวของกระบวนการยุติธรรมไทย การปฏิบัติการของนายคำรบฯ เป็นการปฏิบัติราชการตามปกติเพื่อหาข้อมูลยืนยันว่าพ.ต.ท. ทักษิณฯ อยู่ที่ใด ในฐานะที่นายคำรบฯ เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งดำเนินภารกิจตามกระบวนการเพื่อขอรับตัว พ.ต.ท. ทักษิณฯ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนจาก รัฐบาลกัมพูชา หลังจากที่ศาลยุติธรรมของไทยได้ตัดสินพิพากษาโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว เป็นการทำหน้าที่ของกลไกของรัฐในต่างประเทศ ไม่แตกต่างจากการติดตามตัวนักโทษหนีคดีรายอื่น ๆ และกระบวน การเกี่ยวกับผู้ร้ายข้ามแดนรายอื่น ๆ อาทิ การดำเนินการติดตามนายราเกซ สักเสนา และเมื่อตรวจสอบได้ข้อมูลเกี่ยวกับการมาถึงกรุงพนมเปญของ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้แล้ว (ซึ่งต่อมาปรากฏว่าเป็นข้อมูลเปิดเผย เนื่องจากทางการกัมพูชาเองแจ้งให้สื่อมวลชนกัมพูชาและต่างประเทศไปทำข่าวที่ท่าอากาศยานโปเชนตง) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ก็ได้รายงานเข้ามายังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประสานงานกับสำนักอัยการสูงสุดให้ดำเนินการขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป

4. ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้นายคำรบฯ ออกมาชี้แจงนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า มิใช่แนวปฏิบัติของกระทรวงการต่างประเทศที่จะให้ข้าราชการออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนเองในเรื่องการปฏิบัติราชการตามหน้าที่ประจำของตน

5. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า ทั้งนายคำรบฯ และนายศิวรักษ์ฯ ต่างเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อที่ต้องได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อมีการนำไปใช้เป็นประเด็นทางการเมืองโดยตัวนายคำรบฯ เองก็ต้องถูกประกาศให้เป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา (persona non grata) จากการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของตนเอง ต้องถูกส่งตัวกลับประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ทราบว่า นายคำรบฯ รู้สึกเสียใจกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนายศิวรักษ์ฯ จากเหตุการณ์นี้ และโดยที่ทั้งสองคนเคยรู้จักกันมาก่อน นายคำรบฯ มีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของนายศิวรักษ์ฯ และนายคำรบฯ ก็ยืนยันด้วยว่า การโทรศัพท์สอบถามเพื่อยืนยันการลงจอดของเครื่องบิน พ.ต.ท. ทักษิณฯ เมื่อเดินทางถึงกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนั้น เป็นการสอบถามหลังจากเครื่องบินลงจอดแล้ว 20 นาที (ซึ่งก็ตรงกับคำให้การของนายศิวรักษ์ฯ เอง) เป็นการดำเนินการโดยบริสุทธิ์ใจและเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติ นอกจากนี้นายคำรบฯ ยังได้แสดงความยินดีกับการที่นายศิวรักษ์ฯ ได้รับอิสรภาพและได้กลับมาพบครอบครัวที่ประเทศไทยด้วย

อนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้ทราบมาด้วยว่า นายคำรบฯ ได้เคยฝากข้อความแสดงความกังวลไปกับเพื่อนของนายศิวรักษ์ฯ รวมทั้งได้มีส่วนช่วยประสานงานกับกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญในการให้ความช่วยเหลือนายศิวรักษ์ฯ

6. สำหรับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชานั้น กระทรวงการต่างประเทศยังคงเห็นว่าปัญหาระหว่างประเทศทั้งสอง ได้เกิดขึ้นโดยมีต้นตอของปัญหามาจากการที่ผู้นำรัฐบาลกัมพูชาเป็นฝ่ายที่เลือกดำเนินการแทรกแซงกิจการภายในของไทย และดูหมิ่นกระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2552 ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในประเทศไทย และต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้าวันที่ 21 ตุลาคม 2552 อันเป็นวันที่ผู้นำพรรคฝายค้านของไทยเดินทางไปพบผู้นำรัฐบาลกัมพูชา ถือได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองยังเป็นปกติ นายกรัฐมนตรีไทยก็เพิ่งไปเยือนกัมพูชาในฐานะแขกของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2552 และมีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-กัมพูชาระดับรัฐมนตรีต่างประเทศสองฝ่ายไปเมื่อวันที่ 4 - 5 สิงหาคม 2552 เห็นได้ว่าความสัมพันธ์เพิ่งเข้าสู่สภาวะ "ไม่ปกติ" เมื่อหลังจากวันที่ 21 ตุลาคม มานี้เอง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาให้ได้ผล นั้น ต้องแก้ที่ต้นเหตุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกับกัมพูชา ไทยมีนโยบายที่จะเป็นมิตรกับเพื่อนบ้านบนพื้นฐานของการไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกันและการเคารพซึ่งกันและกัน

 

Advertisement Replay Ad

เรื่องน่าสนใจ

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

นครบาลให้ออกจากราชการ! ตำรวจพายิ่งลักษณ์หนีชายแดน

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

“ประยุทธ์” ส่งสารยินดี “อาเบะ” ชนะการเลือกตั้ง

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

รัฐบาลปฏิเสธสั่งทุบทำลายเทวรูปภายในวัด ชี้เป็นดุลพินิจคณะสงฆ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

ทบ.ชี้แจงใช้งบ 15 ล้าน สร้างห้องน้ำ-ร้านค้าในอุทยานราชภักดิ์

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

“มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” นัดพบ “ลุงตู่” 30 ต.ค.นี้

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

'สุดารัตน์' น้ำตาคลอ ปัดขึ้นรถหาเสียงแฝงการเมือง

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

"บิ๊กตู่" ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

“ชัยฤทธิ์” รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง คดีพา “ยิ่งลักษณ์” หนี

นายกฯ เผย มิ.ย.61 ประกาศวันเลือกตั้ง คาดจัดได้พ.ย.61

นายกฯ เผย มิ.ย.61 ประกาศวันเลือกตั้ง คาดจัดได้พ.ย.61

ลงดาบ! รอง ผบก.น.5 ผิดวินัยตำรวจ พาอดีตนายกฯ หลบหนี

ลงดาบ! รอง ผบก.น.5 ผิดวินัยตำรวจ พาอดีตนายกฯ หลบหนี

ทักษิณยัวะ ! เตรียมดำเนินคดีบุคคลที่พาดพิงชื่อ โยงหมิ่นเบื้องสูง

ทักษิณยัวะ ! เตรียมดำเนินคดีบุคคลที่พาดพิงชื่อ โยงหมิ่นเบื้องสูง

ผล DNA บนรถไม่ชัด! พ.ต.อ.พ้นผิด ช่วย 'ยิ่งลักษณ์' หนี

ผล DNA บนรถไม่ชัด! พ.ต.อ.พ้นผิด ช่วย 'ยิ่งลักษณ์' หนี

ออกหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’ เพิ่ม ข้อหาออกนอกประเทศไม่ตามช่องทางกำหนด

ออกหมายจับ ‘ยิ่งลักษณ์’ เพิ่ม ข้อหาออกนอกประเทศไม่ตามช่องทางกำหนด

 “บิ๊กตู่” เมินดราม่าไม่ได้ยืนพรมแดง ย้ำประกาศวันเลือกตั้งปี 61

 “บิ๊กตู่” เมินดราม่าไม่ได้ยืนพรมแดง ย้ำประกาศวันเลือกตั้งปี 61

“บิ๊กตู่” พบ “ทรัมป์” ยันประกาศเลือกตั้งปี 2561

“บิ๊กตู่” พบ “ทรัมป์” ยันประกาศเลือกตั้งปี 2561

นายกรัฐมนตรี พบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอบคุณต้อนรับอบอุ่น ทรัมป์ลุยสัมพันธ์ไทย

นายกรัฐมนตรี พบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอบคุณต้อนรับอบอุ่น ทรัมป์ลุยสัมพันธ์ไทย

นายกรัฐมนตรี ถึงสหรัฐแล้ว หารือคณะทำงานก่อนพบ "โดนัล ทรัมป์"

นายกรัฐมนตรี ถึงสหรัฐแล้ว หารือคณะทำงานก่อนพบ "โดนัล ทรัมป์"

“ชัชชาติ” ปฏิเสธร่วมทีมร่างแผนประเทศ

“ชัชชาติ” ปฏิเสธร่วมทีมร่างแผนประเทศ

โหร ส.ว.ทำนายดวงนายกฯ เป็นห่วงกลัวเสียท่าให้ "ทรัมป์"

โหร ส.ว.ทำนายดวงนายกฯ เป็นห่วงกลัวเสียท่าให้ "ทรัมป์"

กต.รับลูก เดินหน้าถอนพาสปอร์ต 'ยิ่งลักษณ์'

กต.รับลูก เดินหน้าถอนพาสปอร์ต 'ยิ่งลักษณ์'

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์