เราต้องการสื่อสารตรงถึงประชาชน

เราต้องการสื่อสารตรงถึงประชาชน

ในวันที่ 23 ธ.ค. ที่จะถึงนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะแถลงผลงาน 1 ปี ทีมเดลินิวส์ ได้สัมภาษณ์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ดูแลด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล และจริงหรือที่เขาว่า รัฐบาลเก่งแต่ประชาสัมพันธ์แต่ไม่มี ผลงาน

** ทำไมต้องมีการแถลงผลงานรัฐบาล 1 ปี ในวันที่ 23 ธ.ค. ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องแถลงต่อรัฐสภาอยู่แล้ว

เราคิดว่าเวลามันเหมาะสมอย่างน้อยที่สุด สิ่งที่รัฐบาลต้องสื่อไปในวันนั้นคือ 1 ปีที่ผ่านมา ประเทศมีอะไรดีขึ้น จากคำสบประมาทที่ว่ารัฐบาลไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จริง ๆ มันคืออะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน และรัฐบาลในปัจจุบัน เรื่องการสื่อสารกับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ตลอดเวลาทั้งปีนี้ที่เราทำงาน สถานการณ์ของประเทศมีความยุ่งเหยิง มีข่าวสารเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวความขัดแย้ง ปัญหาระหว่าง พรรคร่วมรัฐบาล ปัญหานอกประเทศ เรื่องชายแดน แม้นายกรัฐมนตรี จะมีการให้สัมภาษณ์ทุกวัน แต่มันไม่มีการออกมาพูดกันอย่างเป็นระบบเนื่องจากสื่อสารมวลชนแข่งขันกันออกข่าว ดังนั้นโอกาสที่รัฐบาลจะสื่อสารกับประชาชนถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเขาที่ได้รับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามนโยบายหรือการทำงานของรัฐบาลก็ไม่ได้มีการทำอย่างเป็นระบบ ฉะนั้นการสื่อสารตรงนี้จึงจำเป็น อย่างน้อยก็ทำให้คนได้เห็นถึงทิศทางของรัฐบาลและได้ทราบว่าเขาได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากสิ่งที่รัฐบาลทำ

การแถลงผลงานครั้งนี้คือ เป็นการสื่อสารตรงจากนายกรัฐ มนตรีและคณะรัฐมนตรีถึงประชาชนทุกคนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็น การรวบรวมสิ่งที่รัฐบาลทำมาใน 1 ปี ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีมากกว่า ที่รัฐบาลจะบริหารงานไปวัน ๆ โดยไม่สื่อสารกับประชาชนว่ารัฐบาลทำอะไรไป และนายกรัฐมนตรีจะพูดถึงสถานการณ์ ในปีหน้าว่าจะเดินไปสู่ทิศทางไหน เช่น การหารายได้เข้าประเทศ เรื่องการส่งออก เรื่องการท่องเที่ยว

** ในการแถลงผลงาน 1 ปี มีแนวคิดที่จะเปิดให้ประชาชนให้คะแนนรัฐบาลด้วยหรือไม่ หรือมีสิ่งที่จะให้ประชาชนสะท้อนว่าพอใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ

เรื่องนั้นมันมีการทำโพลอยู่แล้ว และจริง ๆ แล้ว รัฐบาลโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจะมีการสำรวจสถิติกันอยู่ตลอดเพื่อประเมินการทำงานของรัฐบาล แต่ทุกเรื่องที่เราทำต้องไม่ลืมว่ามีต้นทุนทั้งสิ้น สมมุติถ้าให้ประชาชนส่งเอสเอ็มเอสเข้ามาแล้วใครจ่ายเงิน ถ้าประชาชนจ่ายรัฐบาลก็ถูกด่าว่าเอาเงินไปให้เอกชน อย่างไรก็ตาม หลักของมันคือรัฐบาลมีกลไกในการรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนตลอดเวลาอยู่แล้ว กลไกนั้นจะสะท้อนผ่านทางหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านทางการทำผลสำรวจสถิติ ผ่านช่งอื่น ๆ เช่น เว็บไซต์หรือการโทรศัพท์เข้ามา ซึ่งมีการสรุปกันทุกเดือน แต่เที่ยวนี้เมื่อมีการแถลงผลงานครบ 1 ปี ผมว่าน่าจะมีการเปิดโอกาสให้ประชาชนสอบถามเข้ามา โดยกำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์จังหวัดทั่วประเทศในการจัดรายการวิทยุแล้วประมวลคำถามเพื่อดูว่าคนสนใจเรื่องอะไร และ นายกรัฐมนตรีอาจตอบคำถามหลัก ๆ ขณะเดียวกันจะมีการถ่ายทอดสดการแถลงผลงาน 1 ปี ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นอก จากนั้นยังมีเครือข่ายสื่อสารออนไลน์ซึ่งในเวลานี้มีปริมาณการเข้าชมสูง มาก ๆ เช่น เว็บไซต์ทวิตเตอร์ www.twitter.com เว็บไซต์เฟซบุ๊ค www.facebook.com เว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทย www.pm.go.th หรือเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล www.thaigov.go.th เราจะมีทีมงานมาอัพเดทข้อมูลหรือถ้ามีการส่งคำถามเข้ามาจะมีการสรุปรวบรวมคำถามเหล่านั้นกลับเข้ามา

** มักมีการพูดกระแหนะกระแหนว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้งบประมาณ ในการประชาสัมพันธ์จำนวนมาก

ถ้าเทียบแล้วจะเห็นได้เลยว่าใช้งบประมาณน้อยกว่ารัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นพันเท่า ของรัฐบาลเราน้อยมาก งบประมาณปี พ.ศ. 2553 งบประมาณโฆษณาของสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีแม้แต่บาทเดียว ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มันมีเฉพาะตัวงบประมาณกลาง ส่วนงบประมาณฟื้นฟูที่ผ่านทางสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ใช้ไปร้อยกว่าล้านบาท นอกนั้นเป็นเรื่องงบประมาณของแต่ละกระทรวง ผมคิดว่างบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ของเรา ในแง่ของการใช้เงิน ถือว่าน้อยแต่ถ้าคิดในแง่มูลค่ามันมากกว่ามูลค่าของเงิน เช่น การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอด 10 วัน ผมขอถามว่าเคยมีครั้งไหนที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทุกช่องมากขนาดนี้โดยรัฐบาลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ผมเป็นคนประชุมและขอความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เคเบิลทีวี ดาวเทียม วิทยุ สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์ รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์ และทุกคนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงิน แต่รัฐบาลต้องใช้การประสาน มันไม่ใช่เป็นเพราะรัฐบาล แต่เป็นเพราะเขาคิดถึงประเทศ และนายกรัฐมนตรีเคยพูดตั้งแต่ต้นว่าเราต้องรวมพลังกัน

** แม้รัฐบาลออกสื่อจำนวนมาก แต่ทำไมประชาชนยังรู้สึกว่าผลงานของรัฐบาลเงียบจัง

ผมไม่คิดว่ามันสรุปด้วยคำพูดง่าย ๆ ว่าเงียบจัง มันเป็นเพียงว่าอาจไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนกับเรื่องของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ที่ถูกจับกุมที่ประเทศกัมพูชา คนจึงรู้สึกว่าสิ่งที่รัฐบาลทำก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว อาจไม่มีนโยบายที่ฮือฮา เช่น การจะปรับเวลาประเทศให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง แต่ตอนที่แจกเช็คช่วยชาติและตอน ทำเรื่องประกันรายได้เกษตรกรก็เป็นข่าว เพียงแต่ไม่ใช่สิ่งที่ฮือฮาติดตลาดเหมือนบพลุดอกไม้ไฟ เพราะฉะนั้นถามว่าผลงานที่รัฐบาลทำคืออะไรที่เป็นเป้าหมายสูงสุด ซึ่งก็คือการทำให้สังคมไทยกลับมาสู่ความสงบสุข เมื่อต้นปีเราประเมินว่าปลายปีจะเกิดจลาจลนองเลือด แต่ผมถามว่าเดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งความสุขของคนไทยหรือไม่ ช่วง 10 วันที่ถนนราชดำเนิน ลานพระรูปทรงม้า และท้องสนามหลวง มีการถ่ายทอดสด และประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทั่วทั้งประเทศ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เป็นความบังเอิญแต่มันเป็นความร่วมมือระหว่างคนไทยด้วยกันและเป็นการจัดการของรัฐบาล

เราผ่านเหตุการณ์เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ได้โดยมีการเสียเลือดเนื้อจากฝีมือของคนในรัฐบาล เราประคับประคองไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งเรานำความสุขสงบในช่วงปลายปีกลับมาสู่สังคมไทยเรานำวิกฤติเศรษฐกิจปากท้องที่ทุกคนคิดว่าจะหนักแต่วันนี้ตัวเลขคน ตกงานเหลือ 4 แสนกว่าคน ขณะที่ภาคเกษตร จากเดิมที่คนคิดว่าราคาตกรูดชาวบ้านต้องตาย วันนี้เราจัดงบประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท มาทำประกันรายได้เกษตรกรทั้งเรื่องข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ถามว่าถึงวันนี้เราไม่มีม็อบแบบที่ปิดทำเนียบรัฐบาล 5 วัน 10 วัน เป็นเพราะเรารุกเข้าสู่ปัญหาและมีรัฐบาลไหนที่ข้อเรียกร้องของภาคประชาชนที่ค้างมาเป็นสิบปี ได้รับการตอบสนอง เช่น กรณีของนางไฮ ขันจันทา ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องการส่งสัญญาณบอกว่านี่คือ 1 ปี ที่เราทำนี่คือสิ่ง ที่มันเกิดขึ้น

** มองอย่างไรกรณีบางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า 1 ปีของรัฐบาลชุดนี้ยังดูเป็นเด็กน้อย เชื่องช้า

คำสบประมาทในลักษณะนี้ ผมกลับคิดเป็นไปในแง่บวก มองว่ามันเป็นอะไรที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาล การที่เคยสบประมาท ว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นเด็ก บริหารไม่เป็น แต่เมื่อผ่าน 1 ปี แล้วจะเห็นได้ว่าได้รับการยอมรับจากนานาประเทศทุกครั้ง และถามว่าการทำหน้าที่ประธานอาเซียน เรามีข้อบกพร่องแค่เรื่องเดียวคือเรื่องกลุ่มคนเสื้อแดงล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยาเท่านั้น นอกนั้นเราทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เราได้รับการยอมรับจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก แต่อาจยกเว้นบางประเทศที่ไปสมคบกับคนบางคนที่อดีตเคยเป็นคนไทย.

Advertisement Replay Ad
ศาลฎีกาสั่งโทษจำคุก 12 เดือน จตุพร คดีหมิ่น อภิสิทธิ์ ไม่รออาญา

ศาลฎีกาสั่งโทษจำคุก 12 เดือน จตุพร คดีหมิ่น อภิสิทธิ์ ไม่รออาญา

ไม่มีลดราวาศอกกันแล้วนาทีนี้ เพจดังคาด "บิ๊กป้อม" มี ริชาร์ด มิลล์ อีกเรือน

ไม่มีลดราวาศอกกันแล้วนาทีนี้ เพจดังคาด "บิ๊กป้อม" มี ริชาร์ด มิลล์ อีกเรือน

ประวิตรยังไม่แจง ป.ป.ช.ปมแหวน-นาฬิกา บอกไม่ขอพูดอีก

ประวิตรยังไม่แจง ป.ป.ช.ปมแหวน-นาฬิกา บอกไม่ขอพูดอีก

"ประวิตร" ยิ้มไม่ตอบ ปมแหวนเพชรแม่ นาฬิกาเพื่อน

"ประวิตร" ยิ้มไม่ตอบ ปมแหวนเพชรแม่ นาฬิกาเพื่อน

รัฐบาลจวกข่าวปลอม ยันไม่ได้เก็บภาษี "พี่ตูน" ก้าวคนละก้าว

รัฐบาลจวกข่าวปลอม ยันไม่ได้เก็บภาษี "พี่ตูน" ก้าวคนละก้าว

"ประวิตร" ไม่ร่วมถกจัดการแร่ สื่อคาดไม่อยากตอบปมนาฬิกา

"ประวิตร" ไม่ร่วมถกจัดการแร่ สื่อคาดไม่อยากตอบปมนาฬิกา

ป.ป.ช. จ่อสอบ "ประวิตร" ปมนาฬิกาหรู-แหวนเพชร

ป.ป.ช. จ่อสอบ "ประวิตร" ปมนาฬิกาหรู-แหวนเพชร

ประวิตรยังไม่ถกปลดล็อก ยึดโรดแมปเลือกตั้ง ชี้แหวน-นาฬิกามีหลักฐานชัด

ประวิตรยังไม่ถกปลดล็อก ยึดโรดแมปเลือกตั้ง ชี้แหวน-นาฬิกามีหลักฐานชัด

"ประวิตร" แจงก็แค่สวมแหวนวงเดิม ไม่ได้คิดจะโชว์

"ประวิตร" แจงก็แค่สวมแหวนวงเดิม ไม่ได้คิดจะโชว์

นายกฯ นำ ครม.ถ่ายภาพหมู่ สื่อแซวแหวนเพชร "พล.อ.ประวิตร"

นายกฯ นำ ครม.ถ่ายภาพหมู่ สื่อแซวแหวนเพชร "พล.อ.ประวิตร"

กต.ยืนยัน "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ได้ถือพาสปอร์ตอังกฤษ

กต.ยืนยัน "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ได้ถือพาสปอร์ตอังกฤษ

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เสียชีวิตแล้ว

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เสียชีวิตแล้ว

เปิดตัว "น้องเกี่ยวก้อย" มาสคอตสัญลักษณ์แทนการปรองดอง

เปิดตัว "น้องเกี่ยวก้อย" มาสคอตสัญลักษณ์แทนการปรองดอง

นายกฯ ประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง ‘สงขลา-ปัตตานี’

นายกฯ ประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง ‘สงขลา-ปัตตานี’

คุมเข้ม! ครม.สัญจรสงขลา หลังปะทะม็อบหิ้วขึ้นโรงพัก

คุมเข้ม! ครม.สัญจรสงขลา หลังปะทะม็อบหิ้วขึ้นโรงพัก

หม่อมปนัดดา เขียนขอบคุณ-อำลาตำแหน่งพ้น ครม.ประยุทธ์

หม่อมปนัดดา เขียนขอบคุณ-อำลาตำแหน่งพ้น ครม.ประยุทธ์

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ประยุทธ์ 5 แล้ว

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.ประยุทธ์ 5 แล้ว

โฆษกกลาโหมขอโทษญาติ ปัดจงใจพูดกระทบความรู้สึก

โฆษกกลาโหมขอโทษญาติ ปัดจงใจพูดกระทบความรู้สึก

"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

"กอบกาญจน์" ร่ำไห้พร้อมรับได้ หากพ้น รมต.

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ครม.ไฟเขียว 'สิทธิมนุษยชน' เป็นวาระแห่งชาติ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์